
โรคเรื้อรัง
หลายคนในเมืองกรุงอยากจะหนีไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในต่างจังหวัด เพราะเบื่อกับสภาพความออแอแจจัดในกรุงเทพฯ
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
หลายคนในเมืองกรุงอยากจะหนีไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในต่างจังหวัด เพราะเบื่อกับสภาพความออแอแจจัดในกรุงเทพฯ ที่นับวันขยายตัวอย่างไร้ขีดจำกัด
แต่เอาเข้าจริงมันก็เป็นความคิดคำนึงล่องลอยตามสายลม เพราะการหนีไปอยู่ต่างจังหวัดให้อยู่รอดปลอดภัยอาจจะยากกว่าการใช้ชีวิตในเมืองที่เรายังติดกับดักภาระเงินผ่อนต่างๆ
กรุงเทพฯ ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เผชิญปัญหาหลากหลาย ไม่ต่างจากเมืองใหญ่ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ผลของความเจริญเติบโตจนแน่นเอี้ยดทุกพื้นที่ ต้องขยายเบ่งออกไปยังจังหวัดใกล้เคียง กรุงเทพฯ จึงไม่ต่างจาก “คนไข้” ที่เป็นโรคเรื้อรัง จะรักษาให้หายขาดก็ยาก นอกจากต้องหยุดงาน “ผ่าตัดใหญ่” รื้อระบบโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาใหม่ แต่ขณะที่เป็นโรคเรื้อรัง ก็มีอาการแทรกซ้อนด้วยโรคภูมิแพ้ตามฤดูกาลอีก
มีใครเชื่อว่าเราจะแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ครั้นจะหวังโครงการรถไฟฟ้าอีกกี่สิบสายที่จะเสร็จอีก 5 ปี แต่มันก็ไม่มีหลักประกันว่าจะช่วยลดปริมาณรถให้น้อยลงได้ ถ้าตราบใดไม่มีการควบคุมจำนวนรถยนต์อย่างจริงจัง เพราะไม่มีทางที่เราจะ “เสก-สร้าง” ถนนให้มากพอกับจำนวนรถที่เพิ่มขึ้น การแก้ปัญหาทุกวันนี้จึงได้แค่ปะผุ รอเวลาเป็นชั่วโมงเพื่อระบายรถ
ใครจะเชื่อว่าเราจะแก้ปัญหาน้ำท่วมใน กทม.ได้อย่างถาวร ทุกครั้งที่ฝนเทกระหน่ำไม่ถึง 2 ชั่วโมง กทม.และปริมณฑลหลายพื้นที่กลายเป็นทะเลสาบในบัดดล ผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ กทม. ทั้งในอดีตและปัจจุบัน บอกให้ทำใจ ระบบท่อระบายน้ำใน กทม.มันขนาดเล็ก เก่าแก่โบราณ เพราะออกแบบในช่วงที่จำนวนประชากรยังไม่มาก ทางแก้ต้องรื้อใหม่ให้ท่อใหญ่ขึ้น แต่ก็เป็นไปได้ยาก เพราะติดสิ่งปลูกสร้าง ท่อสาธารณูปโภคทั้งหลาย ที่สำคัญ อาคารสูง คอนโดที่ผุดขึ้นมามากมาย ทำให้พื้นที่ทรุดหนักอีก กรุงเทพฯ จึงกลายเป็นแอ่งรับน้ำไป
จากวิกฤตจราจรและปัญหาน้ำท่วม กรุงเทพฯ ยังต้องเจอกับภัยความมั่นคงที่แผ่ขยายจาก 3 จังหวัดภาคใต้และกลุ่มก่อการร้ายที่เคยก่อระเบิดราชประสงค์ตามมาหลอกหลอนในระยะหลัง ล่าสุดทางการส่งเจ้าหน้าที่ค้นพื้นที่เป้าหมาย และแจ้งเตือนประชาชนช่วยสอดส่อง เพราะอาจมีวินาศกรรมเกิดขึ้น
ไม่ว่า กทม.จะเปราะบางอย่างไร แต่กรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองสวรรค์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผลการสำรวจมาสเตอร์การ์ด ระบุว่า กรุงเทพฯ คว้าแชมป์จุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลกแซงลอนดอนที่ตกอันดับ 2 สะท้อนว่าภัยธรรมชาติ เหตุระเบิด หรือม็อบ ทุกอย่างแค่รอระบาย เพราะกรุงเทพฯ ฟื้นตัวได้รวดเร็ว
เมื่อเราต่างมีความจำเป็นที่ต้องดำรงชีพอยู่ในเมืองหลวง เราจึงต้องปรับสภาพรับกับภัยต่างๆ เพื่อ “อยู่ให้ได้” ความจริงโลกปัจจุบันได้เปลี่ยนภูมิศาสตร์การใช้ชีวิตของเราให้ไปอยู่บนโลกออนไลน์ เป็นสังคมในอากาศมาระยะหนึ่ง ภัยใดๆ อาจไม่น่ากลัว ถ้าตัดการเชื่อมต่อจากอินเทอร์เน็ต ชีวิตออฟไลน์เมื่อไร นั่นอาจอยู่ยากกว่าเยอะ







