posttoday
เพื่อวันพรุ่งนี้

เพื่อวันพรุ่งนี้

13 พฤศจิกายน 2559

11 มี.ค. 2014 @ 14:46 เปลือกโลกแผ่นอเมริกาเหนือและแผ่นแปซิฟิกเกิดเคลื่อนครั้งใหญ่

โดย...โสภณ ศุภมั่งมี

11 มี.ค. 2014 @ 14:46 เปลือกโลกแผ่นอเมริกาเหนือและแผ่นแปซิฟิกเกิดเคลื่อนครั้งใหญ่ ทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9 ริกเตอร์ ห่างจากชายฝั่งซันริกุ 200 กิโลเมตร ความลึกที่ 24 กิโลเมตร พลังงานมหาศาลขนาดนี้เทียบเท่ากับระเบิดปรมาณูที่ถล่มฮิโระชิมะถึง 3.2 หมื่นลูก

14:49 มีประกาศเตือนภัยสึนามิขนาดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดอิวาเตะ มิยางิ ฟุกุชิมะ อาโอโมริ อิบารากิ และชิบะ (ภูมิภาคตะวันออกของประเทศ) จากระดับ 3-6 เมตร ก่อนจะปรับเป็น 6-10 เมตร จนสุดท้ายปรับเป็นสูงกว่า 10 เมตรในทุกพื้นที่ จากข้อมูลที่รวบรวมมาทั้งหมดมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้เกือบ 2 หมื่นชีวิต สิ่งปลูกสร้างเสียหายทั้งหมดเกือบล้านหลัง มีผู้อพยพทั้งเด็กทารกไปจนถึงคนชราทันทีกว่า 3.8 แสนคน หลังจากนั้นอีก 3 วันโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ จังหวัดฟุกุชิมะ เกิดระเบิดขึ้นอีก ผู้คนในพื้นที่ก็ต้องอพยพหนีกัมมันตภาพรังสีที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าอีกด้วย

เคน โมริ ซึ่งมีอาชีพเป็นนักข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อไปพบเจอผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่คาดไม่ถึงครั้งนี้มากมาย บ้างสูญเสียบ้านเรือนและธุรกิจที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น บ้างสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดที่ตัวเองมีไปกับสายน้ำ บ้านเรือนร้านค้าเสียหายกันจนแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิม ไม่ว่าโครงสร้างจะเสริมเหล็กกี่ชั้น กำแพงกั้นน้ำจะสูงเป็น 10 เมตร ก็ไม่อาจจะยับยั้งพลังอันมหาศาลของธรรมชาติครั้งนี้ แต่คนเหล่านั้นยังถือว่าโชคดี เพราะของนอกกายแบบนี้ไม่นานก็สามารถฟื้นฟูมันกลับคืนมาได้อีกครั้ง บางคนนอกจากบ้านไม่เหลือแล้ว “คนอื่น” ในบ้านก็ไม่เหลือด้วยเหมือนกัน ครอบครัวที่เขารักได้สูญหายไปกับเกลียวคลื่นยักษ์ครั้งนั้นด้วยเหมือนกัน

แต่ละบทก็มีเรียงความที่ เคน โมริ ไปขอให้เด็กๆ ตามศูนย์อพยพต่างๆ ช่วยเขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามความเข้าใจของตัวเอง โดยผ่านผู้ปกครองของเด็กๆ เหล่านั้น (ซึ่งบางครั้งแม้จะไม่ใช่พ่อแม่ทางสายเลือด) ผู้ใหญ่บางคนก็ปฏิเสธเพราะยังไม่อยากให้เด็กๆ ต้องรำลึกถึงเหตุการณ์อันน่ากลัวแบบนั้นอีก แต่ก็มีบางส่วนที่เข้าใจในเจตนารมณ์และยอมร่วมมือเพราะคิดว่ามันน่าจะเป็นหนทางให้เด็กได้สื่อสารความคิดและสิ่งที่ตัวเองเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นการรวบรวมเรื่องราวอันโศกเศร้าเพื่อให้เราสงสาร ไม่ได้ต้องการให้คนที่อ่านนั้นรู้สึกหดหู่ไปกับเหตุการณ์เหล่านั้น แต่มันจะทำให้เรารู้ว่าในความโหดร้ายของสิ่งที่เกิดขึ้นยังมีสิ่งที่ดีงามซ่อนตัวอยู่ลึกๆ ยังมีความหวังที่ปลายอุโมงค์ที่มืดมิด ยังมีเหตุผลเล็กๆ ที่ทำให้คนที่จิตใจยังมีบาดแผลลุกขึ้นสู้ต่อไปในวันรุ่งขึ้น

มีผู้ประสบภัยคนหนึ่งพูดเอาไว้ว่า

“แต่ไม่ว่าจะลองคิดแง่ไหน ฉันก็หนีจากสถานการณ์นี้ไปไม่ได้หรอกนะคะ เพราะมันคือความจริง ถ้าอย่างนั้นก็ทำได้แค่ก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งเท่านั้น”

เรื่องราวเหล่านี้ทำให้คำนึงเสมอว่าควรจะใช้เวลากับคนที่มีค่ากับเรานั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อไหร่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นหน้าคนเหล่านั้น และมันจะเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ