posttoday
ซัมเมอร์2010ยุคเศรษฐีใหม่

ซัมเมอร์2010ยุคเศรษฐีใหม่

05 กันยายน 2553

...ทีมข่าวกีฬา

บทสรุปของตลาดซื้อขายนักเตะยุโรปที่ปิดตัวลงไปเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ฟุตบอลยุโรปประสบกับภาวะหนี้สินอย่างหนัก แต่ละทีมต้องหันมาดูแลบัญชีของตัวเองให้สมดุล นอกจากจะเพื่อความอยู่รอดแล้ว ยังเป็นการรองรับกฎใหม่ที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) นำมาใช้ด้วย

ทีมมหาเศรษฐีเดิมหลายทีมหลุดตำแหน่งจอมช็อปประจำซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งแชมป์ตกเป็นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี ขณะที่ลีกจากรัสเซีย ตุรกี และยูเครน ปรากฏตัวขึ้นมาติดกลุ่มท็อป 5 ทีมฟุตบอลกระเป๋าหนักประจำทวีปยุโรปอย่างคิดไม่ถึงเลยทีเดียว

vแมนฯ ซิตี 1.56 หมื่นล้านยังไม่พอ

ถึงแม้ว่าหลายๆ สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะพยายามรัดเข็มขัดรักษาสมดุลในบัญชีรายรับรายจ่าย จนฉุดยอดจับจ่ายในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาลดลงจากปีที่แล้วถึง 22% และเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 4 ปี แต่พวกเขาก็ยังคงขึ้นป้ายเป็นอันดับ 1 ของตารางลีกที่ทำตัวเลขติดลบสูงสุด

ต้องยกผลงานชิ้นโตให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี

ลำพังทีมเรือใบสีฟ้าทีมเดียวใช้เงินเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาไปถึง 145.45 ล้านยูโร (ราว 5,818 ล้านบาท) กับการหยิบนักเตะชื่อดังมากมาย อาทิ ดาบิด ซิลบา, มาริโอ บาโลเตลลี, ยายา ตูเร, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เฌอโรม บัวเต็ง และเจมส์ มิลเนอร์ หรือเกือบ 34.3% ของเงินเสริมทัพรวม 424.34 ล้านยูโร (เกือบ 1.7 หมื่นล้านบาท) จาก 20 สโมสร

ด้วยรายรับจากการขายนักเตะออกมีเพียง 36.2 ล้านยูโร (ราว 1,448 ล้านบาท) ทำให้บัญชีของแมนฯ ซิตี ติดลบ 109.25 ล้านยูโร (ราว 4,370 ล้านบาท) แต่ไม่ได้สะเทือนกระเป๋าสตางค์ของ ชีค มันซัวร์ เพราะตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้เสียอีก

หนังสือพิมพ์เทเลกราฟ เปิดเผยว่า ชีค มันซัวร์จัดสรรงบประมาณเฉพาะสำหรับการเสริมทัพไว้ 500 ล้านปอนด์ (ราว 2.4 หมื่นล้านบาท) และตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเพิ่งจะควักออกมาใช้ 325 ล้านปอนด์ (ราว 1.56 หมื่นล้านบาท) ยังเหลืออีกตั้ง 175 ล้านปอนด์ (ราว 8,400 ล้านบาท)

หากแมนฯ ซิตี คว้าสิทธิแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ พวกเขาอาจหันมายื่นข้อเสนอคว้าเป้าหมายที่เคยพลาดไปแล้วอีกครั้ง เช่น กากา, จอห์น เทอร์รี หรือแม้แต่ เฟอร์นานโด ตอร์เรส กับ สตีเวน เจอร์ราร์ด

ระวังตัวกันไว้ให้ดี!

vรัสเซีย เจ้าบุญทุ่มหน้าใหม่

ไม่เพียงแต่ลีกสูงสุดของอังกฤษเท่านั้น แต่ยอดเสริมทัพในอีก 4 ลีกชั้นนำของยุโรปอย่างลีกเอิง ฝรั่งเศส, บุนเดสลีกา เยอรมนี, เซเรีย อา อิตาลี และลีกเจ้าบุญทุ่มอย่าง ลา ลีกา ของสเปน ลดลงในอัตราระหว่าง 2540%

ยอดซื้อนักเตะในเซเรีย อา รวมกันแล้วมีเพียง 260 ล้านปอนด์ (ราว 12.5 หมื่นล้านบาท) แต่ก็ยังมากกว่าลา ลีกา อยู่ 20 ล้านปอนด์ (ราว 960 ล้านบาท)

ในทางตรงกันข้าม ศึกพรีเมียร์ลีกของรัสเซียกลับจ่ายเงินจนขึ้นมาติดหัวตารางลีกที่มีบัญชีติดลบสูงสุด คือ 93.3 ล้านยูโร (ราว 3,732 ล้านบาท) จะเป็นรองก็เพียงศึกพรีเมียร์ลีกของอังกฤษเท่านั้น

รัสเซียส่ง 3 สโมสร คือ เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, สปาร์ตัก มอสโก และ รูบิน คาซาน เกาะกลุ่มท็อป 5 บัญชีแดงประจำซัมเมอร์ นำโดยเซนิตที่จัดการคว้า บรูโน อัลเวส มาจากปอร์โตด้วยค่าตัวเป็นสถิติใหม่ของวงการลูกหนังแดนหมีขาว 22 ล้านยูโร (ราว 880 ล้านบาท)

นอกจากนี้ เซนิตยังคว้าอีกเพียบทั้ง เซอร์เก เซมัก, อเล็กซานเดอร์ บูคารอฟ และ อเล็กซานเดอร์ ลูโควิช ขณะที่สปาร์ตัก มอสโก ได้ ไอเดน แม็กเกียดี และ นิโคลาส ปาเรฆา ส่วนรูบิน คาซาน มีการคว้าตัวรายใหญ่ อาทิ ซัลวาตอเร บ็อกเกตติ, อเลาสเก เม็ดเวเดฟ, โอบาเฟมี มาร์ตินส์ และ คาร์ลอส เอดูอาร์โด

vหนี้สินเปลี่ยนนิสัย

สิ่งที่ บาเลนเซีย บาร์เซโลนา และลิเวอร์พูล มีเหมือนกันคือ หนี้สินก้อนโต

รายงานข่าวในช่วงเปิดตลาดนักเตะฤดูกาลที่แล้วระบุว่า บาเลนเซีย ซึ่งมีหนี้สิน 470 ล้านปอนด์ (ราว 2.26 หมื่นล้านบาท) อาจจะต้องขาย ดาบิด บีญา และ ดาบิดซิลบา ออกไปเพื่อความอยู่รอดของสโมสร

และมันก็เกิดขึ้นจริงๆ ในปีนี้

การขายบีญาไปให้กับบาร์เซโลนาและซิลบาไปให้กับแมนฯ ซิตี ด้วยราคาที่สูงติดอันดับ 1 และ 2 ประจำซัมเมอร์นี้ทำให้ทีมค้างคาว ซึ่งเคยโดน โฆเซ มาเรีย เกย์ ศาสตราจารย์ด้านการเงินของวงการฟุตบอลสเปนแปะป้ายว่า “ด้านเทคนิคถือว่า ล้ม ละลายไปแล้ว” กลายเป็นทีมที่เหลือเงินเยอะที่สุด

หลังจากเป็นทีมที่ขายนักเตะได้เงินเยอะที่สุดถึง 84 ล้านยูโร (ราว 3,360 ล้านบาท) แล้ว หักค่าเสียหายแล้วยังเหลืออีกตั้ง 51 ล้านยูโร (ราว 2,040 ล้านบาท) มากกว่าใครเพื่อนเช่นกัน

ขณะที่บาร์เซโลนา เจ้าของหนี้สิน 442 ล้านยูโร (ราว 1.77 หมื่นล้านบาท) แม้จะเสียเงินซื้อนักเตะสูงติดท็อป 5 กับเขาด้วย แต่ก็ได้คืนมา 45 ล้านยูโร (ราว 1,800 ล้านบาท) เช่นเดียวกับลิเวอร์พูลที่ได้คืนมา 38 ล้านยูโร (ราว 1,520 ล้านบาท)

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ