
Goodbye 2016
อีกไม่กี่วันเราก็กำลังจะผ่านปี 2016 ไปสู่ปี 2017 หลายคนเฝ้ารอคอยเพื่อหวังให้เกิดสิ่งดีๆ ในปีหน้า ในเมื่อชีวิตเราต้องเดินไปข้างหน้า จะมามัวคิดย้อนหลังไปทำไม เรื่องที่แล้วไปแล้วก็ให้มันแล้วๆ ไป ไปคิดถึงเรื่องดีๆ เรื่องที่คิดว่าจะดีในปีหน้าดีกว่า เพราะถ้าให้เรามองย้อนถอยหลังกลับไปตลอดปีที่ผ่านมา ฉันเชื่อว่าเกินครึ่งของประเทศเจอเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี
อีกไม่กี่วันเราก็กำลังจะผ่านปี 2016 ไปสู่ปี 2017 หลายคนเฝ้ารอคอยเพื่อหวังให้เกิดสิ่งดีๆ ในปีหน้า ในเมื่อชีวิตเราต้องเดินไปข้างหน้า จะมามัวคิดย้อนหลังไปทำไม เรื่องที่แล้วไปแล้วก็ให้มันแล้วๆ ไป ไปคิดถึงเรื่องดีๆ เรื่องที่คิดว่าจะดีในปีหน้าดีกว่า เพราะถ้าให้เรามองย้อนถอยหลังกลับไปตลอดปีที่ผ่านมา ฉันเชื่อว่าเกินครึ่งของประเทศเจอเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี
ความทุกข์แรกที่ผุดขึ้นมาก็คงเป็นความทุกข์เดียวกัน ความทุกข์ของคนไทยที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะเป็นปีที่คนไทยเสียน้ำตามากที่สุด อาจมิใช่แค่คนไทย แต่เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก
คงไม่ต้องขยายความให้เศร้าใจกันอีกรอบ เพราะมวลสารแห่งความเศร้าโศกยังคงเป็นตะกอนอยู่ในหัวใจเราทุกคน เขย่าเมื่อไรก็พร้อมจะทลายกำแพงปล่อยน้ำทะลักออกมาจากดวงตาได้เสมอ และคิดว่ายังคงเป็นเช่นนั้นตามไปจนถึงปีหน้า เราเดินไปข้างหน้าด้วย แต่เราก็ยังคงเก็บรักษาความทรงจำอันยิ่งใหญ่นี้เดินไปกับเราด้วยเช่นกัน
พูดง่ายๆ ว่า “ก็ไม่ได้อ่อนแอ ไม่ได้ท้อแท้ ยังคงยืนหยัด เดินต่อ สู้ไหว แต่ขออาลัยไปด้วย ทำไปด้วย ไม่ได้หรือไง” ฉันกำลังชวนทุกคนย้อนกาลเวลาถอยหลังกลับไปมองชีวิตตั้งแต่ต้นปี ไม่ได้ให้ย้อนกลับไปทุกข์ แต่ให้ย้อนกลับไปมองว่า เรา ณ ปัจจุบัน เราที่เป็นคนปัจจุบันที่ยังยืนอยู่ เพื่อก้าวเดินไปหาปีใหม่ เราคนนี้กับคนเมื่อปลายปี 2015 มีอะไรแตกต่างไปบ้าง?
ไม่เอาเรื่องราว ไม่มองความทุกข์ ไม่ต้องไปนึกถึงสถานการณ์กระชากใจ ไม่ต้องไปคิดถึงฉากชีวิตบัดซบ แต่คิดแค่ว่าความคิด ณ ปัจจุบันนี้ของเรา มีอะไรที่ต่างจากเดิม? ไม่เอาด้านลบ เอาด้านบวก ปัญหาทุกอย่างที่เราเผชิญ เชื่อหรือไม่ว่าล้วนมาทำให้เราเปลี่ยน! ไม่เปลี่ยนวิถีชีวิต ก็เปลี่ยนพฤติกรรม ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมก็เปลี่ยนความคิด แม้แต่เรื่องราวบัดซบที่เจอ หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ไม่อยากเจอ แต่ต้องเผชิญ ล้วนทำให้เราเปลี่ยน! ลองมองหาข้อดีจากชีวิตที่ผ่านมา แต่ละจุด แต่ละสถานการณ์ แต่ละตอน ให้อะไร สอนอะไรกับเราบ้าง? ดัด ปรับ แต่ง ต่อเติมอะไรเข้ามาในชีวิตเราบ้าง?
ลองเล่น “เกมดีใจ” เกมดีใจเป็นเกมที่ฉันใช้เล่นกับทุกจังหวะของชีวิต ต้องขอบคุณหนังสือ “ลินลาน่ารัก” ของ ว.วินิจฉัยกุล ที่ทำให้ฉันรู้จักลินลา ในจังหวะที่ฉันกำลังเผชิญกับปัญหา และผ่านมันมาได้ด้วย “เกมดีใจ” “เกมดีใจ” เล่นง่ายๆ ก็แค่คิดเรื่องดีใจให้ได้สักเรื่อง กับปัญหา ความทุกข์ หรืออุปสรรคที่เราเผชิญมา เติมคำว่า “อย่างน้อย” เข้าไปตรงต้นประโยค เช่น “อย่างน้อย…ฉันก็ได้รู้จักคนคนหนึ่งดียิ่งขึ้น” “อย่างน้อย...ฉันก็ผ่านมันมาได้และยังหายใจอยู่” แล้วเติมคำว่า “ฉันดีใจ...” ในประโยคต่อมา เช่น “ฉันดีใจ...ที่ฉันยังมีเพื่อนแท้ แม้แค่คนเดียว” “ฉันดีใจ...ที่ฉันยังมีสติ ไม่ทำอะไรโง่ๆ ลงไป” “ฉันดีใจ...ที่ความผิดพลาดได้สร้างบทเรียนสำคัญแก่ฉัน และฉันจะไม่มีวันทำอย่างนั้นอีก ถ้าฉันไม่เจอ ฉันก็คงคิดไม่ได้” “ฉันดีใจ...ที่สุดท้ายฉันก็ยังเหลือตัวเอง ฉันจะเริ่มต้นด้วยการสร้างศรัทธาในตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง” “ฉันดีใจ...ที่แม้ปัญหายังไม่ได้ถูกแก้ไข แต่ฉันก็ไม่ได้ยืนอยู่ลำพัง” “ฉันดีใจ...ที่ฉันยังมีลูกเป็นพลังและกำลังใจ”
มันต้องมีสักเรื่องล่ะที่เป็นเรื่องที่ควรดีใจให้กับเหตุการณ์นั้น หาให้เจอให้ได้! คิดให้ออก! ยังไงก็มี! แม้แต่การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทยเรา ฉันคิดเรื่องดีใจได้หลายเรื่องคือ “ฉันดีใจที่ในช่วงชีวิตหนึ่ง...ได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของพระบารมี” “ฉันดีใจ...และตื้นตันใจที่เด็กรุ่นหลังได้เห็น ได้รู้ถึงเหตุผลว่าทำไม พ่อแม่ปู่ย่าตายายถึงได้รักพระองค์จนหมดหัวใจ และร้องไห้แทบขาดใจ” “ฉันดีใจ...ที่ได้เห็นคนหลายกลุ่ม หลายฝ่าย หันกลับมาทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อผู้อื่น หลายคนกลับมาเดินตามรอยพ่ออย่างจริงจัง”
การสูญเสียมิใช่ให้แค่น้ำตาแห่งความอาลัยอย่างเดียว แต่มันคือการเสียน้ำตาที่เรียกพลังในตัวเองออกมา ลองมองดูดีๆ หลังม่านน้ำตาเหล่านั้น มิใช่ความหดหู่ ความท้อแท้ ความสิ้นหวัง แต่ฉันกลับเห็นแววตาแห่งความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในดวงตาคู่นั้นมาก่อน “ความทุกข์” คือพลังงานอย่างหนึ่ง อยู่ที่ว่าเราจะเอามันมาทำอะไร? จะเอามาดับไฟ หรือจะเอามาเติมเชื้อไฟ อยู่ที่คุณเลือก!
ก่อนก้าวไปข้างหน้า ไปหาปี 2017 ลองหันหลังกลับไปสัก 2 นาที แล้วจงทำ 3 อย่างนี้ให้เสร็จ (จะทำอะไรก่อนหลัง ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอารมณ์แล้วกัน) คือ 1.พูดคำว่า “อย่างน้อย...” เติมประโยคให้สมบูรณ์ 2.พูดต่อว่า “ฉันดีใจ...” เติมประโยคให้สมบูรณ์ 3.ร้องไห้ (อันนี้จะทำหรือไม่ทำก็เอาที่สบายใจ) เสร็จแล้วก็หันกลับมา...สิ่งเดียวที่ควรเอาติดตัวไปด้วยคือ “พลังศรัทธาในตัวเอง”
จงสร้างความเชื่อ เชื่อในตัวเอง เชื่อว่าตัวเองจะต้องผ่านทุกอย่างไปได้ ตอนนี้มีสองทางให้เลือกคือ “หากยังเชื่อในตัวเอง ก็จงเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเองเลือก” และสอง คือ “หากศรัทธาถูกทำลายไปแล้ว ก็จงก้าวขาไปหาศรัทธา อะไรที่จะเรียกศรัทธาให้กลับมาใหม่ได้อีกครั้ง จงไปทำ!”
ขอบคุณทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตและทำให้ฉันได้ถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นให้ผู้อื่น ฉันก็กำลังเดินไปยังเส้นทางที่ตัวเองเลือกเช่นกัน หวังว่าคงเดินสวนกันบ้างระหว่างทาง!
ลาก่อน...ปี 2016
เข้าไปพูดคุยหรืออ่านมุมมองความคิดของ ว.แหวน ได้ที่ www.facebook.com/Worwaenfanpage







