
สมดุลแห่งรักและชีวิต
เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต หลายคนเลือกที่จะออกเดินทางเพื่อหลีกหนีปัญหา
เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต หลายคนเลือกที่จะออกเดินทางเพื่อหลีกหนีปัญหา
เรื่อง กาญจนา
เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต หลายคนเลือกที่จะออกเดินทางเพื่อหลีกหนีปัญหา หรือในทางกลับกันเพื่อค้นหาตัวเอง แต่คำถามก็คือ เราต้องเดินทางไกลสักแค่ไหน เพื่อจะค้นพบคำตอบที่เราแสวงหา...
ลิซ กิลเบิร์ต (จูเลีย โรเบิร์ตส์) นักเขียนสาวชาวอเมริกันที่ดูภายนอกเหมือนชีวิตจะเพียบพร้อมทั้งหน้าที่การงาน มีชีวิตคู่กับสตีเฟน (บิลลี ครูดัพ) สามีที่รักเธอและบ้านหลังงามที่ทั้งสองบรรจงสร้างขึ้นมา แต่ชีวิตที่สวยงามนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกที่ฉาบจิตใจที่ทุกข์ระทมจากความคาดหวังและแรงกดดันจากคนรอบข้างและตัวเองเอาไว้มากมาย จนถึงจุดหนึ่งที่เธอรับไม่ไหวและจบชีวิตคู่ลงด้วยการหย่าร้างอันแสนเจ็บปวด แม้เธอจะเริ่มต้นความรักครั้งใหม่กับ เดวิด พิกโคโล (เจมส์ ฟรังโก) หนุ่มนักแสดงที่นิสัยต่างออกไปจากสามีเก่า แต่ความรักของทั้งคู่ก็พังทลายทั้งที่ใจยังรักกัน ทำให้ลิซเผชิญกับความทุกข์และสับสนอย่างหนัก จนเธอเลือกที่จะเปลี่ยนชีวิตไปจากเดิม ออกเดินทางเพื่อทำตามใจปรารถนา โดยเลือกเดินทางไปยัง 3 ประเทศ คือ อิตาลี อินเดีย และอินโดนีเซีย ที่ซึ่งเธอได้พิจารณาชีวิตของตัวเองและได้รับคำตอบของชีวิตในแง่มุมที่ต่างกันไป
ในอิตาลี ลิซได้เรียนรู้การแสวงหาความสุข จากการกินอาหารอร่อยๆ แบบไม่ต้องแคร์ใคร เธอได้เรียนรู้จากมิตรภาพของผู้คนแปลกหน้าว่าการมีสิ่งบันเทิงมากมายในชีวิตกับการเข้าถึงความสุขในชีวิตนั้นแตกต่างกันอย่างไร เราอาจมีสิ่งบันเทิง มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ถ้าเราเข้าไม่ถึงความสุขนั้น จะมีประโยชน์อะไร ลิซไปไกลถึงอินเดีย เพราะต้องการพบกับกูรูทางจิตวิญญาณที่อาจทำให้เธอเข้าถึงพระเจ้าและพบกับความสุขสงบของจิตใจ เพียงเพื่อพบกับภาพถ่ายและเพื่อนใหม่ใจสลายที่เดินทางมาเพื่อค้นหาคำตอบเช่นเดียวกับเธอ ลิซได้เรียนรู้จากการสวดมนต์ภาวนาในการปล่อยวางและให้อภัยในความผิดพลาดทั้งปวง โดยเฉพาะการให้อภัยกับความผิดของตัวเอง และสุดท้ายที่บาหลี เธอได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างสมดุลจากสิ่งต่างๆ ที่เธอได้เรียนรู้มา เพื่อที่จะรู้จักเสียสมดุลอย่างมีความสุขอีกครั้งกับความรักครั้งใหม่ระหว่างเธอกับ ฟิลิปเป (ฮาเวียร์ บาร์เดม)
เมื่อถ่ายทอดบทประพันธ์จากนิยายมาเป็นภาพยนตร์ สิ่งที่ Eat Pray Love ขาดไปคือ ความลึกของตัวละคร โดยเฉพาะสถานการณ์ปัญหาของลิซ ที่ผู้กำกับยังทำออกมาได้ไม่ถึงพอที่จะทำให้เราเข้าใจในความสับสน ความกดดันและเหตุผลถึงสิ่งที่เธอเลือกทำ แต่ไปมุ่งเน้นในการเดินทางแสวงหาตัวตนและปรัชญาชีวิตที่เธอได้เรียนรู้ แต่ก็แตะลงไปเพียงผิวเผิน ทำให้น่าเสียดายได้ว่า เมื่อหนังเดินไปถึงจุดของการค้นพบคำตอบแต่ละข้อนั้นมันไม่ทรงพลังเท่าที่ควรจะเป็น รวมถึงบทสุดท้ายของเรื่องราวที่ดูจะรวบรัดและง่ายไปหน่อย สิ่งที่หนังทำได้ดีคือการถ่ายทอดบรรยากาศสวยๆ ของแต่ละประเทศ ที่ทำให้เราอยากออกเดินทางไปเพื่อตกหลุมรักเช่นเดียวกับตัวละคร...
ลิซออกเดินทางเพื่อหนีจากความรักที่ล้มเหลว เพื่อพบกับความรักครั้งใหม่ นั่นคือ การรู้จักรักตัวเองอย่างแท้จริง เมื่ออยู่คนเดียว เธอมีเวลาให้กับตัวเองและพิจารณาถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในชีวิต ในความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของเธอ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักเธอหรือเธอไม่รักเขา เราได้พบตัวละครที่มีความรักต่อกัน แต่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยเฉพาะลิซ ที่มักจะมองข้ามตัวตนและความต้องการในจิตใจของตัวเองไปเมื่อเธอมีความรัก จนเมื่อถึงจุดที่ความรักก็แบกรับไว้ไม่ไหว ความสัมพันธ์นั้นจึงจบลงอย่างน่าเศร้า แต่เมื่อเธอหันกลับมารักตัวเอง ลิซก็ได้พบกับความสุขและกล้าที่จะเริ่มต้นรักใหม่ที่แตกต่างไป แต่คราวนี้ไม่ใช่เพียงผู้ชายคนใหม่ แต่เป็นตัวเธอเองที่ต่างไปจากเดิม
มันอาจไม่สำคัญว่าระยะทางที่เธอเดินทางไปนั้น ใกล้หรือไกลสักแค่ไหน จึงได้ค้นพบคำตอบ เพราะสุดท้ายแล้ว ลิซก็ได้ค้นพบว่า ความสุขที่เธอค้นหานั้นไม่ได้อยู่ไกลหรือในที่แห่งใดแห่งหนึ่งเลย แต่มันอยู่ในจิตใจของเธอเองเสมอมา...
Eat Pray Love
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ประเภท ดรามา/โรแมนติก
เวลา 133 นาที
เรตติ้ง น 15 + เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
กำกับ ไรอัน เมอร์ฟีย์
นำแสดง จูเลีย โรเบิร์ตส์ เจมส์ ฟรังโก ฮาเวียร์ บาร์เดม ริชาร์ด เจนกินส์ วิโอลา เดวิส บิลลี ครูดัพ







