
ตอบปัญหานิสิตปริญญาโท ด้วยความรู้ธรรมดาๆ!! (ตอน ๓)
ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส ที่เคารพอย่างสูง
ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส ที่เคารพอย่างสูง
โดย....พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส ที่เคารพอย่างสูง
กระผมนายสรรพศักดิ์ นิสิตปริญญาโทคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ขอกราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า ในช่วงเวลาที่เราต้องเผชิญปัญหาอะไรก็ตามในชีวิตเพียงลำพัง มีแรงกดดันมาจากรอบข้าง พระอาจารย์มีหลักธรรม อันใดให้ผมและเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันที่พบปัญหาพึ่งพาเป็นหลักคิด หลักใจได้บ้างครับ ด้วยความเคารพศรัทธาในพระศาสนา “ใคร่ขอกราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า...การรักษาศีล ๘ ในวันพระได้บุญมากกว่าการรักษาศีลในวันธรรมดาหรือเปล่า? ตรงนี้พระอาจารย์มีวิสัชนาอย่างไรครับ?”
วิสัชนา : จึงพอจะกล่าวอ้างได้ว่า การรักษาศีล ๘ หรือการรักษาอุโบสถศีลในทุกวันพระ ย่อมเป็นเรื่องสำคัญ มีคุณค่าอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาสัปปายะธรรมที่เกิดเฉพาะในวันพระ เข้าประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่เขตการรักษาอุโบสถในเขตวัด อันมีสภาวธรรมที่จะเอื้อเฟื้อให้เกิดประโยชน์ต่อการถือปฏิบัติและการเจริญภาวนา จึงถือได้ว่าน่าจะเป็นผลบุญใหญ่กว่าวันโดยทั่วไป เมื่อพิจารณาจากสิ่งแวดล้อมอันเกื้อกูลให้เกิดความเป็นสัปปายะในการปฏิบัติธรรม หากพิจารณาจากอำนาจธรรมที่ปรากฏอยู่ในวันพระ...
แต่อย่างไรก็ตาม หากจะกล่าวถามแย้งกลับว่า...หากอิทธิพลของวันพระหรือวันธรรมดา มีผลหรือส่งผลต่อกำลังบุญที่เกิดขึ้นแล้วนั้น จะไม่ไปขัดต่อบทบูชาพระสัทธรรมที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า “พระธรรม เป็นอกาลิโก หรอกหรือ!?” และ หากต้องมีกำหนดฤกษ์ยามวันเวลามาเกี่ยวข้อง แล้วพุทธศาสนาไม่แปรไปเป็นพราหมณ์ หรือฮินดูเลยหรือ!? ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ต่อไปสาธุชนคงจะต้องเดินทางไปทำบุญเฉพาะในวันพระ เพราะได้บุญมากกว่าวันธรรมดา...
ที่สำคัญ คือ เป็นการนำไปสู่การถือความสำคัญที่ผิดไปจากความจริง ที่เป็นสัจธรรมในพระพุทธศาสนาที่เป็นไปตามกรรมคติ!! ซึ่งวางความหมายกุศลธรรมนั้นก็อยู่ที่กุศลกรรมบถ ตามบทบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ที่ปรากฏอยู่ในหลักคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา อันเป็นส่วนชี้ชัด ตรงจุด ถูกต้อง และเข้าถึงแก่นธรรมอย่างแท้จริง...ในพระพุทธศาสนา...
จากที่กล่าวมาโดยย่อๆ พอเป็นข้อคิดจากข้อธรรมโดยสรุป เพื่อการพิจารณาว่า “...ทำบุญวันพระ หรือการรักษาศีล ๘ ในวันพระ ได้บุญมากกว่า การรักษาศีลในวันธรรมดา จริงหรือ...” โดยได้เสนอแนวคิดมาเป็น ๒ นัยตามที่กล่าวมาว่า “ถ้าจริง ซึ่งหมายถึง รักษาศีล ๘ วันพระนั้น จะได้บุญมาก กว่าวันธรรมดา เพราะอะไร... และถ้าไม่จริงนั้น ตามหลักพุทธศาสนาจะให้เหตุผลอธิบายอย่างไร” ก็ลองพิจารณากันดู เพื่อให้เห็นปัจจัยสัมพันธ์ที่จะสื่อสารไปสู่การเกิดบุญกุศล และพิจารณาลงไปให้ลึกว่า “จริงหรือที่การทำเช่นนี้ แล้วจะได้บุญกุศลมากกว่า การกระทำแบบนี้...”
โดยสภาพความจริงที่ควรพิจารณาโดยแยบคาย หากจะกล่าวโดยยึดหลัก การคิดแบบอิงหลักอริยสัจ ก็คงจะต้องกล่าวอ้างถึงบทสัจธรรมเป็นภาษาบาลีมาประกอบการพิจารณา ดังที่กล่าวไว้ว่า “...สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรหมจาริสุ...
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







