posttoday
สถานการณ์ทะเลไทย และการไปต่อ

สถานการณ์ทะเลไทย และการไปต่อ

29 ธันวาคม 2559

โดย...ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

โดย...ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

ตลอดปี 2559 เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายประการในทะเลไทย แต่กระแสข่าวที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางทะเลพยายามเร่งมือให้มีการปฏิรูประบบที่เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะโครงสร้างการอนุรักษ์ทะเล แสดงให้เห็นว่ายังมีหลายเรื่องที่ติดขัด ผมจึงถือโอกาสรวบรวมสถานการณ์ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ในส่วนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อการก้าวต่อไปในปี 2560

 ในส่วนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เราประสบความสำเร็จในการผลักดันจนได้สัตว์สงวน 4 ชนิด และสัตว์คุ้มครอง 12 ชนิด เรามีการประชุมคณะกรรมการทะเลแห่งชาติเป็นครั้งแรก จัดตั้งอนุกรรมการด้านต่างๆ ตลอดจนมีกรรมการทะเลในแต่ละจังหวัด และมีการอบรมในพื้นที่เพื่อให้เข้าใจการนำเสนอที่ตรงกัน เราออกกฎระเบียบเพื่อจัดการกับปัญหาการท่องเที่ยวทางทะเล เช่น เกาะไข่และเกาะอื่นๆ อย่างฉับไวทันเหตุการณ์ เรารับมือกับสถานการณ์ปะการังฟอกขาวได้ดียิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เราศึกษาติดตามเรื่องแมงกะพรุนพิษร้ายแรงอย่างต่อเนื่อง เราเริ่มยกระดับการตรวจจับและปราบปรามการกระทำผิดทางกฎหมายมากขึ้น และมีเครือข่ายและคนรักทะเลเพิ่มขึ้น ช่วยกันแจ้งข่าวให้เจ้าหน้าที่และช่วยกันดูแลตลอดจนออกแรงผลักดันในหลายต่อหลายเรื่อง

 อย่างไรก็ตาม เรายังมีปัญหาที่มีตัวเลขชัดเจน “สัตว์ทะเลหายาก” ปีนี้ตายถึง 355 ตัว (วาฬ โลมา เต่าทะเล) มากขึ้นกว่าปีก่อน 10% สาเหตุการตายก็ยังคงเป็นผลจากการประมง จากสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลง (อาหารน้อยลง อ่อนแอเป็นโรคง่ายขึ้น) รวมถึงการสัญจรทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การขนส่งแบบอื่นๆ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเรายังไม่มีมาตรการใดรับมือควบคุมไม่ให้เฉี่ยวชนสัตว์เหล่านั้น (เต่า วาฬ โลมา ต้องขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำ)

 ในขณะเดียวกันแนวปะการังยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการท่องเที่ยว การประมง และการพัฒนาชายฝั่ง เช่น เราตรวจจับปะการังได้ถึง 1,200 กิโลกรัม ที่นักท่องเที่ยวเก็บมาใน 3 เดือน (เฉพาะที่สนามบินกระบี่) การกัดเซาะชายฝั่งเป็นปัญหาใหญ่ที่คนในวงการพยายามพูดอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนยังไม่เป็นผล การจัดการปัญหายังคงรูปแบบเดิม เกิดปัญหา...สร้างเขื่อน...เกิดปัญหา วนเวียนไปมาไม่รู้จบ

 อุปสรรคสำคัญคือกรรมการทะเลแห่งชาติฯ อนุกรรมการ กรรมการจังหวัด เพิ่งมีการประชุม ยังไม่สัมพันธ์กัน และงานยังไม่ออกมาเห็นชัด เมื่อเทียบกับปัญหาต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น เราจึงต้องขยับขับเคลื่อนอย่างว่องไว โดยอาศัยกลไกที่มีอยู่แล้ว เร่งรีบประชุมอนุกรรมการ ตั้งกรอบและเป้าหมายเร่งด่วนในเรื่องสัตว์ทะเลหายาก แนวปะการัง การกัดเซาะชายฝั่ง และภัยคุกคาม (แมงกะพรุน) และจัดทำโรดแมปชัดเจน ตั้งโมเดลพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเล ที่มีการประกาศการคุ้มครองก่อนหน้านี้ เช่น เกาะไข่ ให้มีการจัดการจนประสบความสำเร็จ ดังเช่น “พีพีโมเดล”

 ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เราจัดเก็บเงินรายได้เพิ่มเป็นจำนวนมหาศาล เราสร้างพีพีโมเดลจนประสบความสำเร็จ เราปิดเกาะตาชัยเพื่อเป็นเกาะสงวนรักษาอย่างแท้จริง เรามีการปรับเปลี่ยนหัวหน้าอุทยานฯ ในหลายพื้นที่เพื่อเร่งรัดดำเนินการ เรามีการปฏิบัติการอย่างฉับไว เช่น กรณีปะการังฟอกขาว กรณีหินขาว (อุทยานเภตรา) ฯลฯ  เราเริ่มรับนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลเข้าไปในกรมอุทยานฯ เราสร้างทุ่นเขตอนุรักษ์ ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นพื้นที่หลายกิโลเมตร

 อย่างไรก็ตาม เรายังไม่สามารถปรับโครงสร้างให้เกิด “สำนักอุทยานแห่งชาติทางทะเล” เงินรายได้ที่มีมายังไม่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างแท้จริง ทั้งพาหนะ (เรือ) อุปกรณ์ กำลังพลเจ้าหน้าที่ ฯลฯ ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม ขยะและน้ำเสียยังเป็นปัญหาที่ยาวนานและแก้ไขไม่สำเร็จสักที เรายังติดกับวิธีการเดิมๆ ที่ชาวโลกเลิกใช้แล้ว เช่น ค่า CC ที่แทบเป็นไปไม่ได้ในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ยังไม่ก้าวข้ามไปสู่ระบบที่เป็นมาตรฐานสากล

 ทางแก้คือใช้ “คณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานทางทะเล” ให้มีประโยชน์มากกว่านี้ ประชุมให้บ่อยขึ้น พิจารณาเรื่องต่างๆ ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการประเมินโครงการต่างๆ ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และประเมินประสิทธิภาพของอุทยานทางทะเล (คณะกรรมการมีอยู่แล้วครับ)

 สรุปสุดท้าย โรดแมปคือสิ่งที่เราต้องการ จะปรับอะไร เปลี่ยนเมื่อไหร่ เกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่ คือสิ่งที่สังคมต้องการคำตอบ มิฉะนั้น จะเป็นการต่อสู้ในวังวน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆ สลับหน้ากันเข้ามาแก้ไข
ปัญหาที่ไม่มีสิ้นสุด และเราก็คงวนในอ่างไปอีกหนึ่งปี หากไม่มีความกล้าที่จะลุกขึ้นมาและหาทางออกจากวังวนวันนี้ให้ได้ครับ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก