
เกมรุกดุดัน ส่ง ‘หงส์’ ลุ้นแชมป์เต็มตัว
ศึกพรีเมียร์ลีกผ่านไปเพียง 11 นัด แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าถึงเวลาแล้วที่ลิเวอร์พูลที่มีเกมรุกสุดดุดันจะประกาศท้าลุ้นแชมป์เต็มตัว เพื่อทวงคืนความสำเร็จที่ห่างหายไปนานถึง 26 ปี
ศึกพรีเมียร์ลีกผ่านไปเพียง 11 นัด แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าถึงเวลาแล้วที่ลิเวอร์พูลที่มีเกมรุกสุดดุดันจะประกาศท้าลุ้นแชมป์เต็มตัว เพื่อทวงคืนความสำเร็จที่ห่างหายไปนานถึง 26 ปี
ลิเวอร์พูลโชว์ฟอร์มระดับมาสเตอร์พีซ เปิดบ้านถล่มวัตฟอร์ด 6-1 ทำแต้มทะยานขึ้นรั้งจ่าฝูงของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างเต็มภาคภูมิ มี 26 คะแนน นำหน้าเชลซี (25) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (24) อาร์เซนอล (24) ทอตแนม ฮอตสเปอร์ (21) และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (18)
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “หงส์แดง” ติดลมบนก็คือเกมรุกที่ดุดัน โดยในเกมล่าสุด “ออปตา” (OPTA) เว็บไซต์สถิติชื่อดังเผยว่า ลิเวอร์พูลยิงเข้ากรอบถึง 17 ครั้ง มากกว่าทุกทีมในลีกตั้งแต่มีการบันทึกสถิติเมื่อฤดูกาล 2003-2004 จากโอกาสส่องประตูทั้งสิ้น 28 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 6 สกอร์
พร้อมส่งให้กลายเป็นทีมที่ยิงเยอะที่สุดในลีกที่ 30 ประตู จาก 11 เกม และทำไปแล้วรวม 102 ประตูจากทุกรายการ ซึ่งมากกว่าตลอดปี 2015 ที่ทำได้เพียง 72 ประตูเท่านั้น
สิ่งที่น่าสังเกตก็คือสกอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากศูนย์หน้า โดยในลีก ซาดิโอ มาเน ปีกเซเนกัล นำดาวยิงของทีม 6 ประตู ตามด้วย โรแบร์โต เฟอร์มิโน กับ ฟิลิปเป คูตินโญ สองมิดฟิลด์บราซิเลียน ที่ทำไปคนละ 5 ประตู และ เจมส์ มิลเนอร์ ปีกทีมชาติอังกฤษ 4 ประตู ขณะที่ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ศูนย์หน้าตัวความหวังยังไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดแม้แต่ลูกเดียว
ซึ่ง 3 ประสาน “มาเน-เฟอร์มิโน-คูตินโญ” นั้นร้อนแรงถึงขนาดที่แฟนบอลของทีมร้องเพลงก้องแอนฟิลด์ว่า “ตอนนี้แม้ หลุยส์ ซัวเรซ ยังอยู่กับทีมก็คงต้องเป็นตัวสำรอง”
อลัน เชียเรอร์ ตำนานหอกทีมชาติอังกฤษ เอ่ยปากชมแนวรุกของลิเวอร์พูล โดยเฉพาะ เฟอร์มิโน ที่ยิง 1 แอสซิสต์ 2 ว่าเป็นการบ่งบอกได้ดีที่สุดของการก้าวไปข้างหน้าของทีม
“แนวรุกสามคนดูมีอิสรภาพในการวิ่ง พวกเขาวิ่งไปไหนก็ได้ จะสลับไปยืนด้านซ้ายหรือด้านขวา แต่ เฟอร์มิโน อยู่ตรงกลาง และกลายเป็นฝันร้ายของกองหลังคู่แข่ง บทบาทที่เขาลงเล่นเหมือนเป็นกองหน้าตัวเป้าสมัยก่อน การทำหน้าที่ทุกๆ อย่างวิเศษมาก คอยเก็บบอล วิ่งได้เร็ว ตัดแนวรับและเชื่อมเกมได้อย่างเยี่ยมยอด เขาพาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมยิงประตูได้ตลอด ทุกอย่างที่ต้องการจากกองหน้าตัวเป้าเขาสามารถทำได้หมด” เชียเรอร์ กล่าวชม
เช่นเดียวกับ แดนนี เมอร์ฟีย์ อดีตมิดฟิลด์ของทีม ที่เชื่อว่า คูตินโญ จะเป็นปัญญาให้ “หงส์แดง” คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้อีกครั้งนับจากปี 1990
“ลิเวอร์พูลมีผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างเข้ามา ซึ่งจะเป็นการช่วยให้คว้าแชมป์อีกครั้งนับตั้งแต่ปี 1990 คูตินโญ เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เหมาะกับเกมใหญ่ และสามารถทำให้ทีมเป็นผู้ชนะได้ เขาสามารถยิงประตู และมีการผ่านบอลที่มหัศจรรย์ แต่อาจมีกรอบเล็กน้อยที่จะเดินเกมไปข้างหน้าเต็มตัว นั่นเพราะพวกเขายังมี สเตอร์ริดจ์ และ ดิว็อค
โอริกี อยู่ในซุ้มม้านั่งสำรองที่รอจะได้รับโอกาส” เมอร์ฟีย์ กล่าว
ด้าน คูตินโญ เผยว่า การที่เกมรุกของทีมดุดันขึ้นมาจากการที่โค้ชสั่งให้ทุกคนเคลื่อนที่ให้มาก และสร้างพื้นที่ว่างให้เพื่อนร่วมทีม
ปัจจัยเหล่านี้ส่งให้ลิเวอร์พูลมีลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัว ซึ่งถือเป็นการขึ้นรั้งจ่าฝูงครั้งแรกในรอบ 916 วัน นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2014 ก่อนที่จะเกิดกรณีลื่นล้มโดนฉกบอลไปยิงของ สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีม และสุดท้ายเป็นแมนฯ ซิตี้ ที่ปาดหน้าคว้าโทรฟี่ไปครอง โดย “หงส์แดง” จบเพียงรองแชมป์ด้วยคะแนนที่ตามแค่ 2 แต้ม
เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือใหญ่ ที่เข้ามาปลุกปั้นทีมจนก้าวกระโดดในระยะเวลาแค่ปีเดียว วอนอย่าเทียบทีมตอนนี้กับในอดีต
“เราเริ่มเก็บคะแนนได้ต่อเนื่อง แต่เราต้องการที่จะไปข้างหน้าต่อ ผมรู้ว่าในอดีตที่ผ่านมามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายที่นี่ รวมถึงเรื่องราวเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่นี่ไม่ใช่ทีมเมื่อ 2 หรือ 3 ปีก่อน ไม่ใช่ทีมเมื่อ 25 ปีก่อน เราคือทีมใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ผลการแข่งขันทำให้รู้สึกว่ามันดูง่าย ซึ่งมันมาจากการทำงานอย่างหนักอยู่เบื้องหลัง แต่เชลซีก็ไม่ได้แย่ แมนฯ ซิตี้ ในเกมกับบาร์เซโลนาก็ไม่ได้แย่ อาร์เซนอลก็มีการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยมในเกมพบสเปอร์ส” ผู้จัดการทีมวัย 49 ปี เผย
เทรนเนอร์ชาวเยอรมันทิ้งท้ายว่าขอให้ทุกคนใจเย็น ขอเพียงมุ่งมั่นเล่นให้เต็มที่และมีสมาธิในตอนนี้เท่านั้น
“ขอให้ใจเย็น เรายังไม่มีอะไรให้ต้องฉลองในตอนนี้ คุณต้องเล่นฟุตบอลที่ดีที่สุด นั่นคือสิ่งเดียวที่สามารถทำได้ เมื่อผมมาที่นี่ ผมถามถึงเวลาและความอดทน ตอนนี้ทุกคนถามผมถึงคำยืนยัน ซึ่งพวกเขายังไม่มี สิ่งเดียวตอนนี้คือพวกเรามีเกมที่สวยงามและเป็นทีม เราอยู่ในความสงบ พวกเราจะไม่พูดคำใดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของด้านบนตารางคะแนน หลายสิ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดในสัปดาห์หน้าหรือเดือนหน้า ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องปรับปรุง แต่ก็มีอีกมากมายที่ทำออกมาแล้วดีจริงๆ มันเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม ผมตื่นเต้น” คลอปป์ กล่าว







