posttoday
จิตตวิถี (จบ)

จิตตวิถี (จบ)

25 ตุลาคม 2553

“ความบริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยธรรมที่เกิดจากความรู้ชอบ ที่มาจากความเห็นอันชอบอันควรพัฒนาการสืบเนื่องจนสมบูรณ์นั้น จึงเป็นวิถีแห่งการประพฤติปฏิบัติในพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา”

“ความบริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยธรรมที่เกิดจากความรู้ชอบ ที่มาจากความเห็นอันชอบอันควรพัฒนาการสืบเนื่องจนสมบูรณ์นั้น จึงเป็นวิถีแห่งการประพฤติปฏิบัติในพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา”

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

“ความบริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยธรรมที่เกิดจากความรู้ชอบ ที่มาจากความเห็นอันชอบอันควรพัฒนาการสืบเนื่องจนสมบูรณ์นั้น จึงเป็นวิถีแห่งการประพฤติปฏิบัติในพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา”

ปุจฉา :ขอกราบเรียนถามพระอาจารย์ค่ะ เราจะมีวิธีการดำรงรักษาความนึกคิดของเราให้อยู่ในร่องของความเป็นกุศลอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร คือ รู้สึกว่าจิตคนเรานั้นมักไม่ค่อยคิดเป็นกุศล ชอบคิดเป็นอกุศล แต่พอบางทีรู้ทันก็พยายามปรับให้พยายามมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ เพื่อรักษาความเป็นกุศลจิต ทำเช่นนี้ใช้ได้หรือไม่คะ
 วิภา ณ ซิดนี่ย์
  
วิสัชนา : แต่หมายเหตุทั้งหลายอยู่ที่คำว่าจิต ซึ่งจะด้วยอำนาจอวิชชา ตัณหา มานะ ทิฏฐิ ก็คือจิต ด้วยวิชชา มีฉันทะ มีศรัทธา มีอำนาจธรรม มีสติปัญญาอันรู้ชอบ มีสัมปชัญญะที่กำกับรู้การกระทำอันเหมาะควร อันเป็นไปเพื่อประโยชน์ก็อยู่ที่จิต จิตนั้นมันทำให้หลงใหลได้ตลอดเวลา มีนักบวช นักพรต ผู้ประพฤติธรรมทั้งหลายที่ตั้งใจออกจากบ้านเรือน และต้องการความสิ้นทุกข์
แต่ที่ไปไม่ได้ ไปไม่รอด ไม่ถึงที่หมาย เพราะไม่รู้เรื่องของจิต

การไม่รู้เรื่องของจิตก็แสดงว่าไม่รู้เรื่องของธรรมะ

เพราะจิตเป็นตัวแทนแห่งอำนาจธรรมะ ที่จะเกิดประโยชน์ สำเร็จหรือไม่สำเร็จก็อยู่ที่จิต จึงกล่าวว่า

มโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา

จิตนี้เป็นใหญ่ จิตนี้เป็นประธานของการฟังธรรมทั้งหมด ทุกอย่างสำเร็จที่จิต ไม่ว่าบุญหรือบาป

เพราะฉะนั้นการฝึกฝนจิตจึงเป็นเรื่องที่ต้องปรับสภาพ ตั้งแต่ให้มีความเห็นอันชอบ และเพียรระลึกรู้ชอบในความเห็นนั้น เรียกว่าพัฒนาการให้ทิฏฐิความเห็นนั้นเป็นสัมมาทิฏฐิให้ได้ และการที่ขาดความเห็นอันชอบนั้น ทำให้เราเห็นนักบวช นักพรต พระสงฆ์ บางคณะบางกลุ่มติดอยู่ในห้วงแห่งอวิชชา และติดอยู่ในวิถีของอารมณ์ที่ปรุงแต่งของสภาพธรรม ที่ไม่ส่งเสริมความเป็นกุศลอันให้เกิดปัญญา แม้ตั้งใจจะประพฤติปฏิบัติ แต่....

เพราะขาดสติปัญญา

เพราะขาดความรู้ ความเข้าใจ

เพราะขาดหลักการ หลักธรรมที่ถูกที่ควร

เพราะขาดการได้รับการอบรมสั่งสอน

เพราะขาดกัลยาณมิตร ขาดสัตบุรุษที่ควรคบหา

เพราะขาดครูบาอาจารย์

และเพราะไม่ยอมขวนขวายให้ยิ่งขึ้น เมื่อมีโอกาสได้ศึกษาประพฤติปฏิบัติ

จึงทำให้บุคคลเหล่านั้นไปไม่ถึงที่หมาย และที่สำคัญ...ยิ่งบางครั้งทับถมให้มีความเห็นผิด ไม่เหมาะไม่ควร และไม่ใช่ประโยชน์ในฐานะที่ควร จิตนั้นมันเป็นสภาพธรรมเป็นอัพยากตะ คือ มันเป็นสภาวธรรมที่เป็นกลางๆ จะดีจะชั่วก็ขึ้นอยู่กับการใส่ เราใส่อะไรลงไปก็ให้มีผลเช่นนั้น จึงเป็นสภาพเหมือนกับน้ำที่ใสสะอาด เราใส่สีอะไรลงไปก็เป็นสีนั้น จึงเรียกอาการอันหนึ่งของจิตที่มีสภาพปรุงแต่งว่าเจตสิก ซึ่งเป็นสังขารธรรมที่เกิดขึ้นพร้อมจิตและดับพร้อมจิต การฝึกฝนจิต การรู้แจ้งในจิตนั้น เพื่อค้นคว้าจิตจนพบธรรม เห็นความจริงที่ปรากฏอยู่ในธรรมนั้นว่า

มันเป็นอนัตตา มันมีสภาพความไม่เที่ยง และยึดมั่นยึดถือเป็นทุกข์ที่แฝงเร้นอยู่

การค้นคว้าเข้าหาความหมายจนพบความจริงดังกล่าวนั้นได้ จึงรู้แจ้งรู้จริงพบอำนาจอันหนึ่งก็คือกฎธรรมชาติ และก็ด้วยรู้กฎธรรมชาตินั้น จึงทำให้พัฒนาการความรู้ชอบนั้นไปสู่ความบริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยธรรม
ความบริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยธรรมที่เกิดจากความรู้ชอบ ที่มาจากความเห็นอันชอบอันควรพัฒนาการสืบเนื่องจนสมบูรณ์นั้น จึงเป็นวิถีแห่งการประพฤติปฏิบัติในพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา บนหนทางที่ต้องอ้างอิงพึ่งพิงอำนาจธรรมทั้งแปด ตั้งแต่สัมมาทิฏฐิเป็นต้นจนถึงที่สุดคือสัมมาสมาธิ (มรรคองค์ ๘)

เมื่อธรรมมีความสมบูรณ์ จิตดังกล่าวนั้นก็เกิดญาณรู้เกิดขึ้น ความรู้ในตัวรู้แห่งจิตในธาตุตัวรู้นั้นเรียกว่าญาณ เมื่อเกิดวิสุทธิญาณหรือญาณทัสสนวิสุทธิเกิดขึ้นจริงแล้ว มันก็ย่อมพ้นทุกข์ และความพ้นทุกข์นั้นเกิดขึ้นเมื่อเกิดญาณรู้อันวิสุทธิ ก็คือเกิดสภาพธรรมที่บริสุทธิ์ ด้วยความรู้ที่บริสุทธิ์ของธาตุตัวรู้ ก็คือธาตุตัวรู้ขจัดซึ่งเมฆหมอกมลทินอันบดบังออกไปจากธาตุรู้นั้น ดุจเหมือนเราได้ขจัดล้างความสกปรกออกไปจากเพชร ที่ให้ความสว่างไสวกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง ที่กล่าวว่าเป็นฐีติภูตังหรือเป็นจิตเดิมที่สามารถพัฒนาสู่ความเป็นธาตุรู้ที่มีความวิสุทธิญาณ และความวิสุทธิญาณดังกล่าวนั้นก็พ้นจากความมัวหมองอย่างสิ้นเชิง คือไม่กลับมามัวหมองอีกต่อไป

การที่พ้นในวิถีธรรมดังกล่าวได้นั้น จึงต้องมีการควบคุมกาย วาจา และใจ มีความสำรวมระวัง ตั้งมั่นอยู่ในศีลในข้อปฏิบัติ และสืบเนื่องการปฏิบัตินั้นอย่างต่อเนื่อง จนชำระสะสางละวางความคิดความเห็นอันผิดเพี้ยน และออกมาจากความยึดมั่นถือมั่นทั้งปวงได้ ความยึดมั่นถือมั่นนั้นจึงเป็นสามัญญลักษณะอันหนึ่งของจิตที่มีอวิชชา
เอวัง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ