posttoday
เพื่อชีวิตที่มีคุณค่าควรปฏิบัติตามหลักศาสนาอย่างไร (ตอน๓)

เพื่อชีวิตที่มีคุณค่าควรปฏิบัติตามหลักศาสนาอย่างไร (ตอน๓)

03 กันยายน 2553

ปุจฉา : ขอทราบแนวทางการปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เพื่อนำมาพัฒนาชีวิตให้มีคุณภาพ...

ปุจฉา : ขอทราบแนวทางการปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เพื่อนำมาพัฒนาชีวิตให้มีคุณภาพ...

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : ขอทราบแนวทางการปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เพื่อนำมาพัฒนาชีวิตให้มีคุณภาพ...จะได้มั่นคงดำรงอยู่ในโลกปัจจุบันได้อย่างไม่วุ่นวาย ไม่เร่าร้อน เพื่อความสงบสุขของชีวิต...

พระสีวลีเถระ

มหาโพธิสมาคม พุทธคยา อินเดีย

วิสัชนา : จึงมีนัยแห่งความหมายอันเดียวกัน แม้จะแตกต่างฐานะ แต่ด้วยความมีหัวใจอันเดียวกัน คือ ศรัทธาในพระรัตนตรัย จึงมีความต้องการที่ใคร่จะรู้แนวทางการปฏิบัติตน ตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เพื่อความสงบสุขแห่งชีวิต และเพื่อความไม่หวั่นไหว โอนเอนไปสู่วิถีวัตถุนิยม จนเสียสภาพความเป็นสัตว์ประเสริฐ ที่ต้องแอบอิงหลักศีลธรรม เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับโลกที่ถูกต้องตามหลักแห่งความดี อันเป็นไปตามคลองธรรม สอดคล้องกับศีลธรรม ซึ่งทำให้เกิดความเห็นชอบในความจริงอันปรากฏอยู่ในรูปแบบ กรรมนิยาม ว่า “สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของของตน...มีกรรมเป็นผู้ให้ผล...มีกรรมเป็นแดนเกิด...มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์...มีกรรมเป็นผู้ติดตาม จักทำกรรมอันใดไว้...จักต้องได้รับผลของกรรมนั้น”

จึงไม่ยากต่อการนำทั้งสองท่าน ไปสู่ความเข้าใจในหลักธรรม อันควรแก่การถือปฏิบัติตามหลักพระพุทธศาสนา ตามที่ปุจฉามา ซึ่งมีนัยแห่งความหมายที่สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาที่มีต่อคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาว่า “สามารถระงับยับยั้งความทุกข์ ความเร่าร้อน และสามารถดับทุกข์ได้จริง” อีกประเด็นสำคัญอันหนึ่งคือ ให้หลักยึดที่ถูกต้อง เพื่อความไม่หวั่นไหวในทุกสถานการณ์แห่งสังคม ที่ร้อนแรงด้วยไฟ ๓ กอง จึงขอนำพระสัจธรรมอันควรค่าแก่การบูชามาเพื่อการทำปัญญาแห่งสาธุชนผู้ใคร่ในการศึกษาทั้งหลาย เพื่อการนำไปสู่ประโยชน์ในความเข้าใจในเบื้องหน้า มีความว่า...

...อารมณ์วิจิตรทั้งหลายในโลก ย่อมดำรงอยู่ ตามสภาพของมันอย่างนั้นเอง...ดังนั้นธีรชนทั้งหลายจึงขจัด (แต่เพียง) ด้วยความอยาก (ตัณหาฉันทะ) ในอารมณ์อันวิจิตรเหล่านั้น (คือมิใช่กำจัดอารมณ์อันวิจิตร)...

อารมณ์วิจิตรทั้งหลายในโลก หาใช่เป็นกามไม่!! ราคะที่เกิดจากความคิดของตน (ต่างหาก) เป็นกาม!! ดังนั้นธีรชนทั้งหลายจึงขจัด (แต่เพียง) ตัวความอยาก (ตัณหาฉันทะ) ในอารมณ์อันวิจิตรเหล่านั้น...
จากสาระธรรมที่ยกขึ้นมากล่าวบูชาดังกล่าว มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อสาธุชนผู้ใคร่หาทางออกจากวังวนของความว้าวุ่น วกวน สับสน ซึ่งเกิดจากวิถีจิต หรือ จิตวิถี ที่วิ่งแล่นเข้าไปรับรู้เกี่ยวเนื่องในอารมณ์นั้นๆ ที่มาเยือน อันเป็นธรรมชาติของจิตที่ทำตนดุจเป็นเจ้าของบ้านคอยต้อนรับแขกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย...ทั้งนี้ด้วยอำนาจของกิเลสในจิตสันดานที่ทรงพลังในการขับเคลื่อน ผลักดันให้เป็นไปตามสภาพของกิเลสผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งให้ผลทั้งบุญและบาป...ทุกข์หรือสุขก็ได้ อันเป็นไปตามเหตุปัจจัยนั้นๆ...

ดังนั้น การรู้เท่าทันความอยากด้วยสติปัญญา...เห็นแล้ว...รู้แล้ว จึงละอำนาจความอยากที่ก่อเกิดในจิตสันดานให้ทัน จึงเป็นการขุดรากตัดโคตรเหง้าของปัญหาหรือเหตุปัจจัยนั้นๆ...สภาวธรรมทั้งหลายก็ย่อมดับสิ้นไป

นี่! เป็นกฎธรรมดา ซึ่งบุคคลที่ฝึกฝนตนดีแล้ว มีสติกำหนดรู้พร้อมอยู่เบื้องหน้า ก็สามารถดับทุกข์ได้ทุกขณะ โดยการเฝ้าระวังรักษาดูแลจิตใจของตน ให้รู้เท่า รู้ทัน เพื่อละวางคลายออกจากการเข้าไปยึดถือในความคิด...ในอารมณ์นั้นๆ

โดยสรุปตามธรรม ความสุข...ความทุกข์ จึงอยู่ที่คุณภาพหรือประสิทธิภาพแห่งจิตของเราเอง ว่า ทรงคุณภาพทางธรรม มากน้อยแค่ไหน...หากเราฝึกฝนจิตดีแล้ว มีสติปัญญาควบคุมให้จิตอยู่ในวิถีอันเหมาะควร แยกแยะ สาระ หรือ อสาระ ได้ รู้จักวิธีการเปลื้องอารมณ์ออกจากจิตเป็น จากการตามดูรู้เห็นจิตหรือตัวผู้นึกคิดได้ในทุกขณะ...ปัญญาก็ย่อมตั้งอยู่ในจิตนั้นที่พร้อมอยู่ในความแน่วแน่ไม่ซัดส่าย ยักย้ายไปตามอารมณ์วิจิตรทั้งหลายในโลก ซึ่งดำรงอยู่ตามสภาพของมัน อย่างนั้นเอง อันเป็นปกติของโลกขันธ์นี้

พระพุทธศาสนาของเรา ไม่ได้สอนให้เราขวางโลก แก้โลก ทำลายโลก เกลียดชัง หรือ ยินดีต่อโลก แต่สอนให้เราเข้าใจธรรมชาติของโลกขันธ์ ว่า...มันเป็นเช่นนี้เอง...ไม่เปลี่ยนไปจากนี้ และไม่แปรผันเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้เพราะสภาพธรรมทั้งหลาย (ไม่ว่า โลกุตตรธรรม หรือ โลกียธรรม) ล้วนแล้วแต่เป็นอนัตตา...
อ่านต่อฉบับวันจันทร์

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย