
ยกเลิกบีอาร์ที-คิดผิด คิดแคบ คิดสั้นและคิดตื้นอย่างยิ่ง
เฟซบุ๊ก Apiwat Ratanawaraha
เฟซบุ๊ก Apiwat Ratanawaraha
กทม. ยกเลิกบีอาร์ที - คิดผิด คิดแคบ คิดสั้น และคิดตื้นอย่างยิ่ง
คิดผิด - ถ้าใช้เหตุผลแบบที่อ้างมา รัฐบาลโดย รฟม. ก็ต้องยกเลิกทั้งรถใต้ดินสายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีแดง รวมถึงสายสีทอง ฯลฯ ของ กทม. ที่กำลังจะสร้างด้วย เหตุผลที่ว่า บีอาร์ทีทำให้รถติดจึงต้องยกเลิก ยังขัดกับแนวคิดของประเทศเจริญ (ปัญญา) แล้วที่ว่า ระบบการขนส่งจราจรต้องเอื้อให้กับขนส่งสาธารณะ แต่ประเทศด้อยพัฒนานี้ยิ่งกลับเอื้อให้กับคนขับรถยนต์ส่วนตัว อีกอย่าง ถ้าเรื่องขนส่งสาธารณะไม่ใช่ภารกิจของ กทม. ตกลงแล้ว กทม. มีภารกิจอะไร?? (แต่ กทม. ก็คงบอกว่า พวกรถใต้ดินไม่เกี่ยวกับ กทม.) (มาจับตามองกันว่า สายสีทองที่ กทม. จะลงทุนทำผ่านไอคอนสยาม จะขาดทุนเท่าไหร่ไปกี่ปี แล้วจะยกเลิกด้วยเหตุผลเดียวกันไหม แพงกว่าบีอาร์ทีหลายเท่าตัว)
คิดผิด - บีทีเอสและรถไฟใต้ดินก็ไม่ได้ทำให้รถหายติดนะครับ จราจรก็ยังติดอยู่ แต่บีทีเอสเพิ่มทางเลือกให้กับคนเดินทาง การทำให้รถหายติดกับการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางมันคนละเรื่องกัน แม้สัมพันธ์กัน ฉันใดฉันนั้น บีอาร์ทีก็เช่นกัน สร้างบีทีเอส รถไฟใต้ดิน บีอาร์ทีมาแล้วหวังว่ารถจะหายติด โลกสวยไปหน่อยนะครับ จากข้อมูลสำรวจปี 56-57 41% ของผู้ใช้บีอาร์ทีมีรถยนต์ส่วนตัว แต่หันมาใช้บีอาร์ที
คิดแคบ - ข้ออ้างที่ว่า ประสิทธิภาพการใช้ถนนต่ำ ปล่อยให้รถวิ่งดีกว่า ก็ดูจะมองแคบไปหน่อย เพราะวัตถุประสงค์ของบีอาร์ทีไม่ได้อยู่เพียงแค่ประสิทธิภาพของการใช้ถนนเพียงอย่างเดียว มันมีเรื่องประโยชน์จากโครงข่าย (network effects) (ประมาณ 1/3 ของคนใช้บีอาร์ที ต่อ BTS และจำนวนมากทำงานแถวสีลมสาทร) การลดเวลาในการเดินทาง (travel time savings) การลดการใช้พลังงาน ฯลฯ วัตถุประสงค์มันไม่ได้แค่ตัวการใช้ถนน
คิดสั้น - จำนวนผู้โดยสารก็เพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินตามเส้นทาง เมื่อไหร่ในอนาคตที่ความหนาแน่นการใช้ที่ดินเพิ่มขึ้นมากพอ มีคอนโดสร้างขึ้นมากมาย ก็ค่อยเปลี่ยนเป็นระบบรางที่รองรับผู้โดยสารได้มากกว่า จะเชื่อมต่อกับระบบรางอื่นก็ทำได้ แต่ถ้าทำโมโนเรลอย่างที่เคยเสนอมา ก็น่าจะขาดทุนมากกว่านี้ เพราะอุปสงค์ในเส้นทางนี้ยังไม่มากพอ
คิดตื้น - ถ้าปัญหาอยู่ที่การขาดทุน ก็ปรับค่าโดยสารให้สูงขึ้น (ก่อนยกเลิกได้วิเคราะห์ demand elasticity หรือยัง) แล้วลดต้นทุน (จำนวน รปภ. ไม่ต้องเยอะขนาดนั้นก็ได้ครับ ระบบจัดเก็บค่าโดยสารก็น่าจะทำให้ถูกลงได้ไหม ต่อรองกับบีทีเอสที่รับบริหารจัดการอยู่ได้ไหม เพราะเขาก็ได้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อ ฯลฯ) พร้อมกับหาหนทางในการอุดหนุนไขว้ (cross subsidization) จากกิจการอื่นหรือรายได้จากการเก็บภาษีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากเจ้าของที่ดินรอบสถานีที่ได้รับลาภลอย (windfall) แบบที่กระทรวงการคลังกำลังคิดเสนออยู่สิครับ
การขนส่งมวลชนในตัวมันเองทำกำไรไม่ได้อยู่แล้ว คิดอีกหน่อยครับ คิดอีกหน่อย
ที่มา https://www.facebook.com/rapiwat/posts/10155011008892421?pnref=story.unseen-section







