posttoday
ชัยปุระ เดินตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

ชัยปุระ เดินตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

04 กุมภาพันธ์ 2560

อินเดียมีคำกล่าวขานกัน ว่า เมืองคนใช้หัว เมืองผัวเฝ้าห้าง เมืองการเดินทางต้องทำใจ เมืองวัวเป็นใหญ่นักเลงโต

โดย...อณุสรา  ทองอุไร ภาพ : บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์

อินเดียมีคำกล่าวขานกัน ว่า

เมืองคนใช้หัว (ใช้ศีรษะเทินของ)

เมืองผัวเฝ้าห้าง (สามีต้องทำงานเลี้ยงเมีย ไปทำสวนหรือขายของ ให้เมียอยู่บ้าน)

เมืองการเดินทางต้องทำใจ (ไปไหนใกล้ไกลต้องใช้เวลา ถนนหนทางไม่ดี)

เมืองวัวเป็นใหญ่นักเลงโต (คนฮินดูนับถือวัว ห้ามไล่ห้ามทำร้ายแม้จะเดินเกะกะกลางถนน)

สีสันของอินเดียนั้นยังมีอยู่ไม่เสื่อมคลายเป็นเมืองอันดับต้นๆ ของโลกที่พูดได้ว่าถ่ายรูปออกมาจะมีสีสันที่สวยงามด้วยความสดใสของชุดส่าหรี  แล้วยังมีสีส้ม ชมพู เหลือง ของวังวัด ตึกรามบ้านช่องเก่า อีกทั้งชีวิตของผู้คนก็มีสีสันไม่แพ้ชุดที่สวมใส่ นิสัยของคนอินเดียดูจะสนอกสนใจในสิ่งรอบตัวไม่จืดชืดเย็นชาเหมือนกับคนในประเทศที่เจริญแล้วที่จะดูนิ่งๆเย็นชาต่างคนต่างอยู่ไม่สนใจใคร แต่คนอินเดียไม่...เขาจะเต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้ในสิ่งรอบตัว

ชัยปุระ เดินตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

จัยปู้ร์เมืองที่เต็มไปด้วยวังกับวัด

ราชสถานคือสัญลักษณ์ของประเทศอินเดีย และรัฐราชสถานมีเมืองที่เป็นเมืองหลักคือ ชัยปุระหรือจัยปู้ร์ เมืองสีชมพู เป็นเมืองที่เป็นจุดหมายสำคัญที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ทุกๆ ปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเมืองสีชมพูแห่งนี้เพื่อดื่มด่ำกับวัฒนธรรมอันงดงามและสถาปัตยกรรมที่อลังการ

ชัยปุระถือเป็นเมืองที่เป็นเพชรน้ำงามของอินเดีย ที่ซึ่งประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ไม่เคยอับแสง

จัยปู้ร์เป็นเมืองหลวงของรัฐราชสถาน ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งมหาราชา เนื่องจากเมืองนี้มีวังอยู่เป็นจำนวนมากกว่ารัฐอื่นๆ และเป็นเมืองที่เป็นแหล่งการซื้อขายอัญมณีมากที่สุด อัญมณีที่ขายอยู่ในประเทศอินเดียส่วนใหญ่มาจากเมืองจัยปู้ร์แห่งนี้

ชัยปุระ เดินตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

 

เราได้เดินทางไปจัยปู้ร์ กลางเดือนม.ค. อากาศกำลังดีราวๆ 15 องศาเซลเซียส กำลังสบายๆ ไม่หนาวเกินไป การไปอินเดียนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 แต่เสน่ห์ของอินเดียก็ยังไม่เสื่อมคลาย ไปต่างเมืองความรู้สึกอารมณ์ก็แตกต่างกันไป

ชัยปุระไม่เพียงแต่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังเป็นจุดหมายยอดนิยมของชาวอินเดียด้วยกันอีกด้วย เพราะที่นี่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามของราชสถาน ชัยปุระมีทุกอย่างตั้งแต่ป้อมปราการอันแสนสง่าและอลังการ ปราสาทสุดสวย  และวัดวาอารามมากมาย ตั้งแต่สถานที่ประวัติศาสตร์ขึ้นชื่อของเมือง อย่างปราสาทแห่งสายลมหรือฮาวามาฮาล ถือเป็นแลนด์มาร์คเด็ดของชัยปุระ รวมถึงพระราชวังเก่าอีกหลายแห่ง

ชัยปุระเป็นศูนย์กลางการค้าที่ทันสมัยที่สุดของรัฐราชสถาน มีประชากร 3 ล้านคน สีชมพูของเมืองกลายเป็นเอกลักษณ์ ปัจจุบันมีความทันสมัยเพราะมีรถไฟฟ้าสกายเทรนเชื่อมจากนอกเมืองสู่ใจกลางเมือง และกำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินอีกด้วย

ชัยปุระ เดินตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

 

เช้าวันแรกที่ไปถึงเราไปเยี่ยมชม ซิตี้พาเลซ เป็นวังตั้งอยู่กลางเมืองกินพื้นที่เกือบ 4 ส่วนใน 9 ส่วน ของเมือง ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าสร้างในสมัยมหาราชาไสวชัยปุระซิงห์ที่ 2 เปิดให้ประชาชนเข้าชมในนามพิพิธภัณฑ์ไสวมันสิงห์ แสดงข้าวของ เครื่องใช้ และประวัติศาสตร์ของอินเดีย เป็นสมบัติส่วนพระองค์และชาวมืองชัยปุระก็ยังนับถือพระองค์อยู่ ถึงแม้พระองค์ท่านจะไม่มีอำนาจใดๆ แล้วก็ตาม

หลังจากนั้นไม่ห่างกันมากนัก ใช้เวลานั่งรถประมาณ 30 นาที เราก็มาชมจันทตาร์ มันทตาร์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้านดาราศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองชัยปุระ สร้างโดยมหาราชาไสวชัยปุระซิงห์ที่ 2 ในปี 1727 เนื่องจากทรงสนพระทัยและมีพระปรีชาในเรื่องดาราศาสตร์ จึงได้สร้างหอดูดาวแห่งนี้มาพร้อมๆ กับการสร้างพระราชวังซิตี้พาเลซ ภายในมีหอนาฬิกาแดดขนาดใหญ่ซึ่งชี้เวลาได้อย่างแม่นยำ สมัยโบราณใช้เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการคำนวณฤกษ์เวลาในการออกรบ นอกจากนี้มหาราชาไสวชัยปุระซิงห์ที่ 2 ยังได้สร้างหอดูดาวในลักษณะนี้อีก 4 แห่งด้วยกัน ซึ่ง 1 ใน 4 อยู่ใจกลางเมืองเดลีคือที่อุจเจน เมืองพาราณสี และมาตูราแต่ที่ชัยปุระนี้ถือว่าใหญ่สมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยความสูง 28

ในช่วงบ่ายเราไปที่พระราชวังแห่งสายลม ฮาวามาฮาล พระราชวังสีชมพูที่มีหน้าต่างมากถึง 953 บาน เพื่อให้เหล่านางสนมได้มองจากวังออกไปสู่ตัวเมืองและถนนหนทางต่างๆ วังแห่งนี้มีความสูง 5 ชั้น ลักษณะคล้ายรังผึ้ง มีการถอดแบบมาจากรูปทรงมงกุฎพระนารายณ์ สร้างขึ้นด้วยหินทรายสีชมพู ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองชัยปุระจนได้ชื่อว่านครสีชมพู สร้างขึ้นในปี 1799 

ชัยปุระ เดินตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

 

วันที่เราไปถึง เป็นช่วงที่เมืองนี้กำลังมีงานเทศกาลการแข่งว่าวประจำปีซึ่งมีแข่งที่เมืองนี้เพียงเมืองเดียว จะตรงกับวันที่ 14-15 ม.ค. ของทุกปี เรียกว่าเทศกาลเตซ เรียกว่าเป็นงานใหญ่ของเมืองบรรดาเด็กผู้ชาย ชายหนุ่มจะเล่นว่าวกันแทบทุกแห่งที่เราผ่านไปโดยใช้ดาดฟ้าหรือหลังคาบ้านเป็นสนามประลอง กลางคืนก็จะมีการจุดพลุจุดประทัด ลอยโคม เป็นสีสันคึกคักกันทั้งเมืองคล้ายๆ เวลาบ้านเรามีงานลอยกระทงแบบนั้นเลย แม้ว่าว่าวของที่นี่จะไม่ได้ตกแต่งหรูหราอลังการอะไรมากมายนัก แต่ก็สร้างความสนุกสนานกันได้ทั่วทั้งเมือง พอตกเย็นร้านรวงจะปิดเร็วกว่ากำหนด เพราะชาวเมืองจะไปงานแข่งว่าวกันที่สนามแข่งประจำเมือง นั่งรถผ่านไปสองข้างทางจะเห็นว่าวติดอยู่บนยอดไม้ สายไฟ หรือติดลอยลมอยู่ตามหลังคาบ้านกันละลานตาไปหมด

แอมเบอร์ฟอร์ตยิ่งใหญ่ไม่แพ้กำแพงเมืองจีน

วันรุ่งขึ้นเราตื่นกันแต่เช้าเพื่อไปชมสถานที่น่าสนใจของชัยปุระอีกแห่งหนึ่งก็คือ ป้อมปราการแอมเบอร์ฟอร์ตที่ยิ่งใหญ่ เพื่อสัมผัสความเป็นอยู่อย่างมหาราชาที่ต้องนั่งช้างขึ้นชม ซึ่งจะให้เข้าชมเฉพาะครึ่งวันช่วงเช้าเท่านั้น ตอนบ่ายช้างจะหยุดทำงานเพราะอากาศจะร้อนเกินไป

แอมเบอร์ฟอร์ตที่งดงามไปด้วยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบโมกุลและฮินดู มีห้องต่างๆ มากมาย แบ่งพื้นที่ลดหลั่นเล่นระดับกันไปแลดูสวยงาม รวมทั้งสวนหลังวังที่เป็นที่อยู่ของเหล่าบรรดานางสนม มเหสีต่างๆ สามารถมองเห็นทะเลสาบมอล์ตาได้จากข้างบนของป้อมปราการ แล้วขากลับเดินทางลงจากป้อมด้วยรถจี๊ปป้อมแห่งนี้สร้างโดยพระเจ้าใจซิงห์ที่ 2 ในศตวรรษที่ 18 รายล้อมไปด้วยกำแพงเมืองที่แบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นคั่นด้วยทางเดินกว้างขวางภายในหมู่พระที่นั่งซึ่งสร้างจากหินทรายสีแดงและหินอ่อน ป้อมปราการโอบล้อมแนวเขาสองด้านไปสุดลูกหูลูกตายิ่งใหญ่ไม่แพ้กำแพงเมืองจีนเลยทีเดียว

ชัยปุระ เดินตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

แอมเบอร์ฟอร์ตตั้งอยู่นอกเมืองออกไปทางทิศเหนือ คั่นกลางด้วยทะเลสาบชัยมาฮาล ซึ่งมีพระราชวังฤดูร้อนตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลสาบ พระราชวังกลางน้ำสูง 5 ชั้น ชื่อ จาล มาฮาล ที่เป็นพระราชวังฤดูร้อนสำหรับบรรดาพระราชวงศ์ ที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบเพื่อช่วยระบายความร้อนในฤดูร้อน ที่ปัจจุบันปล่อยให้ทิ้งร้างอย่างน่าเสียดายตัวพระราชวังสร้างขึ้นอย่างสวยงามตามสถาปัตยกรรมแบบราชปุตและโมกุล มีเทือกเขานหาร์การห์ตั้งอยู่เบื้องหลัง ตัวอาคารสร้างด้วยหินทรายสีแดง 3 ชั้นล่างถูกน้ำท่วม เหลือ 2 ชั้นที่พอมองเห็น  ลานเมืองกว้าง ตรงข้ามทะเลสาบ ที่ลานเมืองเป็นแหล่งเดินเล่น พักผ่อน หย่อนใจของชาวเมือง มีข้าวของวางขายเรียงรายมีอูฐให้เช่าขี่เล่นรอบบริเวณใกล้ๆ นั้นตรงกลางลานก็จัดงานแข่งว่าวประจำเมือง

ตอนบ่ายเราแวะไปที่วัดฮินดู ซึ่งเป็นวัดใหญ่ประจำเมือง ซึ่งมีพราหมณ์นักเทศน์ชื่อดังกำลังเทศนา และมีชาวบ้านที่มาฟังคำเทศน์ลุกขึ้นร่ายรำ ซึ่งการร่ายรำหรือร้องเพลงระหว่างการพักช่วงของการเทศน์ถือว่าเป็นเรื่องปกติของชาวฮินดูเพื่อถวายเทพเจ้า และเป็นการปฏิบัติบูชาแบบหนึ่ง  ถัดไปจากนั้นไม่ไกลนักเป็นวัดพระพิฆเนศ เป็นวัดที่นับถือของชาวเมืองและนั่งท่องเที่ยว  เป็นที่น่าสังเกตว่ารูปปั้นพระพิฆเนศ ของเมืองนี้ทุกองค์จะทาด้วยสีส้มทุกวัดเลย วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ อันเป็นหัวใจของชัยปุระ

ตอนบ่ายได้ไปเดินเที่ยวและช็อปปิ้งของฝากที่ตลาด Chowk market ถือเป็นย่านช็อปปิ้งประจำเมืองจัยปูร์ เป็นแหล่งรวมสินค้านานาชนิด โดยเฉพาะเสื้อผ้า กระเป๋า สไตล์อินเดีย เครื่องประดับผ้าคลุมเตียง ของตกแต่งบ้านสไตล์อินเดียที่ราคาไม่แพงและต่อรองได้แบบต่อเล่นๆ ก็ยังได้ แต่เรามาถึงเย็นเกินไปหน่อย เพราะร้านรวงต่างๆ ปิดไปงานแข่งว่าวเลยมีเวลาช็อปน้อยนิด

ชัยปุระ เดินตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน