posttoday
ไม่กล้าเริ่มทำสิ่งดีเพื่อตัวเอง

ไม่กล้าเริ่มทำสิ่งดีเพื่อตัวเอง

29 กรกฎาคม 2560

ผมเคยได้ให้คำปรึกษาชายหนุ่มคนหนึ่ง ชีวิตเขาวนอยู่กับที่ พอคิดจะทำอะไรดีๆ ให้ตัวเอง เขาก็เริ่มตัดสินไปก่อนว่าไม่ใช่ ไม่สบายตัว ไม่สบายใจ

โดย...ดร.พงษ์รพี บูรณสมภพ ภาพ : เอเอฟพี

ผมเคยได้ให้คำปรึกษาชายหนุ่มคนหนึ่ง ชีวิตเขาวนอยู่กับที่ พอคิดจะทำอะไรดีๆ ให้ตัวเอง เขาก็เริ่มตัดสินไปก่อนว่าไม่ใช่ ไม่สบายตัว ไม่สบายใจ เขารู้ว่าเขาใช้ชีวิตครึ่งๆ กลางๆ แต่เขาก็เลือกชีวิตแบบนั้น เพราะมันง่าย ง่ายที่ไม่ต้องตัดสินใจอะไร ง่ายที่ได้อยู่ในสภาพเวียนวนกับการอยู่แบบเดิมๆ แบบที่เคยเป็น แล้วก็ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น

จริงๆ มีชีวิตคนจำนวนมาก จำนนกับชีวิตครึ่งๆ กลางๆ ไม่กล้าไปตามฝัน ไม่กล้าเริ่มทำสิ่งดีๆ เพื่อตัวเอง เหตุผลหลักที่ทำให้ชีวิตถูกหน่วงรั้งให้จมปลักอยู่กับที่ มีประมาณนี้ครับ

1.ชินกับความลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ

ชีวิตคนโดยปกติ ต้องเจอกับความไม่แน่นอนอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่มักฮึด ก้าวข้ามสิ่งเดิมไปสู่สิ่งใหม่ได้ไม่ยาก ถ้าแค่ไม่ลังเลเกินไป และเราต่างต้องกล้าตัดสินใจระหว่างสิ่งดีสองสิ่งเสมอๆ และมักเป็นการตัดสินใจระหว่างสิ่งที่มีอยู่เดิมกับสิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ความกังวล ไม่กล้าเริ่มสิ่งใหม่ที่ดีกว่า เพราะเห็นแต่สิ่งแย่ๆ ข้างหน้า ส่วนใหญ่ตั้งแต่เกิด คนลักษณะนี้จะถูกฝึกให้คิดลบไว้ก่อน เพราะสิ่งแวดล้อมที่บ้านมีแต่เรื่องลบๆ มาคุยกันประจำ หรือไม่ก็ถูกมองตั้งแต่เด็กว่า ต้องทำอะไรผิด อะไรพลาดเป็นประจำ จนคนนั้นไม่สามารถคิดอะไรบวกๆ ล่วงหน้าได้ เพราะกลัวผิด กลัวพลาด กลัวกระทบคนอื่นรอบตัว

 ความหมกมุ่น วิตกว่าถ้าคิดจะทำอะไรดีๆ ให้ตัวเองที่เป็นสิ่งใหม่ หลุดจากสิ่งเดิมๆ ทำให้เขาเอาความต้องการคนรอบข้างเป็นข้ออ้างให้หยุดอยู่กับที่ หลายกรณีที่เจอมา พวกเขามักคิดวนไปวนมา และเริ่มแก้ตัวว่าต้องอยู่ที่เก่า ทำสิ่งเดิม แม้ตัดโอกาสที่ดีกว่าของสิ่งใหม่ก็ยอม พวกเขามักคิดถึงความสำคัญของการแก้ปัญหาให้คนอื่น การดูแลคนอื่น จนดูความต้องการตัวเองไม่ออก

 การที่ชีวิตชินกับการทำสิ่งเดิม อยู่ที่เดิม เป็นแบบเดิม เพื่อคนอื่นจะได้สบายใจเหมือนเดิม ทำให้ชินกับความลังเล ไม่กล้าตัดสินใจอะไรดีๆ ให้ตัวเอง เพราะกลัวกระทบคนอื่น กลัวสิ่งร้ายจะเกิด กลัวสารพัด จนท้ายสุดจบที่ไม่ตัดสินใจอะไร รอให้ทุกอย่างเกิดขึ้นเอง

 จนติดนิสัยลังเล โลเล พานทำให้คนรอบข้างที่เขาแคร์มองเขาไม่เอาไหน ซึ่งท้ายสุดก็ไม่ช่วยใคร ไม่ช่วยทั้งตัวเขาเองและคนรอบข้างที่เขาแคร์ ท้ายสุดเขาก็วนกลับมาที่เดิม คือไม่ทำอะไร

 การกลัวเรื่องเดิมซ้ำๆ เราต้องลดความกลัวลง โดยเรียกสติ วิธีลดกลัวมีหลายวิธี เช่น คุยกับคนที่ผ่านเรื่องราวแบบเรามา หาสาเหตุของความกลัว หรือลองเผชิญสิ่งที่กลัวดู ว่ามันจัดการอะไรไม่ได้จริงๆ หรือ (Fact Findings) รวมถึงการแกะปม โดยพึ่งผู้เชี่ยวชาญ เพราะถ้าเราไม่หัดลดกลัว เราจะไม่ทำอะไรดีๆ ให้ตัวเอง แล้วจะเสียดายชีวิตที่หมดไปวันๆ เพราะเราไม่หัดลดกลัวลง คนเราจะไม่มีสมาธิทำอะไร ถ้าไม่จัดการความกลัวก่อน ความกลัวคือศัตรูที่แท้จริงของความสุขสมดุลในชีวิต ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า Self-Sabotage คือ หยุดตัดสินใจ (อะไรดีๆ ให้ตัวเอง)

2.ชอบดูถูกตัวเอง

 คนที่ดูถูกตัวเองบ่อยๆ เขาคิดว่าการทำอย่างนั้นจะทำให้คนอื่นสงสารเขามากขึ้น และเห็นใจที่เขาเลือกอยู่กับที่ ไม่ไปไหนต่อกับชีวิต แต่การชอบดูถูกตัวเอง จริงๆ แล้วเท่ากับเราดูถูกทุกคนที่เชื่อในตัวเราด้วย ว่าเขามองเราผิดไป

 จริงๆ แล้วปฏิเสธไม่ได้ว่า คนชอบดูถูกตัวเองจะเสพติดการมองจุดอ่อนตัวเอง และเทียบกับจุดแข็งคนอื่น จนทำให้มีปมด้อยง่าย แต่เราควรเลือกมองมุมที่เป็น “จุดอ่อน” ของเราใหม่ ว่าแท้จริงมันคือสิ่งจำเป็นของชีวิต ลองคิดดูว่า ถ้าเราไม่มีจุดอ่อนอะไร เราก็ไม่เรียนรู้ที่จะพึ่งคนอื่นหรือต้องการใครมาช่วยอะไรเรา การมีจุดอ่อนเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นได้มาสอน มาช่วย มารัก มาปันสิ่งดีให้กับเรา เพราะเราต้องมีสังคม ต้องร่วมมือกับคนอื่น

 จุดอ่อนมีให้เราเห็นว่า เราต้องการคนอื่น แต่จุดแข็งมีเพื่อให้เรากล้าให้คนอื่นได้มีความสุขกับสิ่งที่เราทำได้ดี หรือถ้ารู้ว่ามี แต่ยังไม่เริ่มลงมือทำ ก็สามารถพัฒนาให้เก่งจนเป็นจุดแข็งชัดเจนได้ไม่ยาก จุดแข็งของเราจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ในสังคมต่างพึ่งพา แต่คนชอบดูถูกตัวเอง มองเป็นอยู่ด้านเดียว จนไม่กล้าเริ่มอะไรใหม่ที่ดี ที่ดึงจุดแข็งตัวเองออกมา เพราะไม่เคยมองจุดแข็งเป็น มองเป็นแต่จุดอ่อนด้อย

 การหาจุดแข็งเราจริงๆ ไม่ยาก ต้องเริ่มจากการเชื่อสิ่งที่คนอื่นต่างพูดว่า เราทำได้ดี หรือไม่เราก็เห็นคนรอบข้างต้องการสิ่งนี้จากเราเสมอๆ

3.การตามใจคนอื่นมาก จนลืมดูตัวเอง

 หลายคนดูใจคนอื่นเกิน (Enmeshed) หรือตามใจความรู้สึกคนอื่นเกิน จะเหมือนคนใช้ชีวิต ”มอง” ข้างทางบ่อย จนลืมเป้าหมาย เพราะเหนื่อยเพลียเกินมองเป้า (เลยไม่มองเป้า มองคนแทน) และท้ายสุดก็ไม่ยอมเริ่มอะไรใหม่ๆ ดีๆ ให้กับตัวเอง เพราะกลัวไม่ได้ตามใจคนรอบข้าง คนลักษณะนี้ตั้งเป้าอะไร ท้ายสุดแพ้ทางคนรอบข้าง จนต้องกลับมาตั้งเป้าใหม่เสมอๆ

 ถ้าเราตัด 3 สิ่งนี้ออกไป ไม่ให้มีอิทธิพลกับเราจนเราไม่เป็นตัวเอง ไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ ดีๆ ให้ตัวเอง เราจะมีชีวิตที่น่าภูมิใจ และรู้สึกข้างในว่าเราใช้ชีวิตคุ้มขึ้นจริงๆ

 ให้เราเริ่มกล้าทำสิ่งดีๆ เพื่อตัวเอง โดยลดความลังเล การดูถูกตัวเอง และการชอบตามใจคนอื่น จนลืมดูตัวเอง ตั้งแต่วันนี้นะครับ เพราะชีวิตเป็นของเรา และความสุขของเราก็มีค่าไม่แพ้ความสุขของคนรอบข้างเรา

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน