
ลดหุ่นผิดทางเพราะเครื่องชั่งเป็นเหตุ!
โดยแพทย์หญิงกษิรา เขมพิทักษ์
เชื่อว่าทุกคนคงรู้จัก BMI (Body Mass Index) ซึ่งเป็นสูตรคำนวณว่าเราอ้วนหรือผอมโดยวัดจากเพศ น้ำหนัก และส่วนสูงเป็นเกณฑ์ จึงทำให้หลายคนพยายามทุกทางที่จะให้ตัวเลขบนเครื่องชั่งลดลง ไม่ว่าจะเป็นยาลดความอ้วน อดอาหาร หรือการควบคุมอาหารอย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งผลที่ได้คือน้ำหนักมักลดได้รวดเร็วแต่จะมีความสุขอยู่กับตัวเลขบนตาชั่ง ได้ไม่นาน สักพักหนึ่งน้ำหนักจะเริ่มคงที่ ทั้งๆ ที่ยังรับประทานน้อยเหมือนเดิม แต่พอกลับมารับประทานปกติน้ำหนักก็จะเด้งกลับมาอย่างน่าตกใจค่ะ! เหตุเพราะน้ำหนักที่หายไปเป็นน้ำหนักของน้ำและกล้ามเนื้อซะส่วนใหญ่ แทนที่จะเป็นน้ำหนักของไขมัน นอกจากนั้นยังเป็นการทำลายระบบเผาผลาญ (Metabolism) ให้เสื่อมลงอีกด้วยค่ะ
รูปร่างของเราประกอบไปด้วยหลายส่วน มีทั้งน้ำหนักของไขมันและน้ำหนักของเนื้อเยื่ออื่น เช่น กระดูก เอ็น ผิวหนัง กล้ามเนื้อ ฯลฯ ซึ่งเครื่องชั่งทั่วไปบอกแค่น้ำหนักตัวโดยรวม ตลอดจน BMI ไม่ได้บอกว่าเรามีมวลไขมันเท่าไหร่ เช่น ผู้หญิงสองคนสูง 170 เซนติเมตร หนัก 60 กิโลกรัมเท่ากัน แต่คนแรกดูผอมเพรียว แต่อีกคนกลับเต็มไปด้วยไขมันส่วนเกิน! การลดโดยยึดติดกับน้ำหนักบนตาชั่งมากเกินไปจึงอาจนำไปสู่การลดที่ผิดวิธีได้ การลดที่ถูกหลักคือลดน้ำหนักไขมันและเพิ่มกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อมีความหนาแน่นและมีแรงเหนี่ยวรั้งให้รูปร่างกระชับแบบสุขภาพดี ซึ่งเราลดไขมันและเพิ่มกล้ามเนื้อได้โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารครบถ้วน หลีกเลี่ยงไขมันที่ไม่ดี น้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตจากแป้งขัดสี อาจยึดหลักง่ายๆ ว่าผักผลไม้ครึ่งหนึ่ง อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง และเผาผลาญไขมันโดยการออกกำลังกายแบบ Cardio ควบคู่กับ Weight Training อย่างต่อเนื่อง แม้วิธีนี้สุดท้ายแล้วน้ำหนักบนเครื่องชั่งอาจไม่ลดลงหรือลงเพียงเล็กน้อย แต่สิ่งสำคัญคือรูปร่างจะดูได้สัดส่วนและกระชับขึ้นค่ะ
เห็นได้ว่าสัดส่วนนั้นมีความสำคัญกว่าน้ำหนักเป็นไหนๆ แต่นอกจากวิธีที่กล่าวมาแล้ว การใช้เทคโนโลยีก็สามารถช่วยได้สำหรับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินเฉพาะจุด เช่น ลดหุ่นแล้วแต่หน้าท้องยังไม่ลดเท่าที่ควร หรือรูปร่างสมส่วนแล้วแต่ต้นขายังใหญ่อยู่ ซึ่งเทคโนโลยีก็มีให้เลือกมากมาย แต่หนึ่งอย่างที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงนั่นก็คือคลื่น Cavitation Plus ซึ่งส่งพลังงานเจาะจงลงไปเฉพาะที่เซลล์ไขมัน ทำให้ของเหลวภายใน เช่น น้ำและไขมันเสียทำปฏิกิริยาในระดับเซลล์จนเกิดเป็นฟองอากาศและกระตุ้นให้เกิดการเสียดสีจนเกิดความร้อนและแตกตัวในรูปแบบไมโครโมเลกุล สามารถเห็นความแตกต่างได้ในครั้งแรก แต่ควรรักษาอย่างต่อเนื่องเดือนละ 24 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และไม่เหลือผิวตะปุ่มตะป่ำทิ้งไว้บนผิวเหมือนการทำศัลยกรรมดูดไขมัน แต่วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเฉพาะจุดเท่านั้น ถ้ามีปัญหาอ้วนทั้งตัวควรดูแลตัวเองประกอบกับใช้เทคโนโลยีอื่นควบคู่ไปด้วยค่ะ
สรุปแล้วการลดน้ำหนักหรือชั่งเครื่องชั่งไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี เพียงแต่ต้องเข้าใจและรู้หลักการที่ถูกต้อง เพราะน้ำหนักตัวอย่างเดียวไม่ได้เป็นเครื่องกำหนดรูปร่างที่ดีได้ ซึ่งการลดที่ถูกต้องและเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดจะช่วยให้คุณมีรูปร่างดีโดยไม่ต้องเสียเวลาและสุขภาพจิตกับการลองผิดลองถูกค่ะ







