
สร้าง ‘Global Management Competencies’ ให้ ‘Global Managers’
โดย : รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
&<2288;
คุยกันไปแล้วนะคะตั้งแต่สัปดาห์ก่อนถึงความหมายของคำว่า
“Global managers” ซึ่งมีความหมายครอบคลุมบุคคล 3 กลุ่มด้วยกัน คือกลุ่มที่ 1 Expatriate คือ พนักงานที่บริษัทส่งไปทำงานยังประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นระยะเวลานานนับหลายเดือนหรือเป็นปี จนกลายเป็น
“พนักงานประจำ” ของสำนักงานประเทศนั้นๆ ไปกลุ่มที่ 2 Frequent Flyers ซึ่งหมายถึงพนักงานที่ต้องเดินทางไปทำงานยังต่างประเทศบ่อยๆ แต่ไม่ต้องอยู่ทำงาน ณ ประเทศนั้นๆ เป็นเวลานับเดือนหรือหลายปี
กลุ่มที่ 3 Virtual Managers ซึ่งหมายถึงผู้จัดการเสมือนที่ทำงานติดต่อกับพนักงานในประเทศต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือเครื่องมือสื่อสารอื่นๆ โดยที่เจ้าตัวไม่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศเลย (ก็ยังได้)
จากการจัดประเภท Global Managers ของ Richard Steers ทำให้เราเข้าใจถึงความแตกต่างของผู้จัดการระดับโลกาภิวัตน์ (Global Managers) ในแต่ละกลุ่มว่ามีสิ่งแวดล้อมของชีวิตการทำงานและการปฏิสัมพันธ์ (Interaction) กับผู้คนรอบข้าง เช่น พนักงานหรือลูกค้าอย่างไร ดังนั้นเมื่อมีสิ่งแวดล้อมของการทำงานและการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างที่แตกต่างกัน Global Managers แต่ละกลุ่มจึงต้องมี Global Management Competencies ที่แตกต่างกันด้วย
Global Management Competencies สำหรับศตวรรษที่ 21
Richard Steers ได้ให้ความเห็นว่าผู้ที่เป็น Global Managers คือผู้ที่สามารถผสมผสานความรู้และทักษะด้านการจัดการ (Management Knowledge and Skills) โดยทั่วไปกับความรู้และทักษะในการปฏิสัมพันธ์ข้ามวัฒนธรรม (Intercultural Interpersonal Knowledge and Skills) เข้าด้วยกัน จากหลักการนี้เราสามารถสร้าง
“สูตร” ในการออกแบบการฝึกอบรมสำหรับผู้ที่เป็น “Global Managers” ได้ดังนี้1.การฝึกอบรมสำหรับ Expatriate สำหรับ Global Managers กลุ่มนี้ ซึ่งต้องเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นเวลานานๆ เป็นเรื่องจำเป็นที่ Expats ควรเรียนรู้ภาษาท้องถิ่นไว้บ้าง และถ้าสามารถพูด อ่าน เขียน ได้ก็ถือว่าประเสริฐยิ่ง ให้ลองสังเกตดูอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ที่ชื่อ ราล์ฟ บอยซ์ สิคะ ท่านพูด อ่าน เขียน ภาษาไทยได้ปร๋อเลย ขนาดอ่าน
“สี่แผ่นดิน” ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้นอกจากเรื่องของภาษาแล้ว Expats ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และข้อกฎหมายที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในประเทศนั้นๆ ด้วย เพื่อที่จะเข้าใจสภาพภูมิสังคมและบริบทของสังคมนั้นๆ ดีพอที่จะรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำในวัฒนธรรมนั้นๆ ทั้งนี้ข้อควรระวังหรือจุดบอดของ Expats ก็คือเมื่อได้คุ้นเคยและทำงานในสังคมท้องถิ่นใดๆ เป็นเวลานานๆ ก็มักจะสูญเสียมุมมองและวิสัยทัศน์ในระดับโลกาภิวัตน์ไป ดังนั้น Expats จึงควรได้รับการฝึกอบรมเพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกลในประเด็นธุรกิจต่างๆ ระดับสากลอยู่เป็นระยะๆ
2.การฝึกอบรมสำหรับ Frequent Flyers ในกรณีของ Frequent Flyers ที่เดินทางไปหลายๆ ประเทศ บุคคลกลุ่มนี้ต้องการความรู้ที่ครอบคลุมสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมในระดับโลก พวกเขาต้องมีวิสัยทัศน์ระดับ
“อินเตอร์” และถ้ารู้หลายภาษาก็จะยิ่งดีเพื่อทำให้คล่องตัวในการทำงานกับคนหลายชาติหลายภาษา จุดบอดสำหรับ Frequent Flyers ก็คือ พอมีเพดานบินระดับ “โลกาภิวัตน์” เปรียบเสมือนนกที่บินสูงแล้ว พวกเขาก็มักจะลืมเลือนที่จะให้ความสำคัญกับประเด็นต่างๆ ในระดับท้องถิ่น ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงควรได้รับการฝึกอบรมในเรื่องราวระดับท้องถิ่นเป็นระยะๆ เพื่อพวกเขาจะสามารถเชื่อมโยงความเกี่ยวพันระหว่างประเด็นและเป้าหมายธุรกิจในระดับโลกาภิวัตน์กับระดับท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน3.การฝึกอบรมสำหรับ Virtual managers แม้ว่า Virtual Managers จะไม่ได้เดินทางไปไหน และอาจติดต่อประสานงานกับพนักงานในประเทศต่างๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต แต่ในหลายๆ กรณีก็เป็นเรื่องจำเป็นที่พวกเขาควรรู้ภาษาท้องถิ่นและวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นๆ พอสมควร เพื่อที่จะสามารถสื่อสารผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลีกเลี่ยงการทำในสิ่งที่ขัดกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับ Virtual Managers คือเรื่องของ
“เทคโนโลยี” ที่ใช้ในการสื่อสาร เพราะพนักงานในแต่ละท้องถิ่นอาจมีระดับความสามารถในการใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันตามระดับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่มีในแต่ละประเทศได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับผู้จัดการระดับโลกาภิวัตน์ประเภทต่างๆ แล้ว คราวนี้คงไม่ยากเกินไปที่ชาว HR จะพัฒนา
“Global Management Competencies” ให้กับพนักงานขององค์กรแล้วนะคะ และในส่วนของ Global HR Competencies นั้น เอาไว้คุยกันวันหลังก็แล้วกันค่ะ






