
ปากซอยที่ไม่เหลือร้านวิดีโอให้เช่า
และแล้วก็ถึงวันที่มุมถนน ปากซอย ริมถนนละแวกบ้านที่เราคุ้นเคย หรือกระทั่งในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
และแล้วก็ถึงวันที่มุมถนน ปากซอย ริมถนนละแวกบ้านที่เราคุ้นเคย หรือกระทั่งในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ที่เคยเปิดเป็นร้านให้เช่าหนังที่เราเรียกกันจนติดปากว่า "ร้านเช่าวิดีโอ" ก็พากันปิดตัวลงจนแทบไม่เหลือให้เห็นอีกเลย หากย้อนเวลากลับไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน แล้วเอาเรื่องนี้ไปบอกกับใครสักคนในช่วงเวลานั้น ตัวเขาคงบอกว่า สิ่งที่เราบอก เป็นเรื่องไร้สาระ เป็นไปไม่ได้...
บริการเช่าหนังนั้นเคยตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายครัวเรือน มอบกิจกรรมจากที่แต่ละครอบครัวลงทุนซื้อเครื่องเล่นแล้วเช่าหนังเรื่องละไม่กี่บาท มานั่งดูพร้อมกันได้ทั้งครอบครัว ไม่ต้องตีตั๋วคนละใบเดินเข้าไปในโรง ข้อเสียคือหนังที่มีให้เช่าเป็นหนังเก่า ที่ช้ากว่าโรงร่วมเดือน แต่ถึงกระนั้นหนังเช่า ก็ถือว่าเป็นความบันเทิงเหมาโหลสำหรับครัวเรือนหรือใครหลายคนได้ โดยไม่ต้องง้อโรงหนัง
ธุรกิจนี้เคยเฟื่องฟู จนร้านที่ให้บริการด้านนี้ ฟันกำไรอื้อซ่า กระทั่งแฟรนไชส์แบรนด์จากต่างประเทศหลายเจ้าถึงกับยกขบวนมาเปิดขยายสาขา ยึดทำเลทองของซูเปอร์สโตร์ได้ เล่นเอาโรงหนัง ซึ่งนอกจากต้องรับมือร้านเช่าหนังแล้ว ยังประสบปัญหาเรื่องการแบกรับค่าใช้จ่ายที่ไม่สมมาตรกับจำนวนผู้ใช้บริการ ที่สุดโรงหนังจำพวกสแตนอโลนหรือโรงหนังเดี่ยวในเมืองใหญ่ๆ ที่เคยรุ่งเรือง ก็พากันปิดตัวเลิกกิจการจนแทบหมดสิ้น เข้าสู่ยุคโรงหนังแบบซีนีเพล็กซ์ในห้างใหญ่ และเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
นับตั้งแต่วันที่วงเดอะบักเกิลส์ แหกปากร้องท่อนฮุคของเพลงฮิต “Video Killed the Radio Star” เพลงที่บางท่อนของเนื้อหาบอกเล่าถือว่า เป็นมิวสิควิดีโอเพลงแรกในประวัติศาสตร์ที่ฉายทางช่อง เอ็มทีวี เมื่อปลายทศวรรษที่ 70 สิ่งที่เพลงนี้บอกเล่าไว้ว่า ยุคสมัยย่อมแปรเปลี่ยน สิ่งใหม่ทำลายสิ่งเก่าลงได้เพราะให้ในสิ่งที่ผู้บริโภคอยากได้มากยิ่งกว่า ก็เป็นเหมือนคำสาปกลายๆ ที่จารึกไว้คู่กับพลวัตความเปลี่ยนแปลง ที่จะอยู่คู่กับวงการนี้ไปตราบวันสิ้นโลก
ทศวรรษต่อมา วงการเพลงก็เปลี่ยนการพึ่งพาช่องทางโปรโมทผลงานซึ่งเดิมมีเฉพาะวิทยุและใบปิดในร้านขายแผ่น สู่ยุคที่เพลงขายจะต้องมีภาพเคลื่อนไหวที่แข่งกันสุดขีด มิวสิควิดีโอยิ่งเท่ ล้ำสมัย เนื้อหาตรึงผู้ชมได้ ก็ยิ่งเก็บเกี่ยวชื่อเสียงได้มาก ทศวรรษที่ 90 ซึ่งว่ากันว่าเป็นยุครุ่งเรืองสุดขีดของเอ็มทีวี ศิลปินดังบางราย ได้ไฟเขียวจากค่ายให้ทุ่มงบประมาณในการถ่ายทำมิวสิควิดีโอบางเพลงสูงพอๆ กับทุนทำหนังเลยทีเดียว
ชะตาเดียวกับธุรกิจเช่าหนัง ใครเลยจะคาดถึง ว่า สถานีโทรทัศน์ดนตรี ที่ได้ชื่อว่าทรงอิทธิพล มีผู้ชมเกือบ 50 ล้านครัวเรือนในยุครุ่งเรืองสุดขีด แจ้งเกิดให้ศิลปินมามากมาย ชี้เป็นชี้ตายนักร้องดารามาแล้วมากหน้าหลายตา จะถูกคนดูหมางเมินด้วยการหันไปดู YouTube จนที่สุดก็ต้องปรับตัวด้วยการไล่คนบางฝ่ายออก
เด็กเจเนอเรชั่นซี หรือคนที่เกิดประมาณช่วง พ.ศ. 2538-2552 และโตมาในยุคเทคโนโลยีและโซเชียลเน็ตเวิร์ก โตมาพร้อมกับแนวทางอิสระในการเสพเรื่องรอบตัว ไม่เข้าใจคนยุคก่อนหน้าพวกเขาที่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์เพื่อรอดูมิวสิควิดีโอเพลงโปรดในเอ็มทีวี และเรื่องนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องปรัมปรา สำหรับเจนต่อมาอย่างเจนเนอเรชั่นอัลฟ่าได้ไม่ยาก
สองธุรกิจที่กล่าวมากำลังจะเลือนหายไปเพราะอินเทอร์เน็ต เร็วขึ้นและเป็นบริการที่ราคาถูกลง เมื่อสองปัจจัยที่กล่าวมาสบคบคิดกันทั้งทางตรงและทางอ้อม สร้างบริการดูหนัง ดูมิวสิควิดีโอ ฟังเพลง ฟรีสารพัดช่องทาง ร้านเช่าหนังที่อุ้ยอ้าย ปรับตัวไม่ทัน ไม่สามารถแก้ปัญหาข้อจำกัดของตัวเอง อย่างเรื่องจำนวนแผ่นที่มีไม่เพียงพอให้บริการ สร้างความเบื่อหน่าย เพราะจะดูแผ่นออกใหม่ หรือหนังยอดฮิตบางเรื่อง ก็ต้องรีบมาแย่งชิงกับคนอื่นๆ รอคิวนาน เสียทั้งเวลาและความรู้สึก ของฟรีที่ทั้งเร็วและหาง่าย ในโลกออนไลน์ที่เชื่อมถึงกันทั่วโลก จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ได้ไม่ยาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมาถึงยุคโปรแกรมบิตเทอร์เรนท์ (Bit Torrent) ที่ใช้สำหรับแบ่งปันไฟล์ ในเว็บไซต์ใต้ดิน หรือในหมู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์ศูนย์กลางที่เขียนโปรแกรมไว้แชร์สารพัดไฟล์ สมาชิกเว็บบิต สามารถดาวน์โหลดสิ่งที่อยากได้เช่น ไฟล์เพลง, ไฟล์หนัง,ไฟล์ซีรี่ส์, ไฟล์หนังไฮเดฟ,ไฟล์ดีวีดี, ซอฟต์แวร์ต่างๆ, E-book, รูปภาพคอลเล็กชั่น, เกมส์พีซี, เกมส์คอนโซล เรียกได้ว่า ทุกอย่างที่เป็นไฟล์ข้อมูลคอมพิวเตอร์สามารถหาโหลดได้แทบทั้งสิ้น
ปรากฏการณ์นี้ มีอนุภาพทำลายล้างร้านเช่าหนังได้พอๆ กับปอกกล้วยเข้าปาก จากเหตุที่ว่า อินเทอร์เน็ตความเร็วเพียงแค่ 6 MB สามารถดาวน์โหลดหนังความละเอียดสูงระดับไฮเดฟได้ในเวลาไม่ถึง 3 ชม.มานั่งดูได้ ไม่ต้องขยับไปหาถึงปากซอยให้ร้อน กอปรกับหนังยิ่งดังก็ยิ่งหาโหลดได้ง่าย ผลลัพธ์จากความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ยิ่งสูงขึ้นๆ ไปอีก ย่อมหมายถึงอัตราส่วนความสามารถในการเขี่ยร้านเช่าหนังไปจากทุกมุมถนนนั่นเอง
แต่พลวัตของโลกออนไลน์ก็ยังขับเคลื่อนไปไม่หยุด ถึงวันที่ของฟรี ก็เริ่มไม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เพราะจะดูหนังแต่ละเรื่องนอกจากต้องรอโหลดให้เสร็จแล้ว เมื่อประกอบเข้ากับคำสาปที่อยู่คู่กับนักเสพของฟรีผิดกฎหมาย คือรอเป็นผู้รับไม่ รู้จักเรียนรู้ที่จะเป็นนักแสวงหาที่สุด ทุกเว็บบิตก็มีไฟล์เหมือนกันหมด ลอกเลียน ลักลอบจากเว็บโน้นมาปล่อยเว็บนี้ หนังหลายเรื่อง หาดูไม่ได้จากเว็บบิตไหนเลยเพราะนักเสพของฟรีผิดกฎหมายต่างวางตัวเป็นผู้รับกันหมด
จนถึงปัจจุบันที่เข้าสู่ยุควิดีโอสตรีมมิ่ง ที่ให้บริการแบบให้สมัครสมาชิกแบบรายเดือน สามารถเลือกดูหนังได้ไม่จำกัดในราคาที่ไม่สูงนัก ยอดผู้ใช้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งอย่าง Netflix พุ่งสูงถึง 69 ล้านคน ใน 60 ประเทศ จนคู่แข่งดูฟรีอย่าง YouTube ต้องขยับกลยุทธ์ ด้วยการยอมจ่ายเงินซื้อเนื้อหาจากสตูดิโอภาพยนตร์เพื่อนำมาฉายบนแพลตฟอร์มของตัวเอง จากที่เคยเน้นวิดีโอที่ผู้ชมเป็นคนช่วยกันโพสต์หรือผลิตเอง
In my mind and in my car. We can't rewind we've gone too far. Video killed The Radio Star...เพลงนี้กลับมาหลอกหลอน เพื่อจะบอกว่า ปรากฏการณ์ ปากซอยที่ไม่เหลือร้านวิดีโอให้เช่า ก็เกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้เอง







