posttoday
เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทย ไม่ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา

เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทย ไม่ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา

12 พฤศจิกายน 2559

จากกรณี “น็อต” หรือ อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล นักแสดงและพิธีกรชื่อดังเจ้าของรถมินิคูเปอร์ สีเหลือง

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

จากกรณี “น็อต” หรือ อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล นักแสดงและพิธีกรชื่อดังเจ้าของรถมินิคูเปอร์ สีเหลือง ถูกรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชน ทำให้เกิดโทสะลงจากรถมาฉุดกระชากคอเสื้อ พร้อมกับชกเข้าที่จมูกของคู่กรณี และสั่งให้กราบรถ กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์ ถึงพฤติกรรมอารมณ์ฉุนเฉียวชั่ววูบ ที่นำมาสู่การใช้กำลังทำร้ายร่างกายบนท้องถนนมีให้เห็นผ่านคลิปวิดีโออยู่บ่อยครั้ง

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อธิบายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องแยกเป็นสองกรณี กรณีแรกคือคดีขับรถเฉี่ยวชน ถ้าผู้เสียหายเห็นว่าคนที่ขับชนพยายามหลบหนี ผู้เสียหายต้องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อลงบันทึกประจำวัน หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียก เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีไปตามกฎหมาย

อีกประเด็นคือ กรณีที่ผู้เสียหายชกต่อยหรือทำร้ายร่างกายคนขับรถมอเตอร์ไซค์ ไม่เกี่ยวข้องกับการเฉี่ยวชน คนที่ถูกทำร้ายสามารถแจ้งความดำเนินคดีอาญาในข้อหาทำร้ายร่างกายได้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเข้าข่ายทำร้ายร่างกายชัดเจน

เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทย ไม่ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา

 

“อยากฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนน ให้มีสติทุกชั่วขณะ ส่วนคนที่เกิดอารมณ์โมโหขอให้ใจเย็นๆ เพราะหากมีการทำร้ายร่างกายผู้อื่นมีแต่เสียกับเสียทั้งสองฝ่าย” พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ความผิดฐานทำร้ายร่างกายอันเป็นอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท ถ้าหากผู้ถูกกระทำมีอาการสาหัสจะต้องแจ้งข้อหาตามมาตรา 297 ซึ่งระบุว่าผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน-10 ปี

สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กล่าวว่า คดีของผู้ถูกชกใบหน้านั้น หากมีการกล่าวหาว่ากระทำความผิดก่อน ต้องว่าไปตามกฎหมายเรื่องความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ซึ่งต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป เช่น นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้งสองฝ่ายส่งตรวจร่องรอยการเฉี่ยวชนของกองพิสูจน์หลักฐานตามหลักวิธีการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่คดีของผู้ชกหรือใช้ความรุนแรงอาจต้องถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดหลายฐาน เช่น ทำร้ายร่างกายผู้อื่นอันเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส (ดั้งจมูกหัก) ข่มขืนใจผู้อื่นและกักขังหน่วงเหนี่ยว ดูหมิ่นซึ่งหน้า และหมิ่นประมาท

เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทย ไม่ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา

 

เครือข่ายอนาคตไทย ร่วมกับภาครัฐและเอกชนกว่า 108 แห่ง ขับเคลื่อนโครงการรณรงค์ระดับประเทศ Thailand Campaign โดยใช้ชื่อว่า “อย่าให้ใครว่าไทย” ซึ่งเป็นโครงการที่มีจุดมุ่งหมายกระตุ้นให้คนไทยปรับทัศนคติเลิกพฤติกรรมเชิงลบ อาทิ โกง ฟุ้งเฟ้อ มักง่าย และขาดสติ ผ่านรูปแบบการทำโฆษณาโทรทัศน์ ที่มียอดผู้เข้าชมแล้วกว่า 28 ล้านครั้ง เช่น เมื่อคนไทยอยู่หลังพวงมาลัยรถยนต์ จากพฤติกรรมจิตใจดีมีเมตตาจะกลายเป็นคนใจร้อน อารมณ์ฉุนเฉียวง่ายในทันที หรือที่เรียกว่า “ไทยผีเข้า” ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่รถยนต์ในที่สุด

แม้สถิติการเกิดอุบัติเหตุคิดเป็น 70% เกิดจากรถจักรยานยนต์ขับขี่ด้วยความประมาท ดังนั้นการรณรงค์จึงมุ่งหวังให้ผู้ขับขี่รถทุกประเภทควรมีสติ ไม่ใช้อารมณ์แก้ปัญหา หรือระบายออกผ่านการใช้กำลังทำร้ายกัน

โดยขณะนี้เครือข่ายอนาคตไทยได้เดินสายรณรงค์ผ่านสถาบันการศึกษา เพื่อทำให้เยาวชน นักศึกษา รวมไปถึงคนวัยทำงานได้ตระหนักถึงผลเสียทั้งร่างกายและชื่อเสียง เพียงเพราะทำไปด้วยอารมณ์เดือดดาลชั่ววูบ ที่สำคัญเป็นการปลูกฝังให้สังคมไทยอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนเป็นสุขในอนาคต

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว