
สู้ขาดใจ แม้อาจจะไร้เหรียญ
หลังจากร่ายถึงบางชนิดกีฬาที่มีลุ้นเหรียญทองในกว่างโจว เกมส์ กันไปแล้ว จะขอกล่าวถึงชนิดกีฬาที่ต้องยอมรับว่า การเดินทางไปลุยศึกเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ มองไปที่การได้ทดสอบฝีมือและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มากกว่าการคว้าเหรียญมาคล้องคอ
หลังจากร่ายถึงบางชนิดกีฬาที่มีลุ้นเหรียญทองในกว่างโจว เกมส์ กันไปแล้ว จะขอกล่าวถึงชนิดกีฬาที่ต้องยอมรับว่า การเดินทางไปลุยศึกเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ มองไปที่การได้ทดสอบฝีมือและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มากกว่าการคว้าเหรียญมาคล้องคอ
...ทีมข่าวกีฬา
เริ่มที่ ฮอกกี้ ซึ่งทีมหญิงไทยผ่านรอบคัดเลือกเข้ามา โดยแวดวงตีคลีในระยะหลังคึกคักขึ้นมาไม่น้อย หลังจากได้ “บิ๊กแนต” ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ เข้ามานั่งเก้าอี้นายกสมาคม แต่ต้องยอมรับว่ามาตรฐานของเรายังเป็นรองคู่แข่งพอสมควร จึงตั้งเป้าไว้ที่อันดับ 4-5 จากทั้งหมด 7 ชาติ ซึ่งจะแข่งแบบพบกันหมด
ขณะที่ ยูโด ส่งนักกีฬาแข่ง 10 คน แต่โดยภาพรวมเป็นรองชาติต้นตำรับอย่าง ญี่ปุ่น อยู่หลายขุม ส่วน “เจ้าภาพ” จีนก็แข็งแกร่งเช่นกัน จึงตั้งความหวังไว้ที่การเข้ารอบให้ลึกที่สุดก็พอ
ไม่ต่างกับ ซอฟต์บอล ซึ่งยอมรับว่ายากที่จะคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่ง โดยหวังว่าจะทำผลงานให้ดีกว่าชาติในอาเซียนอย่าง ฟิลิปปินส์ และ สิงคโปร์ ก็ถือว่าโอเค เช่นเดียวกับ เบสบอล ที่ส่งทีมชายเข้าแข่งขัน โดยรอบแรกอยู่ร่วมสายกับ มองโกเลีย จีน และที่โหดที่สุดคือ ญี่ปุ่น ดังนั้นถ้าผ่านรอบแรกได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
ด้าน เทเบิลเทนนิส ในเอเชียนเกมส์ไม่ต่างอะไรกับศึกชิงแชมป์โลก เพราะเป็นที่รู้กันว่านักตบลูกเด้งจีนแทบจะครองโลกไปแล้ว ซึ่งชาติอย่าง ฮ่องกง หรือ สิงคโปร์ ก็มีนักกีฬาแดนมังกรโอนสัญชาติ ดังนั้นเรื่องลุ้นเหรียญคงยาก
นอกจากนี้ มีหลายชนิดกีฬาที่ไม่หวังถึงเหรียญทอง แต่มีลุ้นได้เหรียญอื่นติดมือกลับมา เช่น กาบัดดี้ทีมหญิง ซึ่งเคยคว้าเหรียญเงินเอเชียนบีชเกมส์ 2008 มีลุ้นเข้ารอบตัดเชือกและหวังเหรียญทองแดง แฮนด์บอลทีมหญิง ที่อยู่อันดับ 3 ของเอเชีย หวังเหรียญทองแดงเช่นกัน ส่วน คริกเกต ซึ่งเป็นกีฬาน้องใหม่ในเอเชียนเกมส์ ไทยส่งทีมหญิงร่วมชิงชัยและมีลุ้นเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย ดังนั้นจึงมีโอกาสซิวเหรียญทองแดง
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันกีฬาทุกประเภท ทุกอย่าง ทุกรายการ เรื่องผลแพ้-ชนะ เป็นเรื่องปกติ ขอเพียงแข่งขันด้วยน้ำใจนักกีฬาและสู้อย่างเต็มที่ ผลจะออกมาอย่างไรก็ไม่มีใครว่าแล้วล่ะ







