posttoday

เมื่อต้องสูญเสียครั้งใหญ่หลวงในชีวิต

18 ตุลาคม 2559

โดย...เรื่อง ชลญ่า ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

โดย...เรื่อง ชลญ่า ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ธรรมชาติของคนเราอย่างหนึ่งคือไม่อยากสูญเสียของรักหรือคนที่รัก เพราะความสูญเสียย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ ยิ่งรักมากยิ่งทุกข์ระทมมาก แต่ไม่มีใครหนีพ้นสัจธรรมที่มีอยู่คู่โลกไปได้ ทุกคนเกิดมาจะต้องประสบกับความสูญเสียไม่วันใดวันหนึ่ง แล้ววันที่ 13 ต.ค. 2559 ก็เป็นวันมหาวิปโยคที่คนไทยต้องประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงแบบไม่ทันตั้งตัวเมื่อในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ทุกคนช็อกและจำนวนไม่น้อยตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ บางคนซึมเศร้าเพราะความเสียใจอย่างแรง เพราะความรักเทิดทูนที่มีในพระองค์แนบแน่น ไม่คิดว่าพระองค์จะด่วนจากไปเร็วเช่นนี้

หลายคนคิดว่าในเมื่อต่อแต่นี้ไม่มีพระองค์แล้วคนไทยจะอยู่อย่างไร ประเทศจะเดินไปทางไหน เพราะที่ผ่านมาพระองค์ทรงเป็นเสาหลักและศูนย์รวมจิตของคนไทยทั้งประเทศ ยามที่บ้านเมืองวิกฤตก็ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ด้วยพระบารมีของพระองค์ แล้วพอพระองค์ไม่อยู่แล้วจะอยู่กันอย่างไร หลายคนจึงรู้สึกอ้างว้าง ว้าเหว่ เหงา เศร้า ซึม ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จิตใจจะกลับมาเป็นปกติ จำเป็นต้องมีวิธีที่จะทำให้จิตใจดีขึ้น

เมื่อต้องสูญเสียครั้งใหญ่หลวงในชีวิต

เกี่ยวกับเรื่องนี้ น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต แนะนำว่า การแสดงความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ เช่น เขียนเล่าเรื่องประทับใจที่มีต่อพระราชกรณียกิจและพระจริยวัตรที่งดงามของพระองค์ และปฏิบัติตามที่พระองค์ทรงสอนมาทุกอย่างโดยเป็นคนดีของสังคมต่อไป หรือทำความดีต่างๆ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ตามโอกาสที่เหมาะสมก็จะช่วยให้บรรเทาความทุกข์ความโศกลงไปได้เรื่อยๆ

“ที่สำคัญอยากให้ช่วยกันดูแลคนใกล้ชิดที่อาจได้รับผลกระทบทางจิตใจสูง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ที่มีความรู้สึกผูกพันต่อในหลวง กลุ่มเด็กที่อาจจะรู้สึกสับสนถึงปฏิกิริยาของผู้ใหญ่ และกลุ่มที่มีปัญหาความเครียดอยู่แล้ว ที่สำคัญ ต้องไม่ปิดกั้นการแสดงออกแต่อย่าให้ความรู้สึกสิ้นหวังท่วมท้นจนมองไม่เห็นทางออกของสังคม ต้องเป็นการแสดงออกที่พอดีไม่ไปกระตุ้นความขัดแย้งของสังคม แปรความโศกเศร้าให้เป็นพลังกิจกรรม ใช้โอกาสนี้มองไปข้างหน้าพร้อมกัน ให้สังคมเป็นไปตามปณิธานที่พระองค์ปรารถนา เห็นสังคมไทยรักกันและอยู่กันอย่างสันติสุข”

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติม ถึงแม้การสูญเสียพระองค์จะเป็นความเศร้าโศกอันใหญ่หลวงของมหาชน แต่เป็นโอกาสที่ดีเพราะเป็นการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่จะได้แสดงความรู้สึกร่วมกันและสืบทอดปณิธานของพระองค์เพื่อให้สังคมไทยก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็ง

ด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ แนะนำว่า อยากให้ประชาชนทุกคนเยียวยาหัวใจตัวเองด้วยการน้อมนำเอาคำสอนและพระจริยวัตรของพระองค์มาใช้ เช่น การประหยัดมัธยัสถ์ ดั่งภาพที่คนไทยคุ้นตา หลอดยาสีพระทนต์ที่พระองค์ใช้จนหมดแล้วยังใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์มารีดที่หลอดเพื่อใช้จนหมดจริงๆ

ข่าวล่าสุด

วิกฤตประชากรจีน อัตราการเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 70 ปี