posttoday

ชาวตรังรวมกลุ่ม ทำไก่ในกระบอกไม้ไผ่ขายรุ่ง

04 กุมภาพันธ์ 2561

ไก่ในกระบอกไม้ไผ่ แล้วนำออกมาวางจำหน่ายที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ละมอ

 

ในช่วงภาวะเศรษฐกิจซบเซา ราคายางพารา ปาล์มน้ำมันตกต่ำ ให้ชาวบ้านทุ่งส้มป่อย อ.นาโยง จ.ตรัง รวมกลุ่มกันคิดค้นเมนูเด็ดคือ ไก่ในกระบอกไม้ไผ่ แล้วนำออกมาวางจำหน่ายที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ละมอ ริมถนนเพชรเกษม อ.นาโยง จ.ตรัง ปรากฏว่า ได้เสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้เข้ามาอีกทางหนึ่งเพื่อเลี้ยงครอบครัว และถูกยกเครดิตให้เป็นอาหารดีประจำ อ.นาโยง

ชาวตรังรวมกลุ่ม ทำไก่ในกระบอกไม้ไผ่ขายรุ่ง

นุชรีย์ หมวดเมือง ประธานชมรมแม่บ้านทุ่งส้มป่อย ต.ละมอ อ.นาโยง จ.ตรัง บอกว่า กลุ่มแม่บ้านทุ่งส้มป่อยได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยแรกเริ่มได้รวมกลุ่มกันเพื่อเลี้ยงไก่บ้านจำหน่าย แต่ประสบปัญหาด้านการตลาด เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมซื้อไก่เนื้อ เนื่องจากมีราคาถูกกว่า และได้เนื้อไก่เยอะกว่า จึงหารือกันในหมู่บ้านเพื่อหาทางแก้ปัญหา และเพิ่มช่องทางการตลาดในการจำหน่ายไก่พื้นบ้าน

ชาวตรังรวมกลุ่ม ทำไก่ในกระบอกไม้ไผ่ขายรุ่ง

จนกระทั่งได้เกิดแนวคิดที่จะนำไก่ที่มีอยู่มาแปรรูป และในหมู่บ้านก็มีคนที่มีความรู้เรื่องการทำอาหารอยู่บ้าง ประกอบกับในพื้นที่มีสมุนไพรชนิดต่างๆ เช่น ขมิ้น ใบมะกรูด มะนาว ตะไคร้ ฯลฯ ซึ่งชาวบ้านปลูกอยู่แทบทุกบ้านอยู่แล้ว จึงได้คิดค้นสูตรและทดลองทำไก่ในกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใคร และมีต้นตำรับเดิมมาจาก จ.นครสวรรค์ เนื่องจากมีเขยในหมู่บ้านเป็นคนที่นั่น

สำหรับขั้นตอนการทำ เริ่มจากการนำไก่บ้านมาสับเป็นชิ้นๆ แล้วผสมคลุกเคล้ากับเครื่องสมุนไพร และหมักทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 ชม. จากนั้นนำไปใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมเอาไว้ โดยใช้กาบมะพร้าวกับใบตองเป็นจุกปิดด้านบน เมื่อนำไปอังไฟให้สุกใช้ราวครึ่ง ชม. กระบอกไม้ไผ่จะเริ่มเปลี่ยนสี และไก่จะเริ่มสุก อีกสักพักก็เอาไปจำหน่ายได้ ซึ่งการใช้กระบอกไม้ไผ่นั้นจะทำให้มีรสชาติที่ดีขึ้น เนื้อไก่หอมและนุ่มขึ้น เนื่องจากน้ำจากไม้ไผ่จะผสมกับเครื่องสมุนไพรที่อยู่ภายในกระบอก ถือเป็นภูมิปัญญาที่นำมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

 

ชาวตรังรวมกลุ่ม ทำไก่ในกระบอกไม้ไผ่ขายรุ่ง

ไก่ในกระบอกไม้ไผ่ จำหน่ายราคากระบอกละ 100 บาท ทำให้ในแต่ละวันจะมีรายได้ประมาณ 1,500-2,000 บาท จนสร้างรายได้เป็นอย่างดีให้กับสมาชิกภายในกลุ่มที่มีอยู่ทั้งหมด 8 คน และจะมีการปันผล 2 สัปดาห์/ครั้ง ทำให้แต่ละคนมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 บาท ซึ่งสามารถนำไปเลี้ยงครอบครัว ในยุคที่ยางพารามีราคาตกต่ำเช่นนี้ได้เป็นอย่างดี

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้น หุ้นเทคโนโลยีรีบาวด์ นักลงทุนรอข้อมูลเศรษฐกิจ