
อยากมีคอนโดตากอากาศให้เช่าทำไงดี
ประเทศไทยอากาศร้อนโดยเฉลี่ยปีละ 10 เดือน เวลาร้อนๆ คนไทยจึงชอบไปทะเล เรียกว่าไปกันได้เกือบทั้งปี
โดย...กันย์
ประเทศไทยอากาศร้อนโดยเฉลี่ยปีละ 10 เดือน เวลาร้อนๆ คนไทยจึงชอบไปทะเล เรียกว่าไปกันได้เกือบทั้งปี สำหรับคนที่หายใจเข้าออกก็เป็นทะเล บอกได้ว่าการมีบ้านหรือคอนโดมิเนียมตากอากาศแถบชายทะเลนี่สวรรค์ชัดๆ
เพราะนอกจากเราจะได้อยู่ติดกับทะเลแล้ว เรายังได้รับการบริการไม่ต่างจากการพักในโรงแรมหรือรีสอร์ท แต่มีความสะดวกสบายไม่ต่างจากการพักผ่อนที่บ้านตัวเอง
อีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจก็คือการซื้อคอนโดริมทะเลเพื่อพักอาศัย หรือสลับกับปล่อยให้เช่า ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และยังสร้างรายได้ที่ดีอีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับคนที่อยากลงทุน หลายคนที่มองเห็นโอกาสที่จะสร้างรายได้จากที่อยู่อาศัยสำหรับการท่องเที่ยว ที่ไม่รู้จะเริ่มต้นจากจุดไหนดี เรามีข้อมูลเบื้องต้นในการตัดสินใจให้กับผู้ที่จะเริ่มต้นลงทุนเกี่ยวกับบ้านและคอนโดตากอากาศมาฝากกัน
1.ถามตัวเองให้ชัดจะลงทุนเพื่ออะไร?
เนื่องจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างพิเศษกว่าการลงทุนแบบอื่นๆ เพราะการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บ้าน หรือกระทั่งคอนโดตากอากาศนั้น หากคุณไม่รู้เป้าหมายว่าลงทุนไปเพื่ออะไร นั่นจะทำให้การลงทุนนั้นผิดพลาด หรืออาจจะวางแผนการลงทุนผิดไปจากความต้องการที่แท้จริง
บางคนต้องการซื้อเก็บไว้เพื่อใช้พักผ่อนตากอากาศ เวลามาพักผ่อนกับครอบครัว บางคนต้องการลงทุนเพื่อปล่อยให้เช่า หรือบางคนต้องการลงทุนเพื่อเก็งกำไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
แม้ว่าเป้าหมายการลงทุนทั้ง 3 แบบนั้น แม้จะมีผลลัพธ์คือการซื้อคอนโดตากอากาศเหมือนกัน แต่การคิดคำนวณค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นควรหาคำตอบเพื่อสร้างเป้าหมายที่ชัดเจน
2.ควรลงทุนที่ไหนดี?
การลงทุนในอสังหาริมทรพย์นั้นมีความพิเศษต่างจากการลงทุนอื่นๆ เพราะการลงทุนแบบนี้สิ่งที่สำคัญคือทำเล เมื่อคุณตัดสินใจลงทุนแล้ว มีทำเลที่หมายตาเอาไว้ ควรคำนึงด้วยว่าคอนโดตากอากาศควรอยู่ในทำเลที่ตั้งที่เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น หัวหิน พัทยา หรือภูเก็ต
หากทำเลที่เราลงทุนไม่อยู่ในทำเลเหล่านี้ ก็อาจจะมีโอกาสในการทำกำไรลดลง และอย่าลืมว่าก่อนการลงทุนซื้อคอนโดตากอากาศทุกครั้ง สิ่งที่ควรทำคือการออกสำรวจพื้นที่จริง เพราะถึงแม้โครงการจะมีข้อมูลมาให้ก็ตาม แต่จงถือคติว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น การที่เราได้ออกสำรวจพื้นที่ด้วยตนเอง นอกจากจะเห็นพื้นที่จริง ยังได้เรียนรู้สภาพพื้นที่อย่างใกล้ชิดทุกสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบโครงการ
3.มีงบในการลงทุนเท่าไหร่?
เมื่อได้ทำเลของคอนโดตากอากาศแล้ว มาดูงบประมาณที่มีเพื่อใช้ในการลงทุน เมื่อลงทุนในคอนโดตากอากาศ และเลือกลงทุนแบบปล่อยให้เช่า ก็ต้องคิดคำนวณต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าดูแลรักษาส่วนกลาง ค่าทำความสะอาดและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อที่จะสามารถกำหนดราคาค่าเช่าและผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า รวมไปถึงสามารถกำหนดกลุ่มของเป้าหมายที่อาจจะเข้ามาเป็นผู้เช่าได้อีกด้วย
แต่หากเลือกลงทุนเพื่อการเก็งกำไรแล้ว อาจจะเน้นเลือกคอนโดตากอากาศที่มีความเป็นส่วนตัว และมีพื้นที่ติดชายฝั่ง หรืออยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวหรือห้างสรรพสินค้า ซึ่งแน่นอนว่าราคาที่ดินแถบนั้นย่อมเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน
4.ใครคือผู้เช่า?
ต้องรู้ว่าผู้เช่านั้นมีลักษณะเป็นยังไง จากข้อที่ผ่านมาสามารถระบุกลุ่มผู้เช่าได้จากการกำหนดราคาค่าเช่า แต่ในข้อนี้จะเลือกคอนโดตากอากาศ โดยพิจารณาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือผู้เช่าเป็นหลัก เช่น ผู้เช่าเป็นคนต่างประเทศหรือภายในประเทศมากกว่ากัน เช่น แถบหัวหินที่อาจจะเน้นผู้เช่าที่เป็นชาวยุโรป ชาวเยอรมัน เดนมาร์ก หรือสวีเดน ที่นิยมมาพักผ่อนที่คอนโดพักตากอากาศแถบชายทะเลพร้อมครอบครัว ยิ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน แล้วยังมีบริการที่มีมาตรฐานก็ยิ่งตอบโจทย์ผู้เช่าเป็นที่สุด
เรียกได้ว่าการลงทุนในคอนโดตากอากาศ ต้องคิดแทนผู้เช่าเพื่อตอบโจทย์ให้ได้ด้วย
5.คนดูแลบ้านเป็นอย่างไร?
คนดูแลบ้านในที่นี้ หมายถึงเจ้าของโครงการที่คอยบริหารจัดการดูแลทั้งเรื่องความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการต่อผู้เช่า เพราะตัวคุณไม่ได้อยู่กับตัวผู้เช่าตลอดเวลา ทีมบริหารจัดการต่างหากที่ถือว่าเป็นตัวแทนของคุณ ยิ่งทีมผู้บริหารดูแลเป็นมืออาชีพและบริหารดีมากเท่าไหร่ ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระของเราในส่วนนี้ได้มากเท่านั้น
ก่อนลงทุนในบ้านหรือคอนโดตากอากาศ สิ่งแรกสุดที่ควรทำคือการเตรียมตัวให้พร้อม ซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน เพื่อเตรียมพร้อมตั้งแต่เรื่องการวางแผน ค้นหาทำเลโครงการ พิจารณาจุดเด่นหรือข้อจำกัดของโครงการและคิดคำนวณผลตอบแทน
ซึ่งทุกขั้นตอนนี้หากเราไม่เชี่ยวชาญหรือไม่มีเวลาก็ตาม ก็มีเอเยนซีที่เชี่ยวชาญด้านการซื้อขายที่พักตากอากาศมาเป็นผู้ช่วย แต่คุณเองก็ควรรู้และศึกษาข้อมูลที่สำคัญๆ ทุกข้อมูล เพราะหากลงทุนพลาดก็อาจเจ็บตัวกันไม่ใช่น้อย แต่ถ้าเวิร์กก็จะเห็นเงินเป็นกอบเป็นกำ เพราะคอนโดทำเลงามๆ นั้น ราคาขึ้นอย่างน้อย 10-15% ทุกปี







