posttoday
ยอมตายดีกว่ายอมแพ้

ยอมตายดีกว่ายอมแพ้

04 กุมภาพันธ์ 2561

คำขวัญหนึ่งที่พอจำได้ก็คือ “ยอมตายดีกว่ายอมแพ้” ทำให้นึกเชื่อมโยงกับกรณีของ พล.อ.ประวิตร ที่มีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับ “นาฬิกาเพื่อน”

โดย...ทวี สุรฤทธิกุล

ทำไม พล.อ.ประวิตร จึงไม่ยอมลาออก?

ผู้เขียนก็เคยเป็นทหารเกณฑ์ซึ่งก็ผ่านมาเกือบ 40 ปี ทุกเช้าตอนที่ถูกปลุกให้ออกมาวิ่งฟิตซ้อมร่างกาย จะต้องมีการตะโกนร้องคำขวัญหรือร้องเพลงปลุกใจประกอบไปด้วย คำขวัญหนึ่งที่พอจำได้ก็คือ “ยอมตายดีกว่ายอมแพ้” หรือ “ตายอย่างมีเกียรติ ดีกว่าแพ้อย่างเสียเกียรติ” ทำให้นึกเชื่อมโยงกับกรณีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับ “นาฬิกาเพื่อน” ที่สังคมกำลังเรียกร้องให้ยอมลาออกไปเสีย เพื่อรักษารัฐบาลไว้ ที่สำคัญก็คือหลักการของสังคมในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตและการเคารพกฎหมาย

แนวคิดเรื่อง “ยอมตายดีกว่ายอมแพ้” ของทหารน่าจะมีมานานแล้ว ท่านที่ชอบชมภาพยนตร์มหากาพย์โบราณ อย่างเช่นในเรื่อง “ทรอย” ที่มี แบรด พิตต์ แสดงนำในบทของอคิลลิส ที่ออกศึกเพื่อรักษาเกียรติอย่างเหี้ยมหาญ หรือเรื่อง “300” ที่เป็นเรื่องความกล้าหาญของนักรบสปาร์ตันเพียง 300 คน ที่สู้รบกับเปอร์เซียนับแสน แม้ไม่อาจจะเอาชนะได้ แต่ก็สามารถสังหารทหารของเปอร์เซียได้นับหมื่นคน ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องแต่ง แต่ก็สร้างขึ้นโดยอาศัยเค้าโครงความเป็นจริงเกี่ยวกับ “สปิริตของนักรบ” ซึ่งกองทัพของทุกประเทศก็ยึดถือสืบมาจนถึงปัจจุบัน

สัก 30 ปีก่อนมีภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่องหนึ่งชื่อเรื่อง “Tora Tora Tora” (เสือ เสือ เสือ) เกี่ยวกับสงครามที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 การตัดสินใจเข้าโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ของแม่ทัพและรัฐบาลญี่ปุ่น อาศัยช่วงเวลาวันอาทิตย์ที่ทหารอเมริกันกำลังเผลอหรือหยุดพักผ่อน ทำเอาเรือรบสหรัฐจมไปหลายสิบลำ แต่นั่นได้กลายเป็นการ “กระตุกหนวดเสือ” ทำให้สหรัฐเจ็บแค้นและตอบโต้เอาคืนญี่ปุ่นอย่างมหาโหด ด้วยการเอาระเบิดปรมาณูไปถล่มญี่ปุ่นที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ จนมีผู้บาดเจ็บล้มตายนับแสนคน แต่ฉากที่ผู้เขียนรู้สึกสะเทือนใจที่สุดก็คือ ทหารนักบินของญี่ปุ่นยอมสละชีวิตขับเครื่องบินเข้าระเบิดเรือรบสหรัฐอย่างกล้าหาญเรียกว่า “กามิกาเซ่” หรือ “พายุสวรรค์” โดยร้องตะโกนก่อนสละชีพว่า “เพื่อชาติญี่ปุ่นและองค์จักรพรรดิ”

ผู้เขียนเติบโตมาในช่วงที่สงครามเวียดนามกำลังมีการสู้รบกันอย่างรุนแรง โดยในปีที่ผู้เขียนเรียนจบมัธยมปลาย สงครามเวียดนามก็สิ้นสุด โดยเวียดนามเหนือเป็นฝ่ายชนะ กระนั้นผู้เขียนก็รู้สึกชื่นชมทหารไทยที่ไปช่วยเวียดนามใต้สู้รบตามคำสั่งของสหรัฐอเมริกาที่เป็น “นายใหญ่” ในชื่อกองพลที่เรียกว่า “จงอางศึก” ทหารไทยรบอย่างกล้าหาญ ได้รับชัยชนะมากมายจนชื่อเสียงกระฉ่อน

“ความกล้าหาญ” นั้นเป็น 1 ใน 4 ของ “เสาหลักแห่งผู้นำ” ที่มีมาตั้งแต่ยุคโบราณ อริสโตเติลที่เป็นพระอาจารย์ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชของชนชาติกรีกเมื่อเกือบ 3,000 ปีก่อน เป็นผู้กล่าวถึงเสาหลักแห่งผู้นำทั้งสี่นี้ว่า ประกอบด้วย สติปัญญา ความเสียสละ ความยุติธรรม และความกล้าหาญ

สติปัญญา ประกอบด้วย สติ คือรู้ตัว (รู้ว่าทำอะไรอยู่ ควรหรือไม่ควร) กับ ปัญญา คือ ความฉลาดรอบรู้ เช่น รู้ตัวว่าตัวเองก็มีฐานะพอจะหาซื้อนาฬิกามาใส่เองได้ ก็จะไม่ไปยืมเพื่อนให้ใครเดือดร้อนหรืออิจฉา

ความเสียสละ คือ ต้องทำเพื่อคนอื่นก่อนเสมอ เป็นต้นว่าตนเองเป็นพี่ใหญ่ก็ต้องดูแลน้องๆ ให้เติบใหญ่ขึ้นกันไปเป็นแผง เมื่อตนเองมาเป็นรัฐมนตรีก็ต้องทำเพื่อประชาชนและรักษารัฐบาลเอาไว้

ความยุติธรรม คือ การเคารพกฎแห่งสังคม อันประกอบด้วยศีลธรรมและกฎหมายต่างๆ ทั้งยังต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างว่าไม่เอาเปรียบใคร เช่น ไม่ต่ออายุให้  ป.ป.ช.เหมือนกับองค์กรอื่นๆ ที่ต้องถูก “เซตซีโร่”

ส่วน “ความกล้าหาญ” ก็คือ ความเข้มแข็งในจิตใจที่มุ่งดำเนินการทั้ง 3 สิ่งข้างต้นอย่างไม่เสียดายชีวิต เพราะคนที่ขาดความกล้าหาญก็จะไม่สามารถทำทั้ง 3 สิ่งข้างต้นนั้นได้ เช่น นักวิชาการแม้จะมีสติปัญญามาก แต่กลัวผู้มีอำนาจ ต้องรับใช้ประจบประแจง ไม่ได้ใช้ปัญญาตามหลักวิชา ทั้งยังไม่มีสติ คือ รักตัวกลัวตายจนไม่เป็นตัวของตัวเอง หรือผู้มีหน้าที่ทางฝ่ายนิติบัญญัติที่เขียนกฎหมายและพิจารณากฎหมายตามใบสั่งของผู้มีอำนาจ เพื่อที่ตนเองจะได้อยู่ในตำแหน่งมีงานทำต่อไป หรือในอนาคตอาจจะได้ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ก็ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่เสียสละ อีกทั้งยังไม่มีความยุติธรรม เพราะไม่ได้ทำเพื่อประชาชนและส่วนรวม เป็นการเอาเปรียบประชาชนผู้เสียภาษีอากรให้ท่านเหล่านั้นมีเงินใช้ ไม่ใช่ผู้มีอำนาจแต่อย่างใด

พล.อ.ประวิตร จะมีคุณธรรมข้อใดข้อหนึ่งข้างต้นนี้ผู้เขียนก็ไม่อาจจะไปรับรองแทนท่านได้ แต่ในฐานะที่ท่านเป็นทหารก็น่าจะมีความกล้าหาญอยู่บ้าง เพียงแต่ว่าถ้าท่านยอมแพ้ยอมลาออกตามคำเรียกร้องของสังคมบางส่วน ก็อาจจะทำให้ท่านเสื่อมเสียเกียรติ เพราะก็เท่ากับท่านยอมรับว่าท่านได้กระทำผิดดังที่สังคมกล่าวหานั้นจริงๆ ซึ่งก็เท่ากับว่าท่านต้อง “ตายทั้งเป็น” แม้ว่าจะลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว

กลุ้มใจแทนท่านครับ ลาออกก็ตาย ไม่ลาออก (เมื่อถึงอายุขัย) ก็ตาย 

ข่าวล่าสุด

มาอีกระลอก! Meta หั่น 8,000 ตำแหน่งทั่วโลก เซ่นแผนลงทุน AI

มาอีกระลอก! Meta หั่น 8,000 ตำแหน่งทั่วโลก เซ่นแผนลงทุน AI