
ปืนโตหวังดับผี ยื้อลมหายใจท็อป 4
อาร์เซนอล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝา ต่างฝ่ายต่างต้องการ 3 คะแนนเพื่อลุ้นพื้นที่อันดับ 4
โดย...ชมณัฐ
อาร์เซนอล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝา ต่างฝ่ายต่างต้องการ 3 คะแนนเพื่อลุ้นพื้นที่อันดับ 4 คว้าโควตาไปเล่นถ้วยยุโรปฤดูกาลหน้า ซึ่งทั้งคู่ต้องโคจรมาปะทะกันเองในศึกบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ ดังนั้นหากใครพลาดท่ามีสิทธิมือเปล่าได้ทันที
อาร์เซนอล - แมนฯ ยูไนเต็ด สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม วันที่ 7 พ.ค. เวลา 22.00 น.
อาร์เซนอล อันดับ 6 ของตาราง มี 60 คะแนน จาก 33 นัด ตามหลังอันดับ 4-5 ที่แข่งมากกว่า 1 นัดอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ 6 และ 5 แต้มตามลำดับ ดังนั้นเกมนี้จึงมีความหมายอย่างมากสำหรับทัพ “ปืนใหญ่” เพราะหากชนะได้จะเป็นการตัดโอกาส “ปีศาจแดง” และกดดัน “เรือใบสีฟ้า” ในช่วงโค้งสุดท้าย
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส ยอมรับว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องชนะสถานเดียว และยกย่องคู่แข่งว่ายังเป็นทีมที่แข็งแกร่งแม้จะได้พักไม่ถึง 3 วัน หลังจากลงเล่นเกมยูโรป้าลีกกลางสัปดาห์ก็ตาม
“โอกาสจบท็อป 4 มันไม่ได้อยู่ในมือเรา แม้เราจะชนะก็ไม่การันตีว่าเราจะได้ไปแชมเปี้ยนส์ลีก มันเป็นเกมที่สำคัญ แต่สำหรับเรามันต้องโฟกัสมากกว่านั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่และคู่ปรับของเราตลอดหลายปี เราไม่มีทางเลือก เราต้องชนะพวกเขา สิ่งเดียวที่เราสามารถทำได้คือโฟกัสที่ทีมของเรา เราไม่สามารถคาดการณ์ใดๆ ได้ว่าแมนฯ ยูไนเต็ด จะอ่อนแอลง ไม่ว่าใครจะลงเล่น เรารู้อยู่แล้วว่าพวกเขามีทีมขนาดใหญ่และเปี่ยมไปด้วยผู้เล่นที่มีคุณภาพ ศักยภาพระดับสูงเท่านั้นที่จะทำให้เราได้รับชัยชนะตามที่ต้องการ” เวนเกอร์ กล่าว
กุนซือชาวฝรั่งเศสเผยต่อว่า หากล้มเหลวไม่สามารถยึดพื้นที่อันดับ 4 ได้ในฤดูกาลนี้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2000 ที่ “เดอะ กันเนอร์ส” ชวดไปเล่นถ้วยใบใหญ่ของยุโรป ตัวเองจะขอเดินตามรอย โจเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ในการโรเตชั่นผู้เล่นในศึกยูโรป้าลีกปีหน้า
เกมนี้อาร์เซนอลจะยังไม่มี กรานิต ชากา กองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่บาดเจ็บ และต้องรอเช็กความฟิตของ ชโกดรานมุสตาฟี กองหลังชาวเยอรมัน ส่วนแกนหลักที่เหลือสมบูรณ์ถ้วนหน้า นำโดย เมซุต โอซิล, ธีโอ วัลคอตต์, อเล็กซิส ซานเชซ และ แดนนี เวลเบ็ก อดีตเด็กเก่าผีแดง
ขณะที่ความบาดหมางระหว่างกุนซือทั้งสองทีมนั้น เวนเกอร์ เผยว่าเตรียมที่จะฝังทุกอย่างลงพื้นดิน โดยสถิติการคุมทีมพบกันของทั้งคู่รวม 15 ครั้ง มูรินโญ เหนือกว่าชนะ 8 เสมอ 6 แพ้ 1 ที่สำคัญคือเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสยังไม่เคยเอาชนะคู่ปรับจากโปรตุเกสรายนี้ในเกมลีกได้เลย เจอกัน 11 นัด เสมอ 6 แพ้ 5
“ผมขอเปิดใจรับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเพื่อความสันติ แต่สิ่งสำคัญเมื่อคุณอยู่ในการแข่งขันก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะในเกม ผมคิดว่าผมพยายามให้ความเคารพทุกคน และผมไม่ต้องการจะทำให้เกิดกรณีกับบุคคลใดๆ ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ ผมโฟกัสที่ทีมของผม ประสิทธิภาพของทีมผม และลืมที่เหลือทั้งหมด” เวนเกอร์ ทิ้งท้าย
ด้าน แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่แพ้ใครในลีกมา 24 นัด เกมนี้มีโอกาสสูงที่จะโรเตชั่นผู้เล่นบางตำแหน่งหลังเพิ่งลัดฟ้าไปเฉือนเซลตา บีโก ถึงแผ่นดินสเปน 1-0 จากฟรีคิกของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในศึกยูโรป้าลีก รอบตัดเชือก เลกแรก เมื่อคืนวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากยังเหลือเกมชี้ชะตาเลกสองในรังโอลด์แทรฟฟอร์ด วันที่ 11พ.ค.
“นักเตะลงเล่นสะสมกันอย่างต่อเนื่อง เพราะเราต้องเล่นรวมแล้ว 10 แมตช์ใน 4 สัปดาห์ ผู้เล่นที่ลงเล่นติดต่อกันจะไม่ได้ลงเล่นในเกมสุดสัปดาห์นี้” มูรินโญ เผย
กุนซือโปรตุเกสยังกล่าวชมแรชฟอร์ดว่าเป็นผู้เล่นที่ขยันฝึกซ้อม โดยจะฝึกซ้อมการยิงฟรีคิกต่อเป็นประจำหลังทีมซ้อมเสร็จ พร้อมยืนยันว่าหอกวัย 19 ปี ที่ทำ 10 ประตู 6 แอสซิสต์ในซีซั่นนี้ มีอาการเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและได้ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกมที่ผ่านมาเพื่อให้ได้พัก จึงคาดว่ามีโอกาสที่จะได้ออกสตาร์ทลุ้นยิงปืนโต
ขณะที่ขุมกำลังได้ เอริก ไบญี, คริส สมอลลิง และ ฟิล โจนส์ ฟิตกลับมาประจำการในตำแหน่งเซ็นเตอร์ รวมถึง ฆวน มาตา ที่ได้พักจนสมบูรณ์เต็มร้อย ขณะที่แนวรุกฝากความหวังไว้ที่ แรชฟอร์ด วัย 19 ปี ที่ยิง 4 ประตูจาก 8 เกมหลังสุดในทุกรายการ แต่ทั้งนี้จะไม่มี มารูยาน เฟลไลนี กองกลางที่ติดโทษแบน รวมถึงผู้เล่นเจ็บในลิสต์อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, มาร์กอส โรโฮ, ลุค ชอว์ และ แอชลีย์ ยัง ที่เจ็บเอ็นร้อยหวายจากเกมล่าสุด
ความน่าจะเป็น : อาร์เซนอลได้เปรียบทั้งการเล่นในบ้านและสภาพตัวผู้เล่น เพราะ “ปีศาจแดง” ประสบปัญหานักเตะล้าแน่นอน หากยังไม่สามารถฉวยโอกาสเอาชนะได้คงจะต้องบอก ลาท็อป 4 อย่างเป็นทางการ
แมนฯ ซิตี้ - คริสตัล พาเลซ สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม วันที่ 6 พ.ค. เวลา 18.30 น.
อีกคู่ที่มีผลโดยตรงกับคู่ด้านบน เจ้าถิ่น แมนฯ ซิตี้ ยังอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงไม่ต่างกันหลังเสมอมา 2 เกมติด และต้องการ 3 คะแนนเพื่อรักษาช่องว่าง ซึ่งเกมนี้ เปป กวาร์ดิโอลา กุนซือชาวสเปน จะชวดใช้งาน เซร์คิโอ อกูเอโร ดาวยิงตัวเก่งที่ซัลโวไปแล้ว 18 ประตูเพราะเจ็บขาหนีบ จึงต้องฝากความหวังไว้ที่ กาเบรียล เฆซุส หอกบราซิเลียนผู้ยิงกู้ชีพให้กับทีมในนัดที่แล้วเสมอมิดเดิลสโบรห์ 2-2
แต่มีข่าวดีเมื่อ ดาบิด ซิลบา กลับมาซ้อมได้แล้ว และน่าจะได้ลงสนามเดินเกมรุกร่วมกับ เลรอย ซาเน และ ราฮีม สเตอร์ลิง ส่วนหลังบ้าน จอห์น สโตนส์ มีลุ้นประจำการ ขณะที่ผู้รักษาประตู วิลลี กาบาเยโร นายด่านอาร์เจนไตน์ จะได้เฝ้าเสาเป็นนัดที่ 2 แทนที่ เคลาดิโอ บราโว ที่เจ็บน่อง
ขณะที่ คริสตัล พาเลซ ของ แซม อัลลาร์ไดซ์ แพ้มา 2 เกมติด รั้งอันดับ 16 ของตาราง มี 38 คะแนน นำหน้าโซนแดง 6 แต้ม ยังไม่การันตีว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ และเกมนี้จะไม่มี 2 กองหลังอย่าง สกอตต์ ดันน์ และ เจมส์ ทอมกินส์ แต่พอมีลุ้นจากเกมรุกด้านข้างอันเป็นทีเด็ด วิลฟรีด ซาฮา กับ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ โดยมี คริสเตียน เบนเตเก ที่โขกไปแล้ว 6 ประตู รอล่อเป้า
สถิติคู่นี้ “เรือใบสีฟ้า” เป็นฝ่ายกำชัย 8 จาก 9 เกมหลังสุด ที่สำคัญ “ปราสาทเรือนแก้ว” ไม่สามารถรักษาคลีนชีตได้เลยในการมาเยือนที่นี่ตั้งแต่ปี 1993
ความน่าจะเป็น : แมนฯ ซิตี้ ฟอร์มกำลังแกว่ง ส่วนพาเลซสู้ยิบตาแน่นอนและมีลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์เหมือนกับที่เคยปราบเชลซี, อาร์เซนอล และลิเวอร์พูล







