posttoday
แนวคิดหลัก สาลินี วังตาล

แนวคิดหลัก สาลินี วังตาล

02 กันยายน 2560

"ใช้ชีวิตให้มีคุณค่า เลือกทำสิ่งที่ดีงามและในสิ่งที่ใจรัก"

เรื่อง : วราภรณ์ เทียนเงิน

"ใช้ชีวิตให้มีคุณค่า เลือกทำสิ่งที่ดีงามและในสิ่งที่ใจรัก" ถือเป็นแนวทางสำคัญในการเลือกดำเนินชีวิตของ สาลินี วังตาล แม่ทัพหญิงของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

สาลินี เล่าอย่างตั้งใจว่า ก่อนที่จะเข้ามาตำแหน่งผู้อำนวยการ สสว. ตนเองได้ทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ มาเป็นเวลาร่วมประมาณ 34-35 ปี

โดยหลังจากเกษียณอายุจากการทำงานที่แบงก์ชาติ ก็ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ให้มาทำงานที่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ในเวลาประมาณหนึ่งปีครึ่ง ต่อจากนั้นก็ได้รับโอกาสต่อเนื่องให้มาทำงานที่ สสว.เป็นเวลาร่วม 2 ปีแล้ว

ดังนั้น บุคคลที่เป็นต้นแบบของตนเอง ก็จะอยู่ในแบงก์ชาติ เพราะตนเองทำงานในแบงก์ชาติมาเป็นเวลานานที่สุด จึงได้พบว่า เห็นผู้ใหญ่ที่ทำงานในแบงก์ชาติ หรือผู้ว่าแบงก์ชาติ ทุกคนต่างใช้ชีวิตอย่างสมถะ มีชีวิตอย่างเรียบง่าย มีความสุขในการทำสิ่งต่างๆ หรือเรียกว่า ใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต

แนวคิดหลัก สาลินี วังตาล

"ถือเป็นแนวทางสำคัญในการเลือกดำเนินชีวิต ส่วนบุคคลที่มีชีวิตรวย ก็ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่ควรใช้ทรัพย์สินให้ถูกกาลเทศะจะดีที่สุด หลักการทำงาน จะมุ่งทำในสิ่งที่เรามีใจรัก จึงเกิดเป็นแรงผลักดันสู่ความต้องการทำ รวมถึงการเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องและดีงาม การทำงานด้วยความมุ่งมั่น ถือว่าการได้รับโอกาสที่ สสว. จึงเป็นเรื่องที่ดี ทำให้เราได้เข้ามาช่วยพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทย"

สำหรับทั้งแบงก์ชาติและ สสว.นั้น สาลินี จำแนกว่า ต่างมีความโดดเด่นแตกต่างกัน โดยจุดเด่นของคนแบงก์ชาติ คือ ขยัน ทุ่มเท ฉลาด เก่งในเชิงลึกทางด้านการเงิน ขณะที่คนใน สสว.มีความรอบตัว ทำอะไรได้หลายๆ อย่าง

"มีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้คนรอบๆ ตัว ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด แต่ขาดแรงจูงใจที่จะทำงานให้ได้ดี แต่ตอนนี้คนที่ สสว.เริ่มมีแรงจูงใจทางบวกมากขึ้น ขยันและทุ่มเททำงานมากขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้งานต่างๆ คืบหน้าไปได้มาก ถ้าพวกเขาได้ผู้นำที่มีไอเดียทันสมัย และเป็นคนซื่อสัตย์ ก็จะช่วยกันดูแลเอสเอ็มอีไทยให้พัฒนาขึ้นมาทันโลกได้"

การเข้ามาบริหารใน สสว.นั้น สาลินี บอกความในในใจว่า เป็นสิ่งที่ตั้งใจทำให้ดีที่สุด และไม่มีแรงกดดันเรื่องตำแหน่งใด ทุกอย่างจึงมุ่งผลักดันโครงการ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเร็วที่สุด

"ในบางครั้งเราก็ต้องมีการหารือกับฝ่ายกฎหมายด้วย ว่า ถ้าเร่งผลักดันความช่วยเหลือจะติดขัดในด้านใดหรือไม่ หรือข้อกฎหมายเป็นอุปสรรคหรือไม่ เพราะเรามีความเข้าใจปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันการทำงานก็จะไม่แบกรับปัญหาและไม่กดดัน เราพร้อมที่จะเปิดรับฟังทุกความคิดเห็นของพนักงานใน สสว. ทุกคนสามารถเสนอความคิดเห็นได้และสามารถสื่อสารได้โดยตรง เพื่อให้การทำงานไม่ติดขัดปัญหา และเกิดความคล่องตัว

"ยกตัวอย่างล่าสุดที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สกลนคร พนักงาน สสว.ได้เสนอแนวคิดให้มีการจัดตั้งศูนย์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการเงินให้พื้นที่และการเปิดให้ผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาเข้ามาติดต่อโดยตรง แม้ว่าเอกสารจะไม่ครบเพราะถูกน้ำท่วม เพื่อให้เอสเอ็มอีได้รับความช่วยเหลือรวดเร็วยิ่งขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ดีที่พนักงานพร้อมใจและเสนอแนวคิดใหม่ๆ ต่อเนื่อง" สาลินี กล่าว

เป้าหมายสำคัญในการทำงานที่ สสว. อยากให้เอสเอ็มอีไทยมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมถึงผู้ประกอบการสามารถขยายธุรกิจจากขนาดเล็กไปสู่ขนาดกลางและขนาดใหญ่ได้ สาลินีขยายภาพให้เห็นถึงการร่วมวางยุทธศาสตร์ผลักดันให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของเอสเอ็มอีของประเทศไทยให้มีสัดส่วน 50% ของจีดีพีประเทศ ภายในปี 2564 โดย สสว.ต่างมีมาตรการผลักดันในด้านต่างๆ

"ทั้งนี้ ประเมินว่าในอนาคต หากจีดีพีของเอสเอ็มอีไทยขยับมาถึงระดับ 50% ได้ตามแผน จะเป็นผลดีต่อการกระจายรายได้และช่วยลดความเหลื่อมล้ำ จะเป็นผลดีต่อทั้งประเทศ สังคม เศรษฐกิจอย่างมาก เหมือนกับในประเทศที่พัฒนาแล้ว จีดีพีของเอสเอ็มอีจะมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของจีดีพีประเทศทั้งหมด"

แนวคิดหลัก สาลินี วังตาล

สาลินี เล่าต่อว่า ขณะที่การแบ่งเวลาในช่วงวันหยุดจากการทำงาน วันเสาร์ ส่วนใหญ่จะอยู่บ้านและเลี้ยงหลาน ส่วนวันอาทิตย์ ก็จะไปโบสถ์เป็นประจำ หรือในบางช่วงวันหยุด ก็จะมีการเดินทางไปต่างจังหวัดในโครงการต่างๆ ของ สสว. และได้พบเจอกับผู้ประกอบการต่างๆ

ในอนาคต เธอวางเป้าไว้ว่า ก็อยากจะทำงานต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยเชื่อว่าทุกคน ชีวิตหลังเกษียณก็จะมีแนวคิด การใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน

"ได้รับโอกาสไม่เหมือนกัน แต่มั่นใจว่าทุกคนต่างต้องการทำสิ่งที่มีคุณค่า หรือเลือกใช้ชีวิตตามแนวทางที่ชอบได้อย่างดีแน่นอน ทุกคนต่างไม่อยากอยู่เฉยๆ ทุกคนต่างต้องการทำสิ่งที่มีคุณค่า ต่างคนต่างมีทางเก่งของตัวเองอย่างแน่นอน โดยการได้เข้ามาทำงานที่ สสว. เป็นการได้รับโอกาสครั้งสำคัญ และเป็นโอกาสที่ดี ได้ร่วมให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทย” 

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว