
ภัยเงียบ มนุษย์ตึก!
จี้นายจ้างปรับปรุงอาคารสีเขียว ช่วยดูแลสุขภาพพนักงานไม่ให้ขี้โรค แถมสนับสนุนการประหยัดพลังงาน - ลดโลกร้อน...
จี้นายจ้างปรับปรุงอาคารสีเขียว ช่วยดูแลสุขภาพพนักงานไม่ให้ขี้โรค แถมสนับสนุนการประหยัดพลังงาน - ลดโลกร้อน...
โดย...ปริญญา ชูเลขา
การทำงานในอาคารสำนักงานวันละ 6-8 ชั่วโมง ใครคิดว่าปลอดภัย! มีภัยเงียบซ่อนเร้นอยู่ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์สำนักงานที่ทำงานเป็นเวลานานๆ เนื่องจากตึกอาคารที่สร้างตามมาตรฐานเดิม ไม่มีระบบหรือมาตรฐานป้องกันหรือดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองและก๊าซคาร์บอนมอนอ๊อกไซด์ พร้อมกับไม่มีระบบปรับอากาศและอุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศรวมถึงระบบการถ่ายเทอากาศที่เหมาะสม
นายจิโรจ ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในบริษัทออกแบบก่อสร้างอาคารสีเขียว เปิดเผยว่าเป็นห่วงสุขภาพพนักงานที่ทำงานในตึกอาคารที่ไม่ได้มาตรฐานอาคารสีเขียว หรือ Green Building ที่ไม่มีระบบป้องกันฝุ่น การควบคุมอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ และการระบายอากาศที่ป้องกันก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์และเชื้อราจากภายนอกที่เป็นตัวการโรคต่างๆอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้มาตรฐานอาคารสีเขียว ภายใต้ชื่อ Thai's rating of enery and environment sustainablility หรือ TREES ต้องเป็นตึกอาคารที่มีการปรับปรุงหรือพัฒนาระบบสุขอนามัยในการดูแลสุขภาพคนที่อาศัยในอาคาร และประหยัดพลังงานตามที่สถาบันอาคารเมืองไทยและสมาคมสถาปนิกสยามให้การรับรอง
"ถ้าสังเกตช่วงเย็นๆคนที่อยู่ในอาคารนานๆจะรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก หรือไม่ก็ปวดหัว นั้นเพราะระบบภายในอาคารไม่ดี เช่น ปกติตึกอาคารไม่ควรปูพรหม เพราะจะมีสารฟอร์มัลดีไฮด์ ปนอยู่มีสถานะเป็นก๊าซ กลิ่นฉุนแสบจมูก หากสูดดมไปเยอะๆซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง หรือ พื้นที่ 100 ตร.ม.พนักงานควรอยู่ไม่เกิน 20 คน เป็นต้น" นายจิโรจ กล่าว
นายจิโร กล่าวว่าแม้ต้นทุนในการพัฒนาระบบประหยัดพลังงานใช้ทุนต้นสูง ประมาณ 40 ล้านบาทต่อตึก แต่เป็นการลงทุนสูงในระยะแรกสามารถคืนทุนภายใน 24 เดือน เพราะระบบเดิม 1 อาคารใช้พลังงานไฟฟ้า 70% ปล่อยก๊าซคาร์บอน 48% ใช้วัสดุก่อสร้าง 49% พลังงงานอื่นๆ 39% และใช้น้ำ 12%
ทั้งนี้เมื่อเป็นอาคารสีเขียวจะลดใช้พลังงานไฟฟ้า 30% ปล่อยก๊าซคาร์บอน 35% การใช้น้ำ 40% และ กำจัดขยะ 70% สำหรับระบบประหยัดพลังงานที่จะนำมาติดตั้งหรือปรับปรุง เช่น ระบบระบายอากาศที่ป้องกันเชื้อโรค ฝุ่นละออง พร้อมกับใช้วัสดุกันชนวดความร้อนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเก็บความเย็นช่วยประหยัดการเปิดแอร์ รวมถึงติดตั้งโซล่าเซลล์ หรือใช้วัสดุรีไซเคิล เป็นต้น







