
ควินทัน เควลย์ สนทนาภาษาฑูต
เป็นโอกาสอันดีที่เราได้รับเกียรติจาก ควินทัน เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กับบทสนทนาที่น่าสนใจ และไลฟ์สไตล์ทั้งเรื่องงานและยามพักผ่อน แล้วเหมือนอากาศเป็นใจ ในวันนัดเพียงก้าวเข้าไปในบริเวณบ้านพักที่ตั้งอยู่ภายในสถานทูตอังกฤษ ถนนวิทยุ ฟ้าก็ครึ้มลงทันใด พาให้จินตนาการไปว่า สมกับที่ได้เข้ามาอยู่ในแดนดินสหราชอาณาจักร ฝนตกปรอยๆ ทั้งวัน อย่างในกรุงลอนดอน
เป็นโอกาสอันดีที่เราได้รับเกียรติจาก ควินทัน เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กับบทสนทนาที่น่าสนใจ และไลฟ์สไตล์ทั้งเรื่องงานและยามพักผ่อน แล้วเหมือนอากาศเป็นใจ ในวันนัดเพียงก้าวเข้าไปในบริเวณบ้านพักที่ตั้งอยู่ภายในสถานทูตอังกฤษ ถนนวิทยุ ฟ้าก็ครึ้มลงทันใด พาให้จินตนาการไปว่า สมกับที่ได้เข้ามาอยู่ในแดนดินสหราชอาณาจักร ฝนตกปรอยๆ ทั้งวัน อย่างในกรุงลอนดอน
โดย...รัฐพร คำหอม
บทสนทนาเริ่มต้นขึ้น ณ ห้องเขียว ห้องรับรองขนาดกะทัดรัด ท่านเอกอัครราชทูตเควลย์เล่าให้ฟังถึงการประจำการในประเทศไทยนี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ว่าเคยมาประจำที่สถานทูตแห่งนี้ระหว่างปี พ.ศ. 2523-2526 สมัยที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งเลขานุการโทฝ่ายการเมือง และพอรู้ว่าจะได้มาเมืองไทยสิ่งแรกที่ทำคือ เรียนภาษาไทยจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษนั่นเอง และเมื่อมาถึงเมืองไทยก่อนในปีพ.ศ. 2522 ก็เรียนเพิ่มเติม จนสามารถสื่อสารภาษาไทย ความประทับใจในครั้งแรกที่มาประจำการนั้นมีหลายอย่าง ทั้งผู้คน วัฒนธรรม และมีเรื่องตื่นเต้นให้ได้จำด้วย คือ เหตุการณ์ที่กลุ่มยังเติร์กพยายามจะทำรัฐประหารแต่ไม่สำเร็จ หรือที่คนไทยเรียก เมษาฮาวายนั่นเอง
“จนเมื่อผมต้องไปประจำการที่อื่น ผมก็ไม่ได้ทิ้งภาษาไทย ยังเก็บความรู้นี้ไว้ และเหมือนมีความหวังว่าจะได้มาประจำการที่นี่อีก แล้วก็เหมือนถูกหวย ผมได้กลับมาในฐานะของเอกอัครราชทูต เมื่อเดือน ส.ค. 2550 ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจจริงๆ แล้วยิ่งความสัมพันธ์ของเราทั้งสองประเทศมีต่อกันด้วยดีมายาวนาน ก็ถือเป็นความโชคดีหลายๆ อย่างของผมที่ได้กลับมา”
ควินทัน เควลย์ ฉายภาพความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอังกฤษ ที่มีความแน่นแฟ้นในหลายเรื่อง อันดับแรกทั้งสองประเทศต่างมีระบอบกษัตริย์เหมือนกัน และทั้งสององค์พระราชวงศ์ไทยอังกฤษ มีความสนิทสนมกันเป็นอย่างดี สมเด็จพระราชินี อลิซาเบธที่ 2 เสด็จพระราชดำเนินเยือนเมืองไทยอย่างเป็นทางการถึง 2 ครั้ง คือในปี พ.ศ. 2515 และปี พ.ศ. 2539 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทย ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการ 2 ครั้ง คือปี พ.ศ. 2503 และปี พ.ศ. 2509 และตลอดเวลาสมาชิกในพระบรมราชวงศ์ทั้งสองยังเสด็จพระราชดำเนินเยือนระหว่างกันอยู่เป็นนิตย์
ด้านความสัมพันธ์ของประชาชนทั้งสองประเทศ คนอังกฤษก็มาเที่ยวเมืองไทยปีๆ หนึ่งไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน ส่วนคนไทยก็เดินทางไปเที่ยวอังกฤษมากกว่า 5 หมื่นคนต่อปี ส่วนด้านที่มีความเจริญอย่างรวดเร็ว ท่านทูตบอกว่า คือเรื่องของการค้า
“ประเทศไทยมีการส่งสินค้าออกไปอังกฤษมากกว่านำเข้า แต่ทั้งสองประเทศที่สำคัญมาก คือ การลงทุนระหว่างกัน บริษัทอังกฤษเข้ามาลงทุนในไทยมาก ที่รู้จักกันดีคือ โลตัส อันดับสองคือ บริติส แก๊ส แล้วก็มีธนาคารต่างๆ นอกจากนี้มีเรื่องที่น่ายินดีคือ บริษัทคนไทยก็เริ่มเข้าไปลงทุนในอังกฤษมากขึ้นแล้วเช่นกัน เป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่นับวันมีแต่จะมากขึ้น”
เราพักเรื่องหนักๆ ทางการทูตมาทำความรู้จักกับท่านทูตให้มากขึ้น นอกจากประเทศไทยแล้ว ควินทัน เควลย์ เคยไปประจำการอีกหลายประเทศ ฝรั่งเศส แอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย และได้เริ่มเป็นเอกอัครราชทูตในปี พ.ศ. 2545 ที่โรมาเนีย ก่อนที่จะมาเป็นเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ท่านทูตพูดได้หลายภาษา อังกฤษ ไทย ฝรั่งเศส โรมาเนีย อินโดนีเซีย และเยอรมันได้บ้าง หนึ่งนั้นเพราะเรื่องการงาน แต่อีกอย่างเป็นเพราะความสนใจ
“จุดประสงค์คือพยายามพูดให้ได้ในภาษาของประเทศที่ผมไปประจำการ เพราะผมคิดว่าเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในการสื่อสารกับรัฐมนตรี ข้าราชการ ประชาชน แล้วก็...นักข่าวด้วย (ยิ้ม) ที่ผมสนใจภาษาไทยมาก เพราะผมคิดว่าเป็นสิ่งที่แสดงว่าประเทศไทยนี่สำคัญ มีคุณค่าสูง ดังนั้นเราจึงควรลงทุนที่จะเรียนรู้”
ไม่เพียงแค่การมาทำงาน แต่เรื่องการเดินทางที่ได้ทั้งงานและท่องเที่ยว ก็เป็นอีกกิจวัตรหนึ่งที่ท่านทูตอังกฤษมักทำสม่ำเสมอ และก็เป็นมาตั้งแต่มาอยู่ที่เมืองไทยครั้งแรก ในครั้งนั้นเมืองที่ได้ท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นทางภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน ในยุคที่ถนนหนทางยังลำบาก และบางพื้นที่ยังเป็น “สีชมพู” มีการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยด้วย เมื่อมาในครั้งนี้เป้าหมายการเดินทางให้ได้มากที่สุดยังคงอยู่ ควินทัน เควลย์ จึงได้เพิ่มการเดินทางเที่ยวไทยมากขึ้น ไปทางภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง
“ที่ชอบมากเมืองไทยยุคนี้คือ คนไทยรักฟุตบอลอังกฤษ มีถ่ายทอดทุกนัด ซึ่งมีเรื่องที่น่ายินดี ทีมโปรดของผม เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ได้เลื่อนชั้นในลีกพร้อมๆ กับทีมนิวคาสเซิล ที่คุณอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีของไทย เชียร์ด้วย (หัวเราะ) เราทั้งสองเป็นทีมเล็กๆ แต่เราทำได้ (หัวเราะอีกครั้ง)”
บุคลิกของท่านทูตอังกฤษคนปัจจุบัน เชื่อว่าจะครองใจคนไทยได้ไม่ยากหากได้พูดคุย หนึ่งนั้นเพราะการใช้ภาษาไทยที่คล่องแคล่ว คำราชาศัพท์ หรือคำสำหรับพระสงฆ์ ท่านทูตก็เรียนรู้ที่จะเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง แล้วยังท่าทางที่เป็นมิตร อบอุ่นแบบผู้ดีอังกฤษ ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง แต่เห็นอย่างนี้เรื่องเครียดก็ต้องมีบ้างอยู่แล้วเป็นธรรมดา และดูเหมือนว่าจากเหตุบ้านการเมืองของไทย ได้สร้างความตื่นเต้นให้อีกครั้งนับแต่ที่เคยพบเมื่อเมษาฮาวาย
“มีบางเรื่องเครียด แต่อาจไม่ถึงกับเครียด แต่ว่าก็หนักบ้าง เราได้ประสบ หรือดูสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในเมืองไทย อย่างปีที่แล้วมีจลาจล พอปีนี้เดือนมีนา เดือนพฤษภา เราก็ติดตามสถานการณ์ตลอด เพราะผมต้องคิดถึงเรื่องความปลอดภัยของสถานทูต พนักงาน ครอบครัวที่อาศัยตรงนี้ คนอังกฤษที่อยู่ในเมืองไทย กับนักธุรกิจชาวอังกฤษรุ่นใหม่ๆ ที่เขาไม่รู้จักเมืองไทย เขาอาจจะกลัว ชะงักเรื่องการเข้ามาลงทุน แต่นั่นคือนักธุรกิจที่ไม่ค่อยรู้จักประเทศไทย แต่คนที่เข้าใจเขาจะรู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยแต่ว่าไม่กระทบมาก และคนไทยฟื้นตัวได้เร็ว ก็ดูจีดีพีของปีนี้ซิ ซึ่งผมก็อยากให้คนไทยพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจา การปรองดอง ไม่ใช่ความรุนแรง” เอกอัครราชทูตทิ้งท้ายแบบคนที่ผูกพันกับประเทศของเราคนหนึ่งไม่ใช่น้อย







