posttoday

ชิโกคุ ครั้งแรก (7)

03 มีนาคม 2562

เรื่อง: พัฒนวีร์ เป็นนามปากกาของนักเขียนคู่ที่คลุกคลีกับญี่ปุ่นมานาน หนึ่งในนั้นเคยศึกษาที่ญี่ปุ่น จบมาก็ทำงานกับญี่ปุ่น สุดท้ายได้มาเปิดบริษัท เจแพลน ฮอลิเดย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวแดนซากุระ

เรื่อง: พัฒนวีร์ เป็นนามปากกาของนักเขียนคู่ที่คลุกคลีกับญี่ปุ่นมานาน หนึ่งในนั้นเคยศึกษาที่ญี่ปุ่น จบมาก็ทำงานกับญี่ปุ่น สุดท้ายได้มาเปิดบริษัท เจแพลน ฮอลิเดย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวแดนซากุระ

โทคุชิม่า ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของภูมิภาคชิโกคุ มีสะพาน Akashi Kaikyo และสะพาน Naruto เชื่อมระหว่างเกาะหลักฮอนชู การเดินทางจึงค่อนข้างสะดวก สามารถนั่งรถบัสจากโอซากา ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง หรือนั่งรถไฟ Limited express จากโอคายาม่ามาที่ตัวเมืองโทคุชิม่าได้เช่นกัน หรือนั่งเครื่องบินภายในประเทศมาลงที่สนามบิน Tokushima Awaodori ก็สะดวกดี ภายในจังหวัดแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนตะวันออกซึ่งเป็นเมืองหลัก มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น น้ำวนนารุโตะ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โซนตะวันตกเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อย่างหุบเขาอิยะ มีสะพานเถาวัลย์ หุบเขาโอโบเคะ ส่วนตอนใต้ มีทั้งน้ำตก และกระเช้า Tairyuji ซึ่งเป็นกระเช้าที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก ทั้งยังเป็นแหล่งเล่นเซิร์ฟบอร์ดอีกด้วย

เช้านี้เรากำลังเดินทางไปยังหนึ่งในสถานที่ไฮไลต์ของจังหวัดนี้ “หุบเขาโอโบเคะ” เป็นเวลากว่า 200 ล้านปีที่แม่น้ำโยชิโนะค่อยๆ กัดเซาะหุบเขาแห่งนี้ แยกเป็น 2 ฝั่ง โดยแต่ละฝั่งเรียกว่า Oboke และ Koboke เนื่องจากในอดีตทางเดินริมหน้าผาสองข้าง เดินทางลำบากและอันตราย หน้าผาฝั่งหนึ่งเป็นทางเดินกว้างหน่อยจึงเรียกว่า Oboke อีกฝั่งเป็นทางเดินเล็กกว่าจึงเรียก Koboke แต่มักจะเรียกบริเวณนี้รวมๆ ว่าหุบเขาโอโบเคะ

ชิโกคุ ครั้งแรก (7)

นั่งรถลัดเลาะผ่านเขามาเรื่อยๆ จนมาถึงหุบเขาตอนกลางของลุ่มแม่น้ำโยชิโนะ จุดบริการสำหรับล่องเรือเที่ยวชมหุบเขาโอโบเคะเป็นอาคารตั้งอยู่ริมหน้าผา ชั้นแรกมีร้านขายของฝาก ด้านบนมีห้องอาหารขนาดใหญ่ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้ ส่วนชั้นล่างจะเป็นห้องน้ำ และเป็นทางสำหรับนำไปจุดขึ้นเรือ มีเจ้าหน้าที่ถือธงชาติเตรียมต้อนรับอย่างอบอุ่นอยู่หน้าทางเข้าด้วย พอลงมายังชั้นล่างพวกเราก็เริ่มสัมผัสได้ถึงลมหนาว จึงพากันกลับขึ้นรถไปหยิบเสื้อคลุม เพราะเกรงว่าตอนล่องเรือจะหนาวจนตัวสั่น ทางเดินจากตัวอาคารเป็นทางลาดเดินลงมาเรื่อยๆ ยังจุดขึ้นเรือ ระหว่างทางก็เริ่มเห็นวิวหุบเขาที่ลอดผ่านเสาต้นใหญ่ของอาคาร ทางเดินใกล้ๆ บริเวณจุดขึ้นเรือต้องเดินอย่างระมัดระวังหน่อย เพราะเป็นทางเดินริมหน้าผาและไม่มีรั้วกั้น เวลานี้ยังถือเป็นเวลาที่ค่อนข้างเช้าอยู่ จึงยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวสักเท่าไร บรรยากาศเลยค่อนข้างเงียบสงบ และไม่ต้องรอคิวเรือนาน

คอร์สล่องเรือใช้เวลาประมาณ 30 นาที ใส่เสื้อชูชีพให้ถูกต้องแล้วจับจองที่นั่ง มีไกด์คอยบรรยายแต่ละจุดที่เรือแล่นผ่าน ทางยาวของแม่น้ำที่ไหลทอดยาวกว่า 8 กิโลเมตร ส่วนล่างเป็นหน้าผาหินที่ถูกแม่น้ำโยชิโนะกัดเซาะหินให้มีลักษณะเป็นรูปลักษณ์ต่างๆ ไกด์คอยอธิบายว่าหินจุดไหนเรียกว่าอะไร แม่น้ำสีเขียวใสมากเห็นถึงขนาดปลากำลังว่าย พอมองขึ้นไปก็จะเห็นเป็นริมหน้าผาสูงตระหง่านขนาบสองข้างทาง ยิ่งตอนใบไม้เปลี่ยนสี หุบเขานี้จะเปลี่ยนโฉมตัวเองผลัดใบแข่งกันอวดสีสันส้มแดง โดยมีแม่น้ำโยชิโนะสีเขียวมรกตเป็นทางยาวตลอดหุบเขา นับเป็นภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เสียดายที่ทริปนี้เดินช่วงกลางเดือน ต.ค. ถ้าได้มาประมาณสิ้นเดือนหรือต้นเดือน พ.ย. คงได้ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีเป็นแน่

ไม่ใช่แค่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้นที่ควรค่าแก่การมาเที่ยว หุบเขาโอโบเคะสามารถเที่ยวได้ทุกฤดู ถ้าเป็นช่วงซากุระก็จะเห็นวิวซากุระบานเต็มไปหมด หากเป็นฤดูหนาว หุบเขาก็จะปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน เป็นวิวที่สวยงามทุกฤดูกาล เมื่อกลับมายังจุดขึ้นเรือปรากฏว่าคิวคนรอขึ้นเรือเยอะมาก มีทั้งเหล่านักเรียนมาทัศนศึกษาและทัวร์มาลง ฉะนั้น ถ้าจะมาเที่ยวก็ควรมาตั้งแต่เก้าโมงซึ่งเป็นเวลาเปิดทำการ ถ้ามาสายสักสิบโมงกว่าได้เจอคนเยอะแน่ พอเที่ยวชมหุบเขาเสร็จ ก็มาเดินเล่นซื้อของฝากท้องถิ่นได้ มีทั้งเส้นราเมน ขนม เครื่องเคียง แต่ที่น่าสนใจคือ ไอศกรีมมันเทศ มีทั้งแบบประกบแป้งและแบบโคน บอกเลยว่ารสชาติเยี่ยม อร่อย ไม่หวานไป รสชาติกำลังดี แถมยังมีเนื้อมันเทศจริงๆ เพิ่มมิติความอร่อยยิ่งขึ้นด้วย

ชิโกคุ ครั้งแรก (7)

ในระหว่างที่เอร็ดอร่อยกับไอศกรีมก็เดินดูของไปพลาง เจ้าหน้าที่ของร้านก็เดินมาแจกน้ำส้มยูซุผสมน้ำผึ้งให้พวกเราด้วย ปกติเครื่องดื่มจำพวกน้ำผึ้งมะนาวที่เป็นขวด เท่าที่ได้ลองชิมมา จะมีรสสัมผัสโดดๆ เคยเจอบางยี่ห้อดื่มแล้วแสบคอหนักยิ่งกว่าเดิมเสียอีก แต่ขวดนี้ชิมแล้วสัมผัสนุ่มละมุนคอ เป็นเครื่องดื่มท้องถิ่นที่อร่อยดีเหมือนกัน ตรงจุดขายตั๋วล่องเรือจะมีบอร์ดต้อนรับ มีสติ๊กเกอร์ธงชาติแต่ละประเทศติดอยู่บนบอร์ด เวลานักท่องเที่ยวชาติไหนมาเยี่ยมเยือนที่นี่ ก็จะนำสติ๊กเกอร์ไปติดที่ประเทศของตัวเอง ไต้หวันนี่คนมาเที่ยวเป็นอันดับหนึ่งตีคู่มากับประเทศจีน ส่วนพี่ไทยนั้นว่างเปล่า ใช่ค่ะว่างเปล่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่หุบเขาโอโบเคะแห่งนี้จะไม่เคยมีคนไทยมาเที่ยวเลย น่าจะมาแล้วแต่ไม่ได้ติดสติ๊กเกอร์แสดงตนมากกว่า เราสองสาวตัวแทนจากไทยเลยขอแปะสติ๊กเกอร์บอกหน่อยว่าคนไทยก็มาแล้วนะ และต่อจากนี้ก็น่าจะมีคนไทยมาเที่ยวที่นี่มากขึ้นด้วย

อาหารกลางวันมื้อนี้ทานที่โรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดบริการล่องเรือมากนัก โรงแรม Shin Iya onsen เป็นโรงแรมอาคารขนาดเล็กเพียง 4 ชั้นเท่านั้น ภายในมีห้องอาหาร 3 ห้อง ส่วนห้องนี้เป็นห้องอาหารตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น เป็นที่นั่งหลุมหย่อนขาได้ แต่ละโต๊ะจะมีทรายสำหรับก่อไฟอุ่นอาหาร มื้อนี้เป็นอาหารท้องถิ่นแถบหุบเขา Iya เช่น Iya soba โซบะทำมาจากบัควีทที่ปลูกในหุบเขาอิยะ เสิร์ฟด้วยซุป Soba-gome zosui เหมือนซุปธัญพืชใส่ไก่และเห็ด ตรงกองทรายเขาก็เสิร์ฟเป็นปลา Ayu ย่างเสียบไม้แบบท้องถิ่น และมีบุกกับเต้าหู้เสียบไม้ที่ทาซอสมิโสะปักสุมอยู่บนทราย ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเข้าแคมป์เดินป่า

ชิโกคุ ครั้งแรก (7)

เนื่องจากชื่อของโรงแรมก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเป็นโรงแรมออนเซน จะมาแค่ทานข้าวอย่างเดียวก็กระไรอยู่ เจ้าหน้าที่จึงนำเราไปแวะชมออนเซนกันเสียหน่อย ปกติโรงแรมออนเซนจะมีห้องออนเซนอยู่ชั้นล่าง แต่ที่นี่เป็นออนเซนธรรมชาติที่อยู่บนเขา และที่เก๋ไปกว่านั้นก็คือ ต้องนั่งเคเบิลคาร์ขึ้นไป ขึ้นมายังด้านบนจะแบ่งเป็นออนเซนห้องผู้หญิงห้องผู้ชาย ไฮไลต์ของที่นี่ จะเป็นออนเซนแบบ open-air เห็นวิวภูเขาข้างนอกอย่างสวย บรรยากาศดีมาก ลองจินตนาการดูสิ ถ้าช่วงเช้าๆ มาแช่ออนเซน มองออกไปเห็นวิวภูเขาเขียวชอุ่ม หรือใบไม้เปลี่ยนสี ยิ่งเป็นฤดูหนาวก็ยิ่งดีแช่ออนเซนอุ่นๆ มองวิวภูเขาสีขาวทั้งลูก เป็นอะไรที่ผ่อนคลายสบายตา เหมือนได้ชาร์จพลังชีวิตมากๆ และนอกจากนี้ก็ยังมีห้องออนเซนส่วนตัวด้วย หากใครที่ไม่ได้แช่ออนเซน ก็สามารถขึ้นมาด้านบนได้ มีจุดชมวิวพาโนราม่าสวยๆ เห็นวิวถนนด้านล่างที่โอบล้อมด้วยขุนเขา ด้านบนเขาแห่งนี้ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีก็สวยงามมากเช่นกัน และถ้าไม่อยากขึ้นมาแช่ออนเซนถึงบนเขา ทางโรงแรมก็มีห้องออนเซนในตัวอาคารด้วยเหมือนกัน คุณภาพเหมือนออนเซนที่อยู่บนเขาเลย แอบคุยกับเพื่อนร่วมทริป ออนเซนแห่งนี้สวยงามและน่าสนใจทีเดียว เราต่างเห็นตรงกันว่า มันก็จะดีมากเลยนะ ถ้าพวกเราได้มาพักที่นี่ดูบ้างสักคืน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด เชลซี พบ อาร์เซน่อล คาราบาวคัพ วันนี้ 14 ม.ค.69