
สิ่งที่หายไป
ช่วงนี้บ้านเมืองเรากำลังฮิตกับคำว่า “จัดระเบียบ” อยู่ไม่น้อย เอะอะ อะไรก็บอกว่าจัดระเบียบบ้าง ปฏิรูปบ้าง
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
ช่วงนี้บ้านเมืองเรากำลังฮิตกับคำว่า “จัดระเบียบ” อยู่ไม่น้อย เอะอะ อะไรก็บอกว่าจัดระเบียบบ้าง ปฏิรูปบ้าง
เอาเข้าจริงมันก็ดีเหมือนกัน เพราะประเทศเราก็อยู่กับความคิดที่ว่า “ทำอะไรตามใจคือไทยแท้” กันมานาน
ดังนั้น เมื่อเข้าสู่ยุคการปฏิรูปที่นำไปสู่การจัดระเบียบ ส่วนตัวก็มีความยินดีอยู่ไม่น้อย เพราะอะไรต่อมิอะไรจะได้เข้ารูปเข้ารอยบ้างเสียที
ทว่าการจัดระเบียบบางอย่างก็แลกมาด้วยการสูญเสียอัตลักษณ์บางประการ ซึ่งผมกำลังจะพูดถึง “ปากคลองตลาด”
ผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องอาศัยถนนจักรเพชร บริเวณปากคลองตลาดไปทำงานเกือบทุกวัน ยอมรับว่ารถติดมหาโหดอยู่ไม่น้อยกว่าจะผ่านไปได้
สาเหตุหนึ่งที่การจราจรค่อนข้างแออัด มาจากการใช้ถนนแบบไร้ระเบียบ ทั้งการจอดรถในที่ห้ามจอด การวางสิ่งของบนเส้นทางสัญจร ทำให้เหลือพื้นที่การจราจรน้อยมาก จนกลายเป็นถนน
คอขวดไปโดยปริยาย
พอภาครัฐมาจัดระเบียบให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของบริเวณทางเดินเท้าย้ายไปขายที่อื่นในละแวกใกล้เคียงกัน การจราจรที่เคยแออัดก็โล่งขึ้นทันที นำมาซึ่งความสะดวกสบายอย่างมาก
แต่ความเป็นระเบียบที่เกิดขึ้น กลับมีบางสิ่งที่หายไปแบบน่าตกใจ คือ มนต์เสน่ห์ของปากคลองตลาด
ไม่รู้ว่ามีใครเป็นเหมือนผมหรือเปล่าที่เวลาเดินทางไปต่างถิ่นที่ไหนต้องขอไปชมตลาดเสมอ
“ตลาด” ของแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันออกไป โดยเป็นสิ่งที่สะท้อนวิถีการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่นั้น
ถ้าเราคิดบนพื้นฐานเช่นนี้แสดงว่าปากคลองตลาดที่ตั้งตระหง่านมาเป็นศตวรรษย่อมต้องเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของประชาชนเช่นกัน
ถามว่าเวลาคนต่างชาติเดินมาเที่ยวในไทยเขาต้องการดูวิถีชีวิตคนไทยจริงๆ หรืออยากดูสิ่งที่ถูกปรุงแต่งด้วยอำนาจรัฐ
จริงอยู่ครับ ถ้าไม่จัดระเบียบปากคลองตลาด ปัญหาก็จะไม่ได้รับการแก้ไข แต่อีกด้านหนึ่งมีความสงสัยว่ามันไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้หรือไม่
หากบอกว่าปัญหาอยู่ที่การจราจร ก็สมควรต้องแก้ไขที่ต้นเหตุหรือไม่ เช่น การกวดขันวินัยจราจรให้เข้มงวด จับ ปรับ ให้จริงจัง หรือในเรื่องการรุกล้ำทางเดินสาธารณะก็ควรหาจุดลงตัวที่รับกันได้ทั้งภาครัฐและประชาชน ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบถอนรากถอนโคนอย่างเดียว
นึกถึงกรณีของตลาดร่มหุบ จ.สมุทรสงคราม ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้าขายของกันบนรางรถไฟ แต่ประชาชนและเจ้าหน้าที่สามารถร่วมกันรักษาระเบียบและเอกลักษณ์เอาไว้ได้ จนกลายเป็นเสน่ห์ที่ใครต่อใครต้องเดินทางมาให้เห็นกับตา
ตลาดร่มหุบจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดระเบียบที่มีความสมดุล ไม่เน้นการถอนรากถอนโคน แต่เน้นการรักษาความสมดุล







