
‘ช้างศึก’ เหนือกว่าบุกย่างกุ้ง หวังต้อนพลังหนุ่มเมียนมา
ทัพช้างศึก จัดเต็มขุมกำลังรบหวังบดขยี้แข้งพลังหนุ่มของเมียนมา เพื่อกุมความได้เปรียบในนัดแรกรอบตัดเชือก ซูซูกิ คัพ
โดย...ชมณัฐ
ทัพช้างศึก จัดเต็มขุมกำลังรบหวังบดขยี้แข้งพลังหนุ่มของเมียนมา เพื่อกุมความได้เปรียบในนัดแรกรอบตัดเชือก ซูซูกิ คัพ วันที่ 4 ธ.ค.นี้
เมียนมา - ไทย ธุวันนา สเตเดี้ยม เวลา : 18.30 น.
ทัพนักเตะทีมชาติไทยชนะมา 3 นัดรวด คว้าแชมป์กลุ่มเอ พร้อมรั้งอันดับ 129 ของโลกตามฟีฟ่าแรงค์กิ้ง ชื่อชั้นและดีกรีเหนือกว่าเมียนมา รองแชมป์กลุ่มบี ที่รั้งอันดับ 166 ของโลกหลายขุม เจอกันมา 6 ครั้งในรายการนี้ไม่เคยแพ้ ชนะ 3 เสมอ 3
ทว่า เกมนี้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ไม่ประมาทเตรียมจัดเต็มแท็กติกทุกอย่างที่มี เนื่องจากเจ้าถิ่นอาศัยความสดของผู้เล่นวัยรุ่นที่มีลูกฮึดจากเสียงเชียร์ เพื่อคว้าชัยกุมความได้เปรียบก่อนกลับมาตัดสินในนัดสองที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 8 ธ.ค.
“เมียนมาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง มีการพัฒนาในระดับเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง เขาเป็นทีมวัยรุ่น มีจุดเด่นคือพละกำลังและความเร็ว อีกทั้งยังได้เล่นต่อหน้าแฟนบอล เขาจะเล่นเกมหนักใส่เราแน่นอน ดังนั้นเราต้องมีสมาธิ ใช้แท็กติกทั้งหมดที่มีในเกมนี้ เชื่อว่าถ้าเราสามารถป้องกันเกมโต้กลับของเขาหรือหยุดเกมบุกได้ ก็มีโอกาสเก็บชัยชนะกลับออกไป เรายังมั่นใจว่าจะสามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายคือการคว้าชัยชนะ” กุนซือวัย 43 ปี กล่าว
ด้านขุมกำลังทัพ “ช้างศึก” ได้รับข่าวดีเมื่อ “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง หายจากอาการไข้หวัดแล้ว หลังป่วยมาตั้งแต่เกมนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ซึ่งแข้งวัย 23 ปี เชื่อว่าเกมนี้ไม่ใช่งานง่าย
“ตอนนี้ผมหายจากไข้หวัดแล้ว และยืนยันว่าพร้อมเต็มที่เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมทุกคน แม้จะไม่ใช่เกมที่ง่ายแต่เราจะรวมใจกันเล่น ซึ่งเมียนมามีความน่ากลัวอยู่แล้ว เป็นทีมวัยรุ่นผสมผสานกับผู้เล่นที่มีประสบการณ์ ผมว่าเขาเป็นทีมที่ดี แล้วยังได้เล่นในบ้านที่มีแฟนบอลเยอะด้วย ที่สำคัญเขาวิ่งสู้ฟัดทุกคนเลย ก็คงไม่ใช่งานง่ายสำหรับเราแน่นอน” ชนาธิป เผย
เกมนี้ “เมสซีเจ” จึงมีโอกาสสูงที่จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในระบบ 3-5-2 บัญชาเกมแดนกลางร่วมกับ ปกเกล้า อนันต์ และ สารัช อยู่เย็น โดยมี “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน กับ ทริสตอง โด ลากเลื้อยริมเส้นซ้าย-ขวาตามลำดับ ส่วนหลังบ้านวาง กรวิทย์ นามวิเศษ, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, อดิศร พรหมรักษ์ เป็นภูผาหิน มี กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เฝ้าเสา และแดนหน้า สิโรจน์ ฉัตรทอง จับคู่ล่าตาข่ายกับ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกกัปตันทีมที่กระหน่ำไปแล้ว 3 ประตู
ส่วน ชาริล ชัปปุยส์ มิดฟิลด์ลูกครึ่งสวิส ที่เคยดวลกับเมียนมา ณ สนามแห่งนี้ในรอบแบ่งกลุ่ม ศึกซีเกมส์ 2013 ก่อนเสมอ 1-1 ชี้ว่าคู่แข่งเล่นในบ้านได้แข็งแกร่ง
“ผมเคยเล่นกับเมียนมาตอนซีเกมส์ พวกเขาเล่นในบ้านได้ดี มีแฟนบอลหนุนหลังจำนวนมาก เป็นทีมที่มีสปิริตนักสู้ และจะทุ่มเท 120% ตอนเจอกับเราแน่นอน เราต้องพยายามเอาชนะให้ได้ในเกมเยือน แต่ถ้าหากเสมอกลับมา ผมคิดว่าก็โอเค เพราะเกมนัดที่สองเราจะได้เล่นในบ้าน ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบ” แข้งวัย 24 ปี เผย
ขณะที่เจ้าบ้านผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกด้วยผลงาน ชนะ 2 แพ้ 1 ซึ่ง แกร์ด ซีเซ เฮดโค้ช ยอมรับว่าไทยยังเหนือกว่า
“ไทยคือทีมระดับท็อปของอาเซียน ผมได้เห็นพวกเขาเล่นอย่างเหนือชั้นกว่าทีมอื่นๆ ในรอบแบ่งกลุ่ม สำหรับเราจึงเป็นเกมที่ยากมาก แต่เราก็มีความคาดหวังที่ค่อนข้างสูง บรรยากาศในการซ้อมเราดีมาก ผมรับรองได้ว่าเราจะทำให้ดีที่สุด เราจะใช้จุดแข็งของเราซึ่งคือพละกำลังและการเล่นหนักหน่วงเข้าสู้ และที่สำคัญเกมนี้จะเป็นฟุตบอลที่ดี เราอยากเล่นให้สนุกเพื่อให้เด็กๆ ในประเทศของเราได้เข้ามาเห็น เรื่องผลแพ้ชนะเป็นเรื่องของกีฬา” กุนซือชาวเยอรมัน กล่าว
เมียนมาชุดนี้มีทีเด็ดที่ลูกฟรีคิกและลูกตั้งเตะ โดยมี อ่อง ธู แนวรุกดาวรุ่งดีกรีนักเตะยอดเยี่ยมของลีกบ้านเกิด 3 สมัยติดต่อกัน และยิงไปแล้ว 2 ประตูในรอบแบ่งกลุ่มเป็นกำลังสำคัญ ร่วมกับ กอง แซต ไน ที่เล่นกับทีมสมุทรสาคร เอฟซี ในศึกดิวิชั่น 2 ไทย และ คยอ ยาน ออง กับ ซอ มินตุน
สำหรับสถิติการพบกันของทั้งสองทีมตามบันทึกอย่างเป็นทางการของฟีฟ่า ปะทะกันมาทั้งสิ้น 45 นัด โดย “ช้างศึก” เป็นฝ่ายชนะ 17 ครั้ง เสมอ 14 ครั้ง และแพ้ 14 ครั้ง ยิงได้ 80 ประตู และเสีย 60 ประตู
ความน่าจะเป็น : ทัพช้างศึกเหนือกว่าทุกด้าน แต่เมียนมาเองก็แข็งแกร่งและวิ่งไล่บอลถึงลูกถึงคนทุกจังหวะ ดังนั้นอาจทำได้แค่เฉือนชนะเพื่อตุนความได้เปรียบมาชี้ชะตาที่บ้านในนัดสอง







