
Parks บทเพลง-ความรัก-สวน 100 ปี
หลังจากประทับใจกับบทบาทของหญิงสาวผู้เลือกกลับมาใช้ชีวิตในบ้านเกิดอย่าง Little Forest กับการแสดงและเมนูจากหนัง
โดย...พาแลง
หลังจากประทับใจกับบทบาทของหญิงสาวผู้เลือกกลับมาใช้ชีวิตในบ้านเกิดอย่าง Little Forest กับการแสดงและเมนูจากหนังอันน่าประทับใจ ทำให้ตัดสินใจเดินเข้าโรงหนังได้ทันทีที่ได้ยินว่า “ไอ ฮาชิโมโตะ” จะมารับบทบาทสำคัญในหนังเรื่อง Parks ซึ่งหนังเรื่องนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองอายุ 100 ปี สวนสาธารณะอิโนะคาชิระ สวนสาธารณะที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่รักที่สุดแห่งหนึ่งของชาวโตเกียว ที่สำคัญเป็นคำเอ่ยชวนจากกลุ่มบิ๊กทรี (BIG Trees) ได้ชวนคนรักต้นไม้ใหญ่ให้ร่วมสร้างประสบการณ์จากหนังร่วมกัน เพื่อให้คนไทยรู้ว่าการมีสวนสาธารณะในเมืองมีคุณค่าต่อชีวิตอย่างไร
เรื่องราวของสวนอายุ 100 ปี ถูกถ่ายทอดผ่านเสียงเพลงและต้นไม้ใหญ่ มีตัวละครเชื่อมโยงไม่มาก แต่สามารถผูกโยงความสัมพันธ์ของตัวละครได้ละมุนละไม เริ่มที่ จุน เด็กสาววัยมหาวิทยาลัยที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ใกล้สวนสาธารณะอิโนะคาชิระ วันหนึ่งเธอได้พบกับ ฮารุ (เมอิ นากาโนะ) เด็กสาวมัธยมปลายที่กำลังตามหา ซาจิโกะ คนรักเก่าของพ่อผู้ล่วงลับ จุนอาสาช่วยฮารุค้นหา ทำให้ได้ไปพบกับ โทคิโอะ (โชตะ โซเมะตานิ) หนึ่งในครอบครัวของซาจิโกะ
ระหว่างนั้นโทคิโอะก็ไปพบเครื่องเล่นเทปบันทึกเสียงที่บันทึกเพลงรักของซาจิโกะไว้เมื่อ 50 ปีก่อน แต่ปัญหาคือเพลงรักนี้เป็นเพลงที่ไม่มีตอนจบ เหลือเพียงครึ่งเดียว หนุ่มสาวทั้งสามจึงตามหาเนื้อเพลงที่ขาดหายไป แต่งท่อนที่ขาดหายไปขึ้นใหม่เพื่อสร้างเพลงขึ้นใหม่ในสวนอายุ 100 ปี
หลายคนคิดว่าหนังที่ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองจะดูน่าเบื่อ แต่ไม่ใช่กับหนังเรื่องนี้ เพราะ Parks ชูเรื่องราวของความรัก มิตรภาพและความทรงจำ โดยผูกโยงเรื่องราวเข้ากับสวนได้อย่างกลมกล่อม เนื้อหนังไม่ได้จงใจขายความเป็นมาของสวน แต่ใช้ประสบการณ์ของผู้คนที่วนเวียนมาใช้ประโยชน์จากสวนในมุมต่างๆ มาเป็นแก่นหัวใจของเรื่อง โดยเลือกเล่าเรื่องเป็นบทๆ แบบการอ่านนิยายผ่านตัวละครหลัก
นอกจากความสัมพันธ์ของตัวละคร การแสดงที่เป็นธรรมชาติและทิวทัศน์จากสวนสาธารณะอิโนะคาชิระแล้ว ความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของหนังเรื่องนี้ก็คือเพลงประกอบที่มีความมินิมอล สื่อความอย่างตรงไปตรงมา ทว่าแฝงความไพเราะและบอกเล่าความเป็นมาความสำคัญของสวนอิโนะคาชิระในอดีต และเชื่อมโยงมาสู่ปัจจุบันอย่างครบถ้วน แม้บริบทเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่แก่นแท้ของสวนสาธารณะยังคงอยู่และ
งเป็นที่รักเสมอมา บ่งบอกว่าสวนสาธารณะแห่งนี้ไม่ว่าจะผ่านมาแล้ว 100 ปี ที่นี่คือพื้นที่สาธารณะที่แสนสำคัญของทุกคนในกรุงโตเกียว ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ที่สำคัญคือยังมีความรักเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้เสมอไม่ว่าในรูปแบบใด
นับเป็นหนังญี่ปุ่นอีกหนึ่งเรื่องที่ได้ดูแล้วจะบอกว่าแสนน่ารัก ดูสวนสีเขียวอย่างเพลิดเพลินและอมยิ้มไปกับความสัมพันธ์ที่เกิดในสวน จนรู้สึกและย้ำกับตัวเองว่า หากมีโอกาสได้ไปกรุงโตเกียว สิ่งที่ไม่พลาดก็คือ ต้องแวะไปเดินซึมซับบรรยากาศภายในสวนสาธารณะอิโนะคาชิระสักครั้งให้ได้







