
ผีแผ่ว-หงส์จ๋อย เจอกันไม่มีหงอย
ฟุตบอลคู่ใหญ่นี้มาถึงหลังแต่ละทีม ออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่ไปได้เพียง 4 นัด หลายสิ่งหลายอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทางและความผิดพลาดยังมีให้เห็นอยู่มาก...
ฟุตบอลคู่ใหญ่นี้มาถึงหลังแต่ละทีม ออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่ไปได้เพียง 4 นัด หลายสิ่งหลายอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทางและความผิดพลาดยังมีให้เห็นอยู่มาก...
โดย...ทีมข่าวกีฬา
บรรยากาศฝนฟ้าคะนองปกคลุมแดน สยามมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตามต่อ ด้วยข่าวดราม่าของชีวิตคนคู่หนึ่งดังเปรี้ยง กลบกระแสความเคลื่อนไหววงการอื่นๆลง ไปได้ในทันที ดับโปรแกรมฟุตบอล พรีเมียร์ลีกนัดที่ว่ากันว่า “แดงเดือดเลือด
พล่าน” ให้สงัดลงไปถนัดใจ
ฟุตบอลคู่ใหญ่นี้มาถึงหลังแต่ละทีม ออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่ไปได้เพียง 4 นัด หลายสิ่งหลายอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทางและความผิดพลาดยังมีให้เห็นอยู่มาก
ผลงานในฤดูกาลหลังๆของทั้งคู่แตก ต่างกันอย่างเหลือเชื่อ แม้กระทั่งขณะนี้ อันดับในตารางของลิเวอร์พูลยังต่ำกว่าแมนฯ ยูไนเต็ดถึง 10 อันดั[
นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ของผู้จัดการ ทีมทั้งสองฝ่ายยังแน่นแฟ้นมานาน จนนึก ภาพ “คู่ปรับ” ไม่ออก
แต่เมื่อเสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้นที่ สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด เวลา 13:30 น. (19:30 น. ตามเวลาประเทศไทย) สงครามจะอุบัติขึ้นเป็นแน่แท้
มิตรภาพ...ลืมไปได้เลย
หากเป็นการพบกันในฤดูกาลที่แล้ว อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือแมนเชสเตอร์ ยู ไนเต็ด กับ ราฟาเอล เบนิเตซ ของฝั่งลิเวอร์พูล คงออกมาดวลน้ำลายกันสนุกปาก
แต่ลิเวอร์พูลในวันนี้อยู่ภายใต้การคุม ทีม รอย ฮอดจ์สัน ซึ่งความสัมพันธ์ฉันมิตร ระหว่างเขากับเฟอร์กูสันยาวนานมาถึง 23 ปีเข้าไปแล้ว
“ผมรู้จักรอยมานาน ผมพบกับเขาครั้ง แรกในปี 1987 ตอนที่เดินทางไปมัลโม ตอนนั้นมันเป็นเกมยุโรปกับอาแจ็กซ์แต่ก็ยกเลิกไปหลังแข่งได้ 1 นาที เขามาชม เกมด้วยและหลังจากนั้นเราก็เลยไป ดินเนอร์กัน” เฟอร์กูสันกล่าว
ในวันที่ฮอดจ์สันได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เขาหมุนโทรศัพท์หา เฟอร์กูสัน ที่คุมทีมอันเป็นปรปักษ์กันอย่างสิ้นเชิง สัญญาณเย็นชาเริ่มปรากฎ
“ผมยังมองเขาเป็นเพื่อนแน่นอน แต่ เขาจะมองผมเป็นเพื่อนอยู่เปล่าคุณคงต้อง ไปถามเขาแล้วล่ะ ผมคุยกับเขาแบบขำๆ ถามเขาว่า ตอนนี้รับงานคุมลิเวอร์พูลแล้ว แปลว่าเราจะไม่คุยกันแล้วใช่ไหม เขาไม่ได้ วางหูแต่ก็พูดไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ซึ่งผมก็จำไม่ค่อยได้แล้ว” ฮอดจ์สันกล่าว
ขณะที่เฟอร์กูสันประกาศชัดเจนเช่น กันว่า การพบกันของคู่นี้จะยังไงๆก็ยังคงเป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโปรแกรมแข่ง
“ฟังแล้วอาจจะเหมือนผมเป็นนกแก้ว ไปแล้ว แต่ผมบอกเสมอเวลาที่โปรแกรม ของคู่นี้ออกมา มันเป็นเกมคู่สำคัญอย่างไม่ต้องสงสัยเลย ในทางประวัติศาสตร์มันก็ เป็นมาโดยตลอดอยู่แล้ว แม้กระทั่งในทาง อุตสาหกรรมลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์ก็แข่งขันกันมาตลอดนั้บตั้งแต่มีการเปิด คลองแมนเชสเตอร์ ชิพ คาแนล ฉะนั้นก็ จะต้องเป็นอยู่อย่างนี้” นายใหญ่ทีมผีแดงกล่าว
และฮอดจ์สันก็คิดไม่ต่างกัน
“แต่บอกว่าชนะยังไม่พอเลยครับ คุณต้องโชว์ฟอร์มด้วย”
เกมกู้ศรัทธา
แมนฯ ยูไนเต็ดคือทีมอันดับ 3 ของ ตารางจากผลชนะ 2 นัดและเสมอ 2 นัด ยังไม่เคยแพ้ใคร ชัยชนะทั้ง 2 นัดเกิดขึ้นที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด ซึ่งในฤดูกาลนี้พวกเขา ทำไปแล้ว 6 ประตู และยังไม่เสียประตูให้ ใคร
กระนั้นก็ดี ในการลงสนาม 2 นัดหลังสุด แมนฯ ยูไนเต็ดบุกเสมอเอฟเวอร์ตัน 3- 3 ก่อนจะกลับมาเสมอเรนเจอร์ส 0-0 และพวกเขาต้องการเรียกชัยชนะกลับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหนือคู่ปรับสำคัญตอ่หน้า แฟนบอลของตัวเอง
“วันอาทิตย์นี้เป็นเกมใหญ่ ความผิดหวังจากวันเสาร์ที่แล้ว (ที่เอฟเวอร์ตัน) จะ ต้องกระทบตัวนักเตะ พวกเขาจะทำผิด พลาดอย่างนั้นไม่ได้อีกแล้ว” กุนซือชาว สกอตวัย 68 ปีกล่าวถึงการพลาดเสีย 2 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ขณะที่ ไรอัน กิกส์ กล่าวว่า ไม่ใช่เกม ที่รอคอยสำหรับทุกคนในทีมเท่านั้น แต่แฟนๆก็จะแห่มากันให้พรึบ
“มันเป็นเกมใหญ่เสมอ แต่ครั้งนี้จะใหญ่ยิ่งกว่าหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นที่เอฟเวอร์ตัน” กิกส์กล่าว
ในทางตรงกันข้าม ลิเวอร์พูลอยู่อันดับ 13 ชนะ 1 และเสมอ 2 นัด ยามได้เล่น นอกบ้านฤดูกาลนี้ อย่าว่าแต่ชนะเลย พวกเขายังยิงประตูไม่ได้ด้วยซ้ำ
แม้นัดล่าสุดพวกเขาจะยิงสเตอัว บูคาเรสต์ 4-1 ในเกมยุโรป แต่เมื่อโฟกัส กลับมายังศึกพรีเมียร์ลีก 5 แต้มในมือจาก การลงสนามไปแล้ว 4 นัดทำให้พวกเขา กำลังดิ้นรนอย่างหนัก
สถิติที่น่าสยองกว่านั้นคือ ฮอดจ์สัน ซึ่งเคยคุมทีมอินเตอร์ มิลานทำศึกบิ๊กแมตช์ ในอิตาลีมาหลายนัด ไม่ค่อยจะได้รับการชู มือเป็นผู้ชนะกับเขาหรอก
“ผมหวังว่าจะมีสถิติที่ดีกว่าตอนคุมทีม ในอิตาลี ตอนนั้นเราเล่นกันแสนจะแย่ ผมไม่ชอบแพ้นะครับ ซึ่งก็โชคร้ายที่มันเกิดขึ้นบ่อยเหลือเกิน บางทีเราอาจจะแก้ไข สถิตินั้นได้ที่ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์นี้ผม อยากจะพูดได้เต็มปากว่า สถิติของผมในเกมใหญ่ๆค่อนข้างดีทีเดียว ขอบคุณครับ”
เบอร์บาตอฟ – ตอร์เรส
ทั้งแมนฯ ยูไนเต็ดและลิเวอร์พูลต่างก็ ส่งผู้เล่นชุดเล็กลงสนามในเกมฟุตบอล ยุโรปช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แสดงให้ เห็นเลยว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับเกม ไหนมากกว่ากัน
ด้วยเหตุนี้ เฟอร์กูสันจึงมองว่า ลูกทีม ของเขา ซึ่งลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกไปเมื่อคืนวันอังคาร จะไม่ได้เปรียบลิเวอร์พูล ที่เพิ่งลงเตะในศึกยูโรปาลีกถัดมา อีก 2 วันแต่อย่างใด
“ลิเวอร์พูลพักตัวผู้เล่นเมื่อวัน พฤหัสบดี มันก็เลยไม่ได้มีความหมายอะไร ทั้งสองทีมจะเตรียมพร้อมสำหรับเกมนี้กันอย่างดี” เฟอร์กีให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์สโมสร
หนึ่งในนักเตะที่น่าจับตามองในเกมนี้ คือ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ
เฟอร์กูสันยืนยันว่า เขาจะส่งหัวหอก บัลแกเรียลงสนามเป็นตัวจริงอย่าง แน่นอน หลังจากที่ฟอร์มในฤดูกาลนี้ กระฉูดหยุดไม่อยู่ ลงสนาม 5 นัด ทำไป แล้ว 4 ประตู หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้อง เผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
“ใช่ว่าทุกคนจะกังขาในตัวเขาเสีย หน่อย เขายังมีผู้ที่ชื่นชอบอยู่อีกมาก โดยเฉพาะในสโมสรแห่งนี้ ผมบอกเขาว่า ไม่ ต้องไปแคร์สื่อ ผมคิดว่าเขากังวล แต่ฤดู กาลนี้เขาก็แสดงออกมาได้ดี กำลังสนุก สนานกับการเล่น และเขาจะได้เล่นในวันอาทิตย์"
สถานการณ์ที่คล้ายกับเบอร์บาตอฟคือ เฟอร์นานโด ตอร์เรส
ศูนย์หน้าลิเวอร์พูลโดนวิจารณ์อย่าง หนักหลังจบเกมเสมอเบอร์มิงแฮม แต่ สำหรับตอร์เรสแล้ว เกมเยือนกับแมนฯ ยู ไนเต็ดต่างหากที่เขาทำประตูได้ถนัด
ในการเดินทางมาเยือนโอลด์แทรฟ ฟอร์ด 3 ครั้งหลังสุด ตอร์เรสพกประตูกลับ บ้านไปด้วยทุกครั้ง
“ตอร์เรสอันตรายเสมอ ผมดูเขาเล่น กับเบอร์มิงแฮม ซึ่งเขาไม่ได้โดดเด่น แต่ก็ ยังคงอันตรายอยู่ดี เขาเป็นนักเตะเวิลด์ คลาส ถ้ามีโอกาสเขาจะฉวยไว้ได้ทันที เรา จะต้องคิดถึงจุดนี้ให้มากกว่าเคย” กิกส์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ฮอดจ์สันมองว่า การเจอเกมยอดเยี่ยมบ้าง ยอดแย่บ้างเป็นเรื่องธรรมดา
“แต่หวังว่าในวันอาทิตย์นี้เราจะได้เห็นฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของเขานะ ครับ” กุนซือวัย 62 ปีกล่าว
ทั้งเบอร์บาตอฟและตอร์เรสต่างก็ไม่ได้ลงสนามเมื่อกลางสัปดาห์ เมื่อโดนเก็บตัวไว้สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ
คุณรู้หรือไม่ เฮด-ทู-เฮด
- นับตั้งแต่เข้ากุมบังเหียนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อปี 1986 อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กำลังจะคุมทีมลงสนามพบกับลิเวอร์พูล เป็นนัดที่ 49 เข้าไปแล้ว และนี่ก็นับเฉพาะในลีกเท่านั้น เขาทำผลงานชนะ 21 แพ้ 16 และเสมอ 11
- ส่วนสถิติการพบกันทั้งหมดของทั้ง สองทีม แมนฯ ยูไนเต็ดชนะ 69 และลิเวอร์พูลชนะ 60 อีก 50 เกมเสมอกัน
- ในการพบกันในเกมลีก 20 นัดหลังสุด เกมจบลงด้วยผลเสมอเพียงนัดเดียว
- ในเกมพรีเมียร์ลีก 7 นัดหลังสุด ทั้งสองทีมช่วยกันคว้าใบแดงมา 6 ใบ
แมนฯ ยูไนเต็ด
- ในเกมลีกที่โอลด์แทรฟฟอร์ด 3 นัด หลังสุดแมนฯ ยูไนเต็ดกระซวกคู่ต่อสู้ได้ 10 ลูกและยังไม่เสียประตูเลย
- ขณะที่เกมลีก 13 นัดหลังสุดที่ได้เล่นในบ้าน พวกเขาก็ชนะไป 12 ครั้ง
- ประตูสุดท้ายจากการเล่นโอเพนเพลย์ของ เวย์น รูนีย์ ที่ทำได้ในลีกคือการ ยิงลิเวอร์พูลเมื่อเดือนมี.ค.
- เนมันยา วิดิช โดนไล่ออกมา 3 ครั้ง ในการเจอกับลิเวอร์พูล เป็นสถิติสูงสุดของ นักเตะ 1 คนต่อทีมคู่แข่ง 1 ทีม
ลิเวอร์พูล
- ในเกมเยือน 11 นัดหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลชนะแค่นัดเดียวเท่านั้น
- ในเกมเยือน 14 นัดหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลยิงได้เพียง 8 ประตู ซึ่ง 4 ประตูเป็นการยิงในนัดเดียวที่พบกับ
เบิร์นลีย์
- ประตูสุดท้ายของ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ที่ทำได้ในเกมเยือนคือการบุกไปยิงแมนฯ ยูไนเต็ด
ทรรศนะแฟนบอล
“เกมนี้คือเหตุผลที่เราส่งทีมที่ ‘อ่อนกว่า’ ลงเจอกับเรนเจอร์ส เราเสีย (อันโตนิโอ) วาเลนเซียไปในเกมนั้นเพราะ
มีอาการบาดเจ็บ ลองนึกดูสิว่าจะมันแย่ยิ่งกว่านี้สักแค่ไหนถ้าเราจัดผู้เล่นชุดเต็มสูบลงไปแล้วเบอร์บาตอฟกับวิดิชเกิดเจ็บขึ้นมา แล้ว (พอล) สโคลส์ เกิดเหนื่อยเกินจะสร้างผลงานในเกมกับลิเวอร์พูล เพราะต้องเล่น 3 นัดใน 8 วัน
“ฤดูกาลนี้ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น มันเป็นมาราธอนเส้นทางยาวไกล และบางครั้งคุณก็ต้องยอมเสี่ยงและรักษาของดีของ
ตัวเองไว้สำหรับช่วงเวลาอย่างเช่นวันอาทิตย์นี้ ซึ่งคุณจำเป็นจะต้องมีผู้เล่นที่ดีที่สุดทั้งหมดที่มีเพื่อให้เล่นได้ท็อปฟอร์มที่สุด วันอังคารมันผ่านไปแล้ว จบลงแล้ว ตาย และฝังกลบไปแล้ว เอาวันอาทิตย์มาเลยดีกว่า เอาลิเวอร์พูลมาเลย”
jeffbob jimbob (เด็กผี) ทางหนังสือพิมพ์แมนเชสเตอร์ อีฟนิง นิวส์
“บางทีชะตากรรมของลิเวอร์พูลไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยนับตั้งแต่เราจบอันดับ 7 ในฤดูกาลที่แล้ว เพราะว่าเจอโปรแกรมออกสตาร์ตที่สาหัสากรรจ์ที่สุดในฤดูกาลนี้ อาร์เซนอล เยือน (แมนเชสเตอร์) ซิตี เยือนแมนฯ ยูไนเต็ด ใน 5 นัดแรก เกมกับเบอร์มิงแฮม ซิตีก็หนักเหมือนกัน
“ไม่ได้คาดว่าจะเราจะออกสตาร์ตฤดูกาลนี้ได้เพอร์เฟกต์หรอกนะ แต่ถ้าเราผ่าน ช่วงยากๆนี้ไปได้และยังเกาะกลุ่มได้อยู่เราจะได้ประโยชน์ในภายหลัง
“วันอาทิตย์นี้ความกดดันน่าจะอยู่กับยูไนเต็ด คุณกำลังล่าแชมป์ลีกและเราลุ้นท็อป 4 แต่นี่ก็ไม่ใช่โปรแกรมที่ผมคิดว่า จะชนะหรอก”
si 4 kop (เด็กหงส์) ทางหนังสือพิมพ์ แมนเชสเตอร์ อีฟนิง นิวส์







