
หัวหิน แรงไม่มีตก
หมู่นี้ไปหัวหินบ่อย ก็มีสาเหตุว่ามีคนชวนซื้อที่ดินริมแม่น้ำเพชรบุรี ในเขต อ.บ้านแหลม ซึ่งน่าสนใจเพราะว่าเป็นเขตเรือกสวนไร่นา แต่ใกล้ทะเล
หมู่นี้ไปหัวหินบ่อย ก็มีสาเหตุว่ามีคนชวนซื้อที่ดินริมแม่น้ำเพชรบุรี ในเขต อ.บ้านแหลม ซึ่งน่าสนใจเพราะว่าเป็นเขตเรือกสวนไร่นา แต่ใกล้ทะเล
เรื่อง / ภาพ สุธน สุขพิศิษฐ์
หมู่นี้ไปหัวหินบ่อย ก็มีสาเหตุว่ามีคนชวนซื้อที่ดินริมแม่น้ำเพชรบุรี ในเขต อ.บ้านแหลม ซึ่งน่าสนใจเพราะว่าเป็นเขตเรือกสวนไร่นา แต่ใกล้ทะเล การเลือกทำเลจะอยู่อาศัยนั้น ผมมีความคิดเรื่อยเปื่อยแผลงๆ ว่า ถ้าจะดูที่ดินริมแม่น้ำต้องดูตอนหน้าน้ำ ยิ่งน้ำหลากมากๆ จนท่วมยิ่งดีใหญ่ จะได้รู้ว่าต้องผจญกับน้ำท่วมขนาดไหน ถ้าให้ดูที่ดินริมทะเลก็ต้องดูตอนพายุเข้า แล้วดูเรื่องน้ำประปาหรือน้ำใช้ ถึงจะอยู่ริมทะเลน้ำเยอะแยะก็จริง แต่ก็กินน้ำทะเลไม่ได้ ดูที่ภูเขาต้องดูหน้าแล้ง ก็ต้องดูเรื่องน้ำใช้ น้ำรดต้นไม้ แล้วที่ภูเขาทางเหนือยังต้องดูสีเสื้ออีกต่างหาก ถ้าใส่เสื้อม่อฮ่อมก็ใช้ได้ ทำมาหากิน ทำไร่ทำนา
เมื่อต้องดูที่ดินริมแม่น้ำเพชรบุรีก็โป๊ะเชะพอดี น้ำแม่น้ำมาอู้ๆ ไหลท่วมไปถึงถนนและนาข้าว พอเห็นน้ำท่วมจะจะตาดีแล้ว ก็หาเรื่องเดินหน้าต่อ ไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ เลยไปอยู่ที่หัวหิน วนเวียนกินเที่ยวอยู่ที่หัวหิน ที่พักก็เหมือนเดิมที่ Rest Detail Hotel ชอบเงียบๆ สบายๆ แต่ถึงจะอยู่ริมทะเลก็จริง แต่เผอิญครั้งนี้มีฝน สีน้ำทะเลกับสีท้องฟ้าเป็นสีเดียวกัน
ตอนเย็นมีคนแนะนำให้ไปเที่ยวที่ Cicada Market อยู่ใกล้ๆ เขาตะเกียบ น่าสนใจมากครับ อย่างแรกเป็นการจัดบริเวณ หรือ Landscape สวย บริเวณนี้ซึ่งไม่รู้ว่าเคยเป็นอะไรมาก่อน มีทั้งต้นไม้ใหญ่ๆ และมีบ้านไม้ทรงสูงแบบเรือนพักผ่อนในสมัยก่อน มีการแบ่งเป็น Zone มีมุมการแสดงกลางแจ้ง มีมุมขายอาหาร ส่วนทางเดินให้เป็น Booth ขายของ ตัวบ้านเก่านั้นก็เปลี่ยนเป็นห้องขายของแบบเฉพาะตัว มี Gallery ที่มีรูปเขียนดีๆ เยอะ การจัดไฟตกแต่งก็ดี สรุปว่าเป็นพื้นที่สวย แล้วของที่มีขายนั้นก็เป็นงานออกแบบผลิตภัณฑ์กึ่งของใช้และประดับตกแต่ง เสื้อผ้าก็มีการออกแบบ เห็นแล้วชอบครับ ที่ชอบเพราะเป็นเหมือนตลาดงานศิลปะ ส่วนใครจะชอบอะไรแบบไหนก็ว่ากันไป อีกอย่างหนึ่งบ้านเมืองเราควรจะมีแบบนี้เยอะๆ ที่เห่อและเคยทำกันหลายที่ๆ เรียกว่าถนนคนเดินนั้น ส่วนใหญ่จะสะเปะสะปะ ปนเปกันจนใกล้จะเป็นงานวัดเข้าไปทุกที ขายเสื้อผ้าปนกับแผงขายไส้กรอกอีสานอะไรทำนองนั้น บรรยากาศก็ไม่มี
ฉะนั้น เมื่อมี Cicada เกิดขึ้นเพื่อคนหัวหินกับคนไปเที่ยวหัวหินแล้ว ที่อื่นๆ จังหวัดอื่นๆ จะได้จดจำเอาไปทำบ้าง คนมีความคิดจะได้มีตลาด คนอยากซื้อจะได้มีโอกาสใช้เงิน สำหรับ Cicada นั้นเปิดตลาดแค่ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็ไม่รู้อนาคตจะเปิดทุกวันหรือไม่ ไม่รู้
ค่ำนั้นผมไปกินอาหารทะเลที่แสงไทยตรงท่าเรือหัวหิน อร่อยใช้ได้ ดีที่อาหารทะเลสดจริง เช้าอีกวันก็เที่ยวไปทางปากน้ำปราณบุรี ผ่านหนองหอยที่เป็นแหล่งปลูกสับปะรดแห่งหนึ่ง แวะซื้อสับปะรดร้านริมทางที่เจ้าของไร่เอาออกมาขายเอง คุยสนุกดี ปอกสับปะรดให้ชิม ชิมแล้วไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร แถมยังบอกอีกว่าถ้าจะให้หวานฉ่ำจะต้องเป็นสับปะรดเดือน 45 ตอนนั้นจะหวานกว่าตอนนี้ เพราะแห้งจากน้ำฝนแล้ว คนขายที่พูดตรงๆ อย่างนี้จะไม่อุดหนุนก็เกินไปหน่อย จะกินสับปะรดก็ต้องอมเปรี้ยวหน่อยถึงจะเป็นสับปะรด ถ้าอยากกินอย่างหวานเจี๊ยบก็ต้องกินสับปะรดในกล่องกระดาษ กินแล้วเบาหวานจะขึ้นตาย
กลางวันมองหาที่กิน ไปสะดุดตาร้านอาหารตรงสุดทางปากน้ำปราณ ซึ่งเขาบอกว่าอร่อยทุกวัน แต่ผมว่าเขาไม่อร่อยทุกวัน หรือหยุดอร่อยทุกวันจันทร์ที่สองของเดือน ก็วันที่ผมไปกินนั่นแหละ
จากนั้นก็วิ่งเลียบริมทะเลไปถึงเขากะโหลก ซึ่งเมื่อก่อนนั้นไม่มีถนนเส้นนี้ สมัยก่อนต้องวิ่งไปเข้าทางเขากะโหลกอย่างเดียว ตอนนั้นมีเกสต์เฮาส์ไม่กี่หลัง นึกไม่ถึงเลยว่าเพียงไม่กี่ปีกลายเป็น Palm Beach เมืองไทยไปเสียแล้ว
ตรงวัดเขากะโหลกก็มีถนนวิ่งเลียบไปกับชายหาดอีกเหมือนกัน ทางเขาหัวกะโหลกนั้นเป็นที่เรือชาวประมงหลบลม หลบคลื่นอยู่เยอะ แล้วยังเป็นท่าเอาของทะเลขึ้นด้วย มีร้านอาหารตามสั่งขายอาหารทะเล เห็นบอกว่าอาหารทะเลสดๆ เข้าท่ามาก น่าลองกิน อย่างน้อยถ้าของสดๆ แล้วก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ปูก็นึ่ง ปลาหมึกก็นึ่งน้ำขลุกขลิก ใส่น้ำปลา มะนาว พริกหน่อย กุ้งก็นึ่ง มีน้ำปลา พริก กระเทียมตำ ส่วนปลาซึ่งมาจากเรือประมงชายฝั่งนั้นมักจะมีปลาทราย หรือปลาเห็ดโคน หรือปลาทู หรือปลาหางเหลือง ทำแกงป่า หรือต้มยำน้ำใสเท่านั้นก็สุดยอดแล้ว ผมมัวไปเสียท่ากับร้านไม่อร่อยทุกวันมาแล้ว เลยไม่ได้พิสูจน์อาหารทะเลสดจากร้านข้างเรือชาวประมง
ถนนเลียบริมทะเลนั้นยังเป็นถนนลูกรัง คงอีกไม่นานครับ คงมีบ้านตากอากาศขึ้นพรึบแน่ เที่ยวจนเกือบเย็น กลับเข้าหัวหินมาหาที่กินแถวถนนนเรศดำริห์ ถนนนี้เป็นถนนร้านอาหารนานาชาติ ก็ดีอีกเหมือนกันว่าเป็นทางเลือกสำหรับคนต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการกิน คืนวันนั้นก็เลือกกินอาหารฝรั่ง รสชาติก็ OK จะดีก็คือเหมือนไม่ใช่กินที่เมืองไทย เพราะคืนนั้นมีแต่ฝรั่งเต็มร้าน
อีกวันก็ไปหาเพื่อนเก่า เป็นศิลปินเขียนรูป เจ้าของบ้านศิลปิน อยู่ที่ทางขึ้นไปป่าละอู ห่างตัวเมืองหัวหินไปไม่กี่กิโล ศิลปินที่ว่านี่คือ ทวี เกษางาม ที่จริงไม่ต้องเขียนรูปขายก็ได้ ถ้าขายที่ดินตรงบ้านเขานั่นเองก็เป็นเศรษฐีย่อยๆ ของหัวหินคนหนึ่ง
คำว่าบ้านศิลปิน คือ ทั้งบ้าน ทั้งลูก เมีย น้องตัว น้องเมีย หลาน เขียนรูปหมด ผมชอบทวีเพราะสามารถรวมกลุ่มศิลปินชาวหัวหินได้หมด ทำงานกิจกรรมอะไรก็ราบรื่น แล้วมีกิจกรรมอยู่เรื่อยๆ เรียกว่ากระตุ้นให้หัวหินมีสีสันด้วยศิลปะไม่ขาดตอน ทางสถานการศึกษาก็ไปช่วยกันแนะแนวการศึกษาสำหรับเด็กๆ ที่มีใจรักศิลปะ ไม่ได้พบกันนาน ก็นั่งคุยกันเพลิน อย่างหนึ่งที่เขารวมกลุ่มกันติดนั้น ทวี บอกว่า ก็เพราะความที่ไม่เก่ง แต่พยายามและขยัน อันนี้จริงครับ ศิลปินที่ต่างคนต่างแน่ ฝีมือเขื่องน่ะ รวมกันไม่ติดครับ คุยกันนิดเดียวก็วงแตกแล้ว ก็ดูเชียงรายรวมกลุ่มกันได้ที่ไหน
ก่อนออกจากหัวหินก็แวะเพลินวานที่ตอนนี้ฮิตเหลือเกิน ดีครับ ใครจะคิดอย่างไรไม่รู้ แต่ผมว่านี่คือพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นร้านรวงอะไร จะเป็นของใช้ ของกินนั้น รูปแบบขุดเอาของเก่ามานำเสนอแล้วจะซื้อก็ได้ จะกินก็ได้ ไม่ซื้อ ไม่กิน ลูบๆ คลำๆ ถ่ายรูปก็ได้ ซึ่งคนรุ่นใหม่ลองไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เห็นของเก่าวางๆ อยู่ในตู้กระจกเดี๋ยวเดียวก็เปิดก้นไปช็อปปิ้งแล้ว ที่นี่ก็พอให้อะไรกับคนรุ่นใหม่ได้บ้าง แต่สำหรับผมเฉยๆ ครับ เพราะผมเลยช่วงเวลาค้นหาอดีตมานานแล้ว
ก็เป็นหัวหินอีกครั้งหนึ่งแล้ว ท่าทางคงจะไปเรื่อยๆ เพราะรอบๆ หัวหินยังมีอะไรให้เที่ยวให้กินอีกเยอะน่าดูครับ







