
ไทยแลนด์ทัวริซึ่มอวอร์ดสุดยิ่งใหญ่รับวันท่องเที่ยวโลก
เรื่อง / ปฏิพร
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะมีการประกาศผลรางวัลประกวดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หรือไทยแลนด์ทัวริซึ่มอวอร์ด ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ซึ่งตรงกับวันท่องเที่ยวโลก ในปีนี้คณะกรรมการได้คัดสรรหาผู้ชนะรางวัลอย่างเข้มข้น สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. เปิดใจถึงโครงการดังกล่าวที่กำลังจะมีการตัดสิน
ความเป็นมาของโครงการไทยแลนด์ทัวริซึ่มอวอร์ด
เป็นโครงการที่จัดต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2539 จัดทุก 2 ปี วัตถุประสงค์คือต้องการเชิดชูผู้ประกอบการ ชุมชน องค์กร ที่ทำงานด้านการท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึกเรื่องของสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นปรัชญาของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีกระบวนการตรวจสอบที่ละเอียดอ่อน มีการตรวจแหล่งท่องเที่ยว จึงต้องใช้เวลาในการดำเนินการนานเนื่องจากต้องลงพื้นที่ และอีกอย่างเป็นเรื่องของการสนับสนุน หรือเป็นช่องทางให้กับผู้ประกอบการที่จะได้สามารถนำเสนอบริการ แหล่งท่องเที่ยว หรือสินค้าให้กับลูกค้าได้ ซึ่งถือเป็นการตลาดอย่างหนึ่งที่จะช่วยเฟ้นหาผู้ประกอบการที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เขาตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม
ที่ผ่านมาผลตอบรับเป็นยังไงบ้าง
มีการขยายตัวทุกปี มองจากผลงาน แหล่งท่องเที่ยว หรือผู้ประกอบการที่เสนอตัวเข้ารับการพิจารณา และผู้ที่ได้รับรางวัลแล้วก็มีการเสนอตัวเข้ามาอีก สืบเนื่องจากมีการสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งจากผู้บริโภค สื่อมวลชน เลยทำให้ผู้ประกอบการหันมาสนใจ เลยทำให้โครงการเหล่านี้ดำเนินการได้ง่ายขึ้น
สำหรับโครงการปีนี้ไปถึงขั้นไหนแล้ว
ได้ดำเนินการขั้นสุดท้าย เรามีการประกวดทั้งหมด 5 ประเภท ทั้งเรื่องที่พัก นักท่องเที่ยว การนำเที่ยว ชุมชน แหล่งท่องเที่ยว ทั้งหมดนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการหลายร้อยแห่ง เราก็มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสาขา ทั้งสิ่งแวดล้อม บริหารจัดการ ศิลปวัฒนธรรม และการตรวจในรอบสุดท้ายจะเป็นการลงพื้นที่จริงทั้งหมด เราก็ทำมาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว และจะมีพิธีการในการมอบรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 27 ก.ย 2553 ซึ่งเป็นวันท่องเที่ยวโลก เพื่อเป็นการประกาศให้กับวงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกได้รู้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และมีการดำเนินการมานานแล้วปีนี้มีผู้สมัครร่วมโครงการนี้กี่ราย 300 กว่าราย ซึ่งเพิ่มจากเดิมค่อนข้างมาก แต่มีแค่ 100 กว่าราย ที่จะได้รับรางวัล เนื่องจากการตัดสินที่ค่อนข้างละเอียด และหลายกฎเกณฑ์ เพราะอยากให้ผู้ที่ได้รับรางวัลรู้สึกว่ามีคุณค่าจริงๆ
จะมีการต่อยอดอย่างไรจากโครงการนี้บ้าง
เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับโครงการ 7Green ซึ่งเป็นแนวคิดที่มองทั้งกระบวนการของการบริโภคด้านการท่องเที่ยว เริ่มต้นจาก Green Heart, Green Logistic การคมนาคมที่หลีกเลี่ยงการสร้างมลภาวะ จนกระทั่งไปถึง Green Plus คือ การส่งมอบคืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวมีอะไรเราก็จะพยายามมีส่วนร่วมและสนับสนุนในการบริหารจัดการอย่างมีสำนึก ซึ่งตอนนี้ก็มีอยู่ 5 เรื่อง คือ แหล่งท่องเที่ยว ที่พักรายการนำเที่ยว ชุมชน องค์กร และเรื่องของเชิงสุขภาพ ซึ่งถือว่าครอบคลุมและเชื่อมโยงกัน







