
มะเร็งตับ เพชฌฆาตเงียบกับนวัตกรรมยื้อชีพผู้ป่วย
หากว่ากันในแนวดิ่งเจาะจงเฉพาะประเทศไทย องค์การอนามัยโลกคำนวนอัตราการเสียชีวิตว่า 55 รายต่อวัน แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้า จะทะยานสูงขึ้นเป็น 70 รายต่อวัน แต่ตอนนี้เรามีนวัตกรรมใหม่ที่สามารถยืดอายุผู้ป่วยออกไปได้
หากว่ากันในแนวดิ่งเจาะจงเฉพาะประเทศไทย องค์การอนามัยโลกคำนวนอัตราการเสียชีวิตว่า 55 รายต่อวัน แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้า จะทะยานสูงขึ้นเป็น 70 รายต่อวัน แต่ตอนนี้เรามีนวัตกรรมใหม่ที่สามารถยืดอายุผู้ป่วยออกไปได้
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุถึงเพชฌฆาตเงียบที่หยั่งรากฝังลึกในร่ายกายของคนไทยอย่างไม่รู้ตัว โดยทุกๆ 24 ชั่วโมงต้องมีผู้สังเวยชีวิตให้กับ “มะเร็งตับ” สูงถึง 55 ราย หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน
แนวโน้มที่คนไทยถูกคุกคามจากมะเร็งตับทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดเผยข้อเท็จจริงอันน่าสะพรึงกลัวว่า ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา มะเร็งตับครองแชมป์สาเหตุการเสียชีวิตมาโดยตลอด และประเทศไทยยังติดอันดับ 8 ของโลกสำหรับการเสียชีวิตในเพศชาย และอันดับ 5 ในเพศหญิง
“จากผลสำรวจทั่วโลก มีผู้ป่วยมะเร็งตับรายใหม่เกิดขึ้นปีละ 3.5 แสนราย โดยสองในสามอยู่ในทวีปเอเชีย โดยประเทศไทยมีอัตราการเป็นมะเร็งตับอันดับที่ 4 ในภูมิภาคนี้”นพ.ธีรวุฒิกล่าว
หากว่ากันในแนวดิ่งเจาะจงเฉพาะประเทศไทย องค์การอนามัยโลกคำนวนอัตราการเสียชีวิตว่า 55 รายต่อวัน แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้า จะทะยานสูงขึ้นเป็น 70 รายต่อวัน หรือประมาณ 3 ชั่วโมงต่อคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่หลายฝ่ายกำลังหวาดหวั่น
สำหรับโรคมะเร็งตับแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ประเภทเซลล์ตับ และท่อน้ำดีในตับ ที่เกิดเฉพาะในประเทศไทย โดยประเภทเซลล์ตับนั้น กว่า 80% เกิดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา และผู้ที่ป่วยส่วนใหญ่ประมาณ 80% จะรู้ตัวและเข้ารับการรักษาในขณะที่เชื้อลุกลามแล้ว ซึ่งอัตราการเสียชีวิตของโรคมะเร็งตับมีสูงถึง 80% เช่นกัน
นพ.ธีรวุฒิ อธิบายว่า การเกิดมะเร็งจะควบคู่กับภาวะตับแข็ง และการติดเชื้อไวรัสบีและซี ซึ่งเบื้องต้นจะไม่แสดงอาการใดๆ แต่จะมีสัญญาณเตือนในขณะที่เชื้อลุกลามแล้ว คือ เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องด้านขวาร้าวไปถึงไหล่ขวา อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
“คนส่วนใหญ่จะเข้ารับการรักษาในขณะที่เชื้อลุกลามและมีอัตราการตายถึง 80% แต่ตอนนี้เรามีนวัตกรรมใหม่ที่สามารถยืดอายุผู้ป่วยออกไปได้ แต่กับบางรายก็ใช้ไม่ได้ผล ที่สำคัญมีข้อจำกัดคือราคาสูง คือยาชนิดนี้จะต้องรับประทานเดือนละ 2 กล่อง ราคากล่องละ 1 แสนบาท” ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติกล่าว
อย่างไรก็ตาม มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้จัดทำโครงการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งตับตามแนวทางการรักษาด้วยนวัตกรรมใหม่ โดยผู้ป่วยจะต้องใช้ยาชนิดออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงต่อเป้าหมายต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 6 แสนบาท จากนั้นหากแพทย์ประเมินแล้วว่าคนไข้ตอบสนองต่อยา มูลนิธิก็จะสนับสนุนยาให้ต่อเนื่องโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
“โครงการนี้จะเป็นต้นแบบเพื่อสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง อย่างไรก็ตามผู้ที่จะเข้ารับการบริการของมูลนิธิต้องเป็นคนไทย มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และผู้ป่วยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 6 แสนบาท”นพ.ธีรวุฒิระบุถึงเงื่อนไข
นพ.นรินทร์ วรวุฒิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผู้ที่เป็นมะเร็งตับในขั้นลุกลามจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 – 6 เดือน และการรักษาด้วยเคมีบำในมะเร็งตับจะไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นทางองค์การอนามัยโลกจึงได้วิจัยศึกษาเพื่อถอดรหัสดีเอ็นเอมนุษย์ และดีเอ็นเอของโรคมะเร็ง จนพัฒนานวัตกรรมใหม่นี้ขึ้นมาแก้ปัญหาอย่างตรงจุด
“ยานี้จะเข้าไปยับยั้งเชื้อทั้งทางเส้นเลือดและยีนต์ที่ก่อมะเร็ง เพื่อชะลอการลุกลาม โดยมีการเก็บข้อมูลจากผู้ใช้ยาทั่วโลก พบว่าสามารถรอดชีวิตจากช่วง 3 – 6 เดือน ได้ถึง 44 - 47% จะช่วยยืดอายุได้เฉลี่ย 2-3 เดือน แต่บางรายก็มากกว่านั้น”นพ.นรินทร์ กล่าว
เขา บอกว่า ยาชนิดนี้ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของทุกประเทศที่ใช้ทั่วโลก โดยเริ่มใช้ครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาปี 2007 ส่วนผลข้างเคียงมีเพียงเล็กน้อย เช่น มือลอก อ่อนเพลีย สิวขึ้น
“สิ่งนี้เป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ จึงมีข้อจำกัดในเรื่องของราคา แต่หลังจากนี้คาดว่าคงมีการพัฒนาคุณภาพขึ้น ทำให้ราคาถูกลง ที่สำคัญคิดว่าในอนาคตมูลนิธิมะเร็งฯ อาจสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ผู้ป่วยได้เต็มที่”นพ.นรินทร์คาดการณ์







