posttoday
ใครจะมาแทนคุณในอนาคต

ใครจะมาแทนคุณในอนาคต

23 สิงหาคม 2553

....เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย

“ผมกำลังลำบากใจกับแผนการเตรียมผู้บริหารมาแทนในอนาคต สำนักงานใหญ่ที่อเมริกาเขาขอให้ผมวางแผนพัฒนาผู้บริหารที่รายงานตรงกับผม โดยที่ใน 2 ปีข้างหน้า หนึ่งในทีมงานกลุ่มนี้ควรจะขึ้นมาแทนผมได้ หากผมต้องการได้รับการโปรโมตในอนาคต บริษัทอื่นๆ ในประเทศไทยเขาทำเรื่องนี้กันอย่างไรครับ” ไมค์ ถามผม

“ข่าวดีคือเรื่องนี้เป็นปัญหาสำหรับองค์กรส่วนใหญ่ไม่ใช่คุณที่เจอคนเดียว ข่าวร้ายคือมีไม่กี่แห่งที่มีแผนงานดีในเรื่องนี้ถ้าคุณไปถามบริษัทที่สรรหาผู้บริหารระดับสูง เขาจะบอกคล้ายๆ กันว่าผู้บริหารระดับกลางคนไทยเก่งๆ ที่พร้อมจะทำงานกับองค์กรข้ามชาตินั้นหายาก ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในกลุ่มเหล่านี้...

เชี่ยวชาญงานด้านใดด้านหนึ่ง แล้วได้รับการโปรโมตขึ้นมา โดยที่ไม่มีโอกาสเตรียมความพร้อมด้านการบริหารมามากนัก

บางคนบริหารเก่ง แต่ว่าสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ถนัด

บางคนทะเยอทะยาน แต่ก็ยังไม่พร้อม”

“ผมจะเตรียมฝึกอบรมผู้บริหารของผมอย่างไรให้พร้อมดีละ”

“จากงานวิจัยของ Morgan McCall, Robert W. Eichinger and Michael M. Lombardo at the Center for Creative Leadership พบว่าในการพัฒนาภาวะผู้นำนั้น

70% มาจากประสบการณ์ในการทำงาน การแก้ไขปัญหา และสถานการณ์ยากๆ

20% มาจากการดู การสอนงานของหัวหน้างาน ระบบพี่เลี้ยง หรือการรับการโค้ชจากโค้ชภายนอก

10% มาจากการฝึกอบรม”

“ถ้างั้นผู้นำส่วนใหญ่เรียนรู้จากการทำงานนะซี”

“ใช่แล้วไมค์ ผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ควรจะมีประสบการณ์ที่หลากหลายก่อนขึ้นบัญชาการ ควรจะผ่านงานหินๆ เช่น เริ่มธุรกิจใหม่ กู้วิกฤต รื้อระบบ และทำงานโครงการที่มีการข้ามสายงานกับคนหลายๆ ฝ่าย

แต่ว่าคนจำนวนมากมักจะขอทำงานภายใต้ขอบข่ายของงานที่ตัวเองรับผิดชอบ เขาอยากจะทำให้ดีที่สุดในพื้นที่ของตัวเอง แต่ไม่อยากรับภารกิจหรือรับมอบหมายงานนอกพื้นที่ ในขณะเดียวกันก็อยากจะขอไปอบรมเรื่องภาวะผู้นำเพื่อเตรียมตัวเองขึ้นไป ที่จริงแล้วเขากำลังเสียโอกาสพัฒนาภาวะผู้นำ 70% โดยเลือกที่จะพัฒนาตนเองเพียง 10% เท่านั้น”

“ดีครับ คราวนี้ผมมีเหตุผลที่ดีที่จะไปบอกทีมเวลามอบหมายงานเพิ่ม”

“ไมค์ คุณต้องถามความสมัครใจเขาก่อนนะ ไม่ใช่คนไทยทุกคนที่อยากจะขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้นไปหรอก แต่ละคนก็มีเหตุผลอย่าง

บางคนมาไกลเกินฝัน และไม่คิดว่าจะไปให้ไกลกว่านี้

บางคนไม่ชอบแรงกดดัน เขาตระหนักว่าปัจจุบันก็เครียดพอแล้ว หากขึ้นไปสูงขึ้นคงจะเครียดเกินไป เพราะเขาสังเกตเห็นอยู่แล้วว่าในระดับสูงขึ้นไปนั้นมีแรงกดดัน และต้องเสียสละมากเพียงใด

ไม่ชอบการเมืองภายในองค์กร หลายคนเป็นคนที่เน้นความสัมพันธ์ เขาชอบประนีประนอม และเห็นว่าหากยิ่งสูง ยิ่งต้องเผชิญหน้าและตรงไปตรงมามากขึ้น และอาจจะมองเป็นการเล่นการเมืองที่หนักขึ้น เพราะต้องหนัก เบาในแต่ละโอกาส ไม่สามารถที่จะกันเองได้เหมือนเดิม จึงขอเลือกที่จะไม่ขึ้นดีกว่า

ขาดแผนพัฒนาส่วนบุคคลที่ดี หลายแห่งฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ไม่ได้มีการเตรียมแผนนี้ไว้ให้คนของตน

ไม่แน่ใจในตัวเอง หลายคนอาจจะขาดความมั่นใจว่าเขามีความสามารถเพียงพอในระดับสูงขึ้นไปหรือไม่ โดยเฉพาะหากองค์กรไม่ได้เตรียมความพร้อมให้เขาก่อน

ครอบครัวมาก่อน ผู้บริหารหญิงเก่งๆ หลายคนเลือกที่จะมาดูแลลูกหรือครอบครัวมากกว่าความสำเร็จในงาน

การเติบโตที่ต้องไปต่างประเทศอาจทำให้บางคนตัดสินใจที่จะลาออก หากบริษัทพยายามโปรโมตเขาไปประเทศอื่น”“นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดไม่ถึงจริงๆ ครับ ผมอาจจะต้องแชร์เรื่องความกังวลใจเกี่ยวกับคนที่จะมาแทนผมในสองปีให้ทีมงานผมฟังแล้วละครับ”

“ผมว่าดีนะ คุณควรจะมีอย่างน้อยสองคนที่เป็นตัวเลือกภายใน บางทีคุณอาจจะต้องมีคนนอกองค์กรไว้ด้วย”

“ใช่ครับ เผื่อว่าหากมีโอกาสที่ดีที่คาดไม่ถึง ผมจะได้มีคนพร้อมแทนผม เป็นเรื่องที่ดีสำหรับองค์กรของเราด้วยครับ”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ