posttoday
พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน ทอมมี่ แอคชัวรี นักปั้น... คนคณิตศาสตร์

พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน ทอมมี่ แอคชัวรี นักปั้น... คนคณิตศาสตร์

18 กุมภาพันธ์ 2560

หากย้อนเวลากลับไปในช่วงวัยเรียนแล้ว ดูเหมือนวิชาคณิตศาสตร์แบบ บวก ลบ คูณ หาร

โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

หากย้อนเวลากลับไปในช่วงวัยเรียนแล้ว ดูเหมือนวิชาคณิตศาสตร์แบบ บวก ลบ คูณ หาร จะเป็นยาขมชั้นเยี่ยมสำหรับหลายๆ คน ที่คอยสกัดกั้นความอยากรู้อยากเห็นให้ลดน้อยถอยลง แต่สำหรับบางคนแล้ววิชาคณิตศาสตร์กลับกลายเป็นยากระตุ้นชั้นยอด เมื่อผู้เรียนรู้ด้วยใจรักและสนุกไปกับมัน จนนำมาต่อยอดและมุ่งสู่อาชีพที่ทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตจนมาถึงทุกวันนี้

อาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัยหรือแอคชัวรี (Actuary) ปัจจุบันถือว่าได้เป็นอาชีพชั้นนำระดับแนวหน้าของโลกที่ยังมีความต้องการสูง และสามารถทำงานได้ทั่วโลก

ความจริงแล้ว แอคชัวรีไม่ได้ทำงานแค่ในธุรกิจประกันภัยตามเชื่อเท่านั้น แต่สามารถทำงานได้ทั้งในบริษัทประกันภัย สถาบันการเงินต่างๆ ธนาคารพาณิชย์ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และหน่วยงานภาครัฐ จึงมีบทบาทสำคัญต่อทุกภาคธุรกิจในระบบเศรษฐกิจ

เมื่อสามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ในอดีต ประเมินความเสี่ยงในปัจจุบัน และสร้างโมเดลคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ อาจพยากรณ์ในระยะยาวเพื่อที่จะประเมินสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้มากที่สุด และโอกาสของสิ่งที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดของเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

 

พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน ในนามของ ทอมมี่ แอคชัวรี จัดได้ว่าเป็นแอคชัวรีระดับแนวหน้าคนหนึ่งของไทยก็ว่าได้ ปัจจุบันนอกจากหันมาทำธุรกิจส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์แล้ว ก็ยังควบตำแหน่งนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทยอีกด้วย

ทอมมี่ บอกว่า แม้ตัวเองจะชอบคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เด็กๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยสอบตกวิชาคณิตศาสตร์เลย เมื่อเรียนอยู่ชั้น ม.4 ก็สอบตกวิชาคณิตศาสตร์มาแล้ว เพราะเป็นช่วงที่เริ่มขึ้นสู่มัธยมศึกษาตอนปลาย ยังจับจุดวิชาคณิตศาสตร์ไม่ถูก ไม่เข้าใจ ทำให้สอบตก

พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน ทอมมี่ แอคชัวรี นักปั้น... คนคณิตศาสตร์

 

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่เรียนอยู่ ม.1-3 นั้น ผลการเรียนก็ระดับปานกลาง เกรดเฉลี่ย 3 ต้นๆ เท่านั้น ไม่ได้เรียนเก่งมากมายอะไร แต่หลังจากที่สอบตกแล้ว ก็ใช้ความพยายามใหม่  ปรับวิธีการเรียนรู้และคิดใหม่ ทำให้ผลการเรียนออกมาดีขึ้น  ถึงได้รู้ว่าคณิตศาสตร์ ถ้าจับทางได้ถูกแล้วก็จะง่ายขึ้น

“คณิตศาสตร์ ก็เปรียบเสมือนภาษาหนึ่ง คือถ้าคุณพูดภาษานั้นได้แล้ว ก็จะพูดได้ตลอด เช่น 1+1 = 2  ต้องเป็นข้อเท็จจริงอย่างนี้ ตัวเลขไม่หลอกเรา ถ้าคุณขยันและทำโจทย์เลขอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะได้คำตอบนั้น แม้แต่ตอนนี้ผมก็ยังต้องฝึกฝนอยู่ อย่างเวลาที่นั่งรถติดๆ อยู่ ผมก็มองทะเบียนรถคันอื่น แล้วก็นึกออกมาให้เป็นภาษาอังกฤษ ฝึกไปเรื่อยๆ ให้คล่อง เวลาพูดหรือใช้งานมันก็จะออกมาโดยอัตโนมัติ” ทอมมี่ บอก

 

ทอมมี่ บอกว่า ความจริงแล้วคนที่จะเข้ามาสู่อาชีพแอคชัวรีได้นั้น ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรีเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ก็ได้ เพียงแต่ต้องมีความรู้เพียงพอด้านคณิตศาสตร์ เพื่อสอบให้ผ่านเกณฑ์การวัดระดับความรู้จากสมาคมวิชาชีพด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยตามมาตรฐานสากลให้ได้

โดยตามมาตรฐานสากลแล้ว ทอมมี่แจงว่าคณิตศาสตร์ประกันภัยตามมาตรฐานสากลก็จะแบ่งออกได้เป็น 2 ระดับ คือ ระดับแอสโซซิเอท (Associateship) และระดับเฟลโล (Fellowship) เป็นระดับสูงสุด ที่สามารถทำงานได้ทั่วโลก เช่น มาตรฐานของสหรัฐอเมริกามี 10 ขั้น หรือของอังกฤษ มี 9 ขั้น ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ขั้น 1-5 เป็นขั้นที่ว่าด้วยวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ทั่วไป พอมาถึงขั้นที่ 6-7 ก็จะเริ่มเข้าสู่วิชาชีพเฉพาะมากขึ้น เป็นระดับแอสโซซิเอท และพอสอบได้ครบทั้ง 9-10 ขั้นครบ ก็จะเป็นระดับเฟลโล

เมื่อถามว่าต้องใช้เวลากี่ปีถึงสอบได้ครบหมดทั้ง 10 ขั้น ทอมมี่ บอกว่า เท่าที่เคยเห็นมาก็ใช้เวลาเร็วสุดประมาณ 5 ปี ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนให้ดี อย่างปัจจุบันก็มีนักเรียนชั้น ม.5 สอบผ่านได้ 2 ขั้นแล้ว สอบไปเทอมละ 1-2 ตัว พอเรียนจบ ป.ตรี ก็ได้ครบ 10 ตัวพอดี

พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน ทอมมี่ แอคชัวรี นักปั้น... คนคณิตศาสตร์

 

“แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างในไทยแต่ละปีถ้าเป็นระดับแอสโซซิเอทก็ทำได้ปีละ 10 กว่าคน และระดับเฟลโลทำได้ปีละ 3-4 คนเท่านั้น รวมๆ กันแล้ว ประเทศไทยก็ยังมีนักคณิตศาสตร์ทั้งระดับแอสโซซิเอทกับเฟลโลหลักร้อยคนเท่านั้น และทั่วโลก็ยังขาดแคลนแอคชัวรีอยู่มาก”

ทอมมี่ลงลึกไปว่าอย่างตัวเขาเองนั้น สมัยที่เรียน ป.ตรี ก็เลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์ที่จุฬาฯ จนจบออกมาทำงานเป็นวิศวกรได้ 1 ปี ถึงรู้ว่าตัวเองไม่ชอบงานด้านนี้ พอเห็นบริษัท เอไอเอ เปิดรับสมัครงานแอคชัวรี โดยไม่จำกัดว่าต้องจบด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยมาโดยตรงหรือมีคุณวุฒิอะไรมาก่อน ก็เลยไปสมัครและได้รับการคัดเลือกให้ทำงานกับเอไอเอ ตอนทำงานไปก็สอบเลื่อนขั้นไปเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงระดับเฟลโลอยู่แล้ว ก็ต้องย้ายไปทำงานที่เอไอเอฮ่องกง

“การสอบสมัยนั้นต้องบอกว่า อ่านหนังสืออย่างหนักทีเดียว กว่าจะสอบได้ในแต่ขั้น อย่างตอนทำงานอยู่ฮ่องกง การพูดภาษาอังกฤษเขายังไม่แข็งแรงพอ ใช้วิธีสื่อสารด้วยการเขียนกับหัวหน้าผ่านอีเมลเป็นหลัก พออยู่ไปได้ 4 เดือนก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ซึ่งก็ต้องขยันกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ กว่าจะเลิกงานได้ก็ประมาณ 2 ทุ่ม กลับมาถึงบ้านก็อ่านหนังสืออีก 2-3 ชั่วโมง ถึงค่อยนอน”

เวลาช่วงเสาร์-อาทิตย์ ทอมมี่ก็กำหนดเวลาเลยว่า นอน 8 ชั่วโมง อาบน้ำ 1 ชั่วโมง กินข้าว 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่งโมง รวม 3 ชั่วโมง ส่วนที่เหลืออีก 10-12 ชั่วโมง เอาไว้อ่านหนังสือเป็นหลัก และเล่นกีตาร์ ออกกำลังกายบ้าง ทำอยู่อย่างนี้จนในที่สุดก็สอบได้ระดับเฟลโล

“รวมเวลาที่ทำงานอยู่กับเอไอเอมาทั้งหมดก็ 16 ปี กว่าจะออกมาตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง ในชื่อ ‘แอคชัวเรียลบิวซิเนส โซลูชั่น’ เพื่อให้บริการกับลูกค้าที่เป็นบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย และบริการคำนวณผลประโยชน์ของพนักงานตามมาตรฐานบัญชีใหม่”

พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน ทอมมี่ แอคชัวรี นักปั้น... คนคณิตศาสตร์

 

 การที่ออกมาตั้งบริษัทเป็นของตัวเองนั้น ทำให้เขามีอิสระในการทำงานมากขึ้น สามารถให้ความรู้หรือแนวทางการเป็นแอคชัวรีได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันทอมมี่ก็ให้ความรู้หรือแนะนำเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊ก “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย - ทอมมี่ แอคชัวรี Actuary” อยู่แล้ว หรือบางครั้งก็มีการรวมตัวกันของผู้ปกครองหรือเยาวชนกลุ่มเล็กๆ เพื่อหาแนวทางแนะนำไปเรียนต่อออกมาเป็นแอคชัวรี และตัวเขาเองก็ยังสอนระดับปริญญาโทอีกด้วย

“ปัจจุบันอาชีพแอคชัวรีนี้ก็เปิดกว้างมาก ไม่ใช่แค่จำกัดอยู่ในแวดวงธุรกิจประกันภัยเท่านั้น อย่างแอคชัวรีของออสเตรเลียกว่า 50% ก็อยู่นอกธุรกิจประกันภัย เช่น ทำงานเกี่ยวกับกองทุนรวม การบริหารจัดการความเสี่ยง หรือดูโครงการต่างๆ ของรัฐบาล หรืออย่างที่อังกฤษ รัฐบาลเขาก็มีหน่วยงานกลางด้านแอคชัวรีประมาณ 200 คน มีหน้าที่คอยให้หน่วยงานอื่นๆ มายืมตัวไปร่วมทำงานด้วย เพราะแอคชัวรีถูกสอนให้มองระยะยาวมากที่สุด เป็นเหมือนต้นหนของทุกอาชีพ เพื่อทำแบบจำลองสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับประเทศอีก 10-20 ปีข้างหน้าจะได้วางแผนได้ถูก ซึ่งไทยเองก็ยังขาดแอคชัวรีที่มาทำงานด้านอื่นอยู่อีกมาก เพราะส่วนใหญ่ยังอยู่ในธุรกิจประกันภัย ซึ่งปัจจุบันก็ยังขาดแคลนอยู่”

การทำงานที่ประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ ทอมมี่บอกว่าจะถือคติในการทำงานที่ว่าต้องมีความมุ่งมั่น มีวินัย และสิ่งสำคัญต้องรักในอาชีพที่ตัวเองทำอยู่

“การที่เราจะฝึกฝนตัวเองให้เก่งเฉพาะด้านได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องมีการเรียน หรือการทำงานเป็นมืออาชีพทางด้านใดด้านหนึ่งนั้น ก็ต้องอาศัยความมุ่งมั่นเป็นแรงขับเคลื่อน หากไม่มีความมุ่งมั่นมากพอก็มักจะล้มเหลวกลางคัน ซึ่งนอกจากความมุ่งมั่นแล้ว การมีวินัยก็เป็นส่วนสำคัญอีกด้วย อย่างเช่นถ้าต้องสอบก็ควรกำหนดเวลาที่จะอ่านหนังสือต่อวัน ต้องทำให้ได้ อย่ามัวแต่ผัดวันประกันพรุ่ง เลื่อนวันไปเรื่อยๆ และเมื่อมาทำงานแล้ว สิ่งสำคัญสุดที่ทำให้คนเราประสบความสำเร็จในอาชีพการทำงาน ก็คือการที่มีใจรักในอาชีพนี้ ทำให้รู้สึกว่างานที่ทำให้ทุกวันเหมือนไม่ใช่งาน แต่คือ ความสนุก ความท้าทายในชีวิต”

สุดท้าย เขาย้ำอย่างหนักแน่นว่า การที่ตัวเองได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าให้กับสังคมในขอบเขตที่สามารถทำได้ ก็ย่อมนำมาซึ่งความภูมิใจและความสุขในการทำงาน มีคุณค่าในตัวเอง

ข่าวล่าสุด

เจาะลึกกลไก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน แบ่ง2แผนงานหลักเยียวยา-ฟื้นฟูพลังงาน

เจาะลึกกลไก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน แบ่ง2แผนงานหลักเยียวยา-ฟื้นฟูพลังงาน