
แชมป์เท่านั้นที่ผมต้องการ
...ทีมข่าวกีฬา
ก่อนจะให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดลิเมล์ โรแบร์โต มันชินี มีท่าทางไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เขาเพิ่งจะเรียกประชุมสตาฟฟ์ เพราะไม่ค่อยพอใจการเตรียมทีมสักเท่าไหร่
สายฝนโปรยปรายอยู่นอกหน้าต่างไม่ได้ทำให้มันชินีอารมณ์เย็นลง แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหลายนั่นแหละ แต่อย่างว่า สำหรับโค้ชหนุ่มคนนี้ รายละเอียดคือสิ่งที่เขาใส่ใจ
“
คุณคิดว่าผมมาอยู่ที่แมนเชสเตอร์ทำไมกันเล่า เพื่อสภาพอากาศหรือ ผมมาที่นี่เพื่อคว้าแชมป์ คว้าแชมป์อย่างเดียวเท่านั้น มีแต่การคว้าแชมป์เสมอ”มันชินี เคยรับงานคุมทีมฟิออเรนตินาลาซิโอ และอินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์ลีกมา 3 ครั้ง แชมป์อิตาเลียน คัพอีก 4 ถ้วย ก่อนจะตัดสินใจเดินทางมาคุม
“ทีมชั้น 2” ของเมืองแมนเชสเตอร์ ทีมที่ไม่เคยคว้าแชมป์ใหญ่ๆ มานับตั้งแต่ปี 1976 นู่นแล้วมันก็คงเหมือนกับการตัดสินใจก้าวเท้าออกจากบ้านมาร่วมอะคาเดมีของโบโลนญาในวัย 13 ปี ก่อนจะได้สัมผัสเกมเซเรียอาตอนอายุ 16 แต่เมื่อเป็นพ่อคนเสียเองในวันนี้ เขานึกภาพลูกชายทั้งสอง ซึ่งปัจจุบันอายุ 18 และ 20 ทิ้งบ้านไปในวัย 13 ปีไม่ออกเลยล่ะ
หลังจากนั้นเป็นซามพ์โดเรีย สโมสรที่เขาฝากความภักดีไว้ยาวนานถึง 15 ปีแทนที่จะเป็นทีมระดับพระกาฬอย่างยูเวนตุส เอซี มิลาน หรืออินเตอร์ มิลาน
“
ผมอยากเป็นนักเตะที่มีชื่อ สร้างชื่อในทีมของผม ไม่ใช่มีชื่อขึ้นมาเพราะเล่นให้กับทีมใหญ่ ผมถึงชอบแมนเชสเตอร์ ซิตีมันก็เหมือนๆ กับซามพ์โดเรีย ถ้าเราประสบความสำเร็จขึ้นมา ก็เท่ากับเราเปลี่ยนประวัติศาสตร์สโมสร เปลี่ยนไปตลอดชีวิต”มันชินี บอกว่า ผู้จัดการทีมคนไหนๆก็คว้าแชมป์ได้ทั้งนั้นแหละ หากได้รับงานที่เรอัล มาดริด หรือว่าบาร์เซโลนา มันง่ายจะตาย
“
แต่ถ้าคุณได้สร้างทีมขึ้นมา ทำงานหนักๆ กันหลายเดือนหลายปีที่แมนเชสเตอร์ ซิตี แล้วจากนั้นก็ได้แชมป์ สำหรับผมแล้วนั่นมันสำคัญยิ่งกว่า มันจะวิเศษไปเลย”สิ่งหลักๆ ที่เปลี่ยนไปคือ จากการซ้อมตอนเช้าที่นักฟุตบอลอังกฤษชอบนัก ก็มาเพิ่มช่วงบ่ายเข้าไปด้วย และเปลี่ยนแปลงมุมมองที่มีต่อทีมตัวเองเสียใหม่ว่าพวกเขาไม่ได้เป็นแค่ทีมชั้น 2 ของเมืองนี้
แล้วต้องทำอย่างไรเล่า คุณจะเป็นนักเตะของทีมชั้นยอด และไม่ใช่ทีมชั้น 2
“
มีนักเตะพวกที่รอคอยแต่วันหยุดผมบอกพวกเขาว่าตอนนี้ไม่มีวันหยุดแล้วนักเตะระดับท็อปจะเล่นในพรีเมียร์ลีกวันเสาร์ แชมเปียนส์ลีกวันอังคาร พรีเมียร์ลีกวันเสาร์ ไม่ได้พักกันหรอก ผมบอกพวกเขาว่าการทำงานหนักไม่ใช่แค่วิ่งในสนาม แต่ต้องทำงานในหัวด้วย ต้องคิดถึงคู่ต่อสู้ คิดว่าเราจะเล่นกันอย่างไร”เมื่อปรับสภาพจิตใจ (คำพูดติดปากเขาล่ะ) กันได้แล้ว นายใหญ่ชาวอิตาเลียนจึงจะอนุญาตให้มีวันหยุดได้ 1 หรือแม้แต่ 2 วัน
นอกจากนี้ ลูกทีมของเขาจะต้องมองการฝึกซ้อมเหมือนเป็นแมตช์แข่ง คือมาถึงสนามก่อนเวลาจริง 1 ชั่วโมง คิดถึงหน้าที่การงานตลอดเวลา พอซ้อมเสร็จสรรพก็ต้องอยู่นวดตัวเพื่อให้สภาพร่างกายพร้อมสำหรับวันต่อไป จากนั้นจึงจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้
เขาบอกว่า กว่าที่สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะซึมซับเข้าไปในตัวนักเตะเหมือนเป็นเรื่องปกติ ก็ต้องใช้เวลา 12 ปี
ระยะหลังๆ มานี่ ผู้ใหญ่ในทีมเรือใบสีฟ้าไม่ค่อยจะให้เวลาใครนานขนาดนั้นเสียด้วยสิ







