posttoday
ฟอร์มูลาวัน 2017  จุดเปลี่ยนเพิ่มความมัน

ฟอร์มูลาวัน 2017 จุดเปลี่ยนเพิ่มความมัน

26 มีนาคม 2560

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนรถสูตรหนึ่ง เมื่อศึกฟอร์มูลาวัน 2017 ได้ฤกษ์เปิดฉากชิงเจ้าความเร็ววันนี้ (26 มี.ค.) แล้ว

โดย...นูโน่

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนรถสูตรหนึ่ง เมื่อศึกฟอร์มูลาวัน 2017 ได้ฤกษ์เปิดฉากชิงเจ้าความเร็ววันนี้ (26 มี.ค.) แล้ว ในศึก “ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์” ที่ประเทศออสเตรเลีย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงจากฤดูกาลที่แล้วพอสมควร

เริ่มตั้งแต่เจ้าของลิขสิทธิ์จัดการแข่งขันที่เปลี่ยนมือจาก เบอร์นี เอคเคิลสโตน มหาเศรษฐีชาวอังกฤษซึ่งถือครองมานานกว่า 40 ปี มาเป็น ลิเบอร์ตี มีเดีย สื่อใหญ่ของสหรัฐ หลังบรรลุข้อตกลงเทกโอเวอร์ต่อจาก ซีวีซี แคปิตัล พาร์ตเนอร์ส ด้วยมูลค่า 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.8 แสนบาท) โดยมี เชส แครีย์ รองประธานบริษัท ทเวนตี เฟิร์สท์ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ มารับตำแหน่งประธานจัดแทน

แต่ประเด็นฮอตคงหนีไม่พ้นการเดิมพัน “แชมป์” และตัวแปรสำคัญ ซึ่งมีอะไรที่น่าจับตามองบ้างในฤดูกาลนี้มาดูกัน

แชมป์สมัยที่ 4 ของแฮมิลตัน?

หลังช้ำใจจากการเสียแชมป์ให้กับ นิโก รอสเบิร์ก อดีตนักขับชาวเยอรมันและเพื่อนร่วมทีมในฤดูกาลที่แล้ว ลูอิส แฮมิลตัน ดูจะมีความกระหายในการคว้าแชมป์สมัยที่ 4 มากขึ้น

แม้อดีตแชมป์โลก 3 สมัยชาวอังกฤษ จะหลีกเลี่ยงการพูดถึงการไล่ล่าสถิติเทียบเท่ากับ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตำนานนักขับชาวเยอรมัน ที่คว้าแชมป์ 7 สมัย แต่การขยับสถิติเทียบเท่า เซบาส เตียน เวตเทล ที่ครองแชมป์ไปแล้ว 4 สมัยที่เป็นสิ่งที่อยู่ในใจเจ้าตัวอย่างชัดเจน

ยิ่งไปกว่านั้น ความพร้อมหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะเรื่องรถก็ดูจะเพิ่มความมั่นใจให้กับ แฮมิลตัน ได้ไม่น้อย หลังทำเวลาดีที่สุดในรอบฝึกซ้อมทั้งสองครั้ง พร้อมคว้าตำแหน่งโพลในการออกสตาร์ทฤดูกาล โดยมี วัลต์เทรี บอตตาส เพื่อนร่วมทีมเมอร์เซเดสคนใหม่อยู่ในอันดับ 3

“ผมรู้สึกทุกอย่างเป็นไปในแง่บวกกับทีม เราคุยกันเยอะมากในช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา ผมสามารถเอาบางอย่างออกไปจากใจ และตอนนี้เรากำลังสื่อสารกันได้ดีขึ้นและจะเติบโตไปด้วยกัน (กับ บอตตาส) เรามีความสัมพันธ์ในการทำงานดีขึ้นกว่าเพื่อนร่วมทีมทุกคนก่อนหน้านี้” แฮมิลตัน กล่าว

ภาพลักษณ์ของนักขับวัย 32 ปี อาจจะดูเป็น “แบดบอย” แต่ในสนามเขาคือคนหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องความสามารถและพรสวรรค์หลังพวงมาลัย และลุ้นแชมป์ได้ไม่ยากหากมีความพร้อมเรื่องรถ

ฟอร์มูลาวัน 2017  จุดเปลี่ยนเพิ่มความมัน ลูอิส แฮมิลตัน

เฟอร์รารีคัมแบ็กฟอร์มเก่ง?

ฤดูกาลที่แล้ว ม้าลำพองไม่สามารถคว้าแชมป์ได้แม้แต่สนามเดียว และจบในอันดับ 3 ของตำแหน่งผู้ผลิต แต่กลับมาคราวนี้ภายใต้กฎใหม่ในการเปลี่ยนแปลงตัวรถ พวกเขาดูดีขึ้น เห็นได้จากการทดสอบรถในบาร์เซโลนาพวกเขาทำเวลาดีที่สุด ประกอบกับประสบการณ์ของ 2 นักขับอย่าง เวตเทล และ คิมี ไรโคเนน ทำให้มีความเชื่อว่าพวกเขาจะทวงตำแหน่งแชมป์ผู้ผลิตกลับมายังอิตาลีได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008

แม้แต่ แฮมิลตัน เองยังไม่ปฏิเสธว่าเฟอร์รารีดูมีความเร็วขึ้นมาก

“ผมคิดว่าเฟอร์รารีกำลังตั้งใจหลอกอยู่ และพวกเขามีความเร็วมากกว่าที่แสดงให้เห็น พวกเขาใกล้เคียงมาก ถึงจะไม่เร็ว มันยากที่จะบอกตอนนี้ว่าใครเร็วกว่า” แฮมิลตัน กล่าว

ขณะเดียวกัน เวตเทล ก็ถูกยกให้เป็นคู่แข่งคนสำคัญในการแย่งแชมป์ตำแหน่งนักขับกับ แฮมิลตัน ปีนี้ และจะประเดิมสนามแรกของปีในการออกสตาร์ทอันดับ 2 แม้ยอมรับว่า แฮมิลตัน และเมอร์เซเดสเป็นตัวเต็ง แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะแพ้ไม่เป็น

“ผมไม่พอใจเสียทีเดียวกับเวลาต่อรอบของผม ผมพอใจมากกับตอนจบ พรุ่งนี้ (26 มี.ค.) ผมคิดว่าเราสามารถทำบางอย่างในสนามแข่งได้ อย่างที่ผมเคยพูดว่า รู้สึกว่ารถดี เราพัฒนามัน ดังนั้นอัตราความเร็วดีขึ้นกว่าตอนเราซ้อม” เวตเทล กล่าว

ทุกสายตาจับจ้อง เวอร์สเตพเพน

หากจะมีใครที่ฉายแววคลื่นลูกใหม่ในปี 2016 คนนั้นคือ แม็กซ์ เวอร์สเตพเพน ดาวรุ่งชาวดัตช์ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์สนามอายุน้อยที่สุด จากความสำเร็จในศึกสแปนิช กรังด์ปรีซ์ เมื่อเดือน พ.ค. ด้วยวัย 18 ปี 7 เดือน และอีก 15 วัน และท่ามกลางความคาดหวังที่เพิ่มขึ้น เจ้าตัวยืนยันไม่กดดันแต่อย่างใด

“ไม่ ไม่เลย ตรงกันข้าม ผมกลับรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นกว่าทุกๆ ปี และทุกการแข่งขัน” นักขับทีมเรดบูลล์ กล่าวและเชื่อว่า ทีมสามารถคว้าแชมป์ได้แน่นอน หากรถดีพอ ซึ่งตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าดีพอหรือไม่ แต่ที่แน่นอนคือยังต้องปรับปรุงอีก

รถใหม่ 2017

ปิดท้ายด้วยเรื่องกฎ กติกา ซึ่งปีนี้มีความเข้มงวดขึ้นเรื่องโซนธงเหลือง โดยธงเหลืองคู่ นักแข่งจะต้องลดความเร็วจนสังเกตได้ และเตรียมพร้อมเปลี่ยนทิศทางหรือหยุด โดยนักแข่งต้องล้มเลิกการทำเวลาในรอบนั้น แต่ไม่จำเป็นต้องเข้าพิต ส่วนโซนธงเหลืองเดียว นักแข่งควรลดความเร็วลงและเตรียมเปลี่ยนทิศทาง และไม่ควรแซงรถคันใดในโซนนี้ เว้นแต่รถคันนั้นมีความเสียหายชัดเจน รวมทั้งเรื่องความปลอดภัย โดยห้ามนักขับเปลี่ยนทิศทางที่ไม่ปกติ หรือขับขี่เข้าข่ายอันตราย

ส่วนเรื่องรถ ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญและมีการเปลี่ยนแปลงไม่น้อย เริ่มจากจมูกรถ จะยาวขึ้น 20 ซม. ส่วนความกว้างของปีกหน้าจะเพิ่มจาก 165 ซม. เป็น 180 ซม. ขณะที่ยางจะมีหน้ากว้างขึ้นทั้งยางหน้าและหลัง เช่นเดียวกับความกว้างรวมของตัวรถ

ผลจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้รถใหญ่ขึ้น และมีความเร็วมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้นักขับต้องทำงานหนักขึ้น และความฟิตมากขึ้น เพิ่มความสนุกเข้มข้นในสนามแข่งมากยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ