posttoday
แนะท่องเที่ยวปลอดภัย อย่าตกเป็นเหยื่อเมื่อเดินทาง

แนะท่องเที่ยวปลอดภัย อย่าตกเป็นเหยื่อเมื่อเดินทาง

24 กันยายน 2559

จากงานวิจัยล่าสุดเรื่อง “Kaspersky Lab International Travel Report” โดยแคสเปอร์สกี้ แลป

โดย...ปากกาด้ามเดียว

จากงานวิจัยล่าสุดเรื่อง “Kaspersky Lab International Travel Report” โดยแคสเปอร์สกี้ แลป แสดงว่าผู้บริโภคทำให้ตัวเองและข้อมูลตกอยู่ในอันตราย เพราะอาการที่ชอบเผลอไผลลดความระวังตัวเวลาที่เดินทางต่างประเทศนั่นเอง เริ่มตั้งแต่การดื่มสังสรรค์ไปจนถึงการต่อใช้ Wi-Fi ในที่เสี่ยง และยังวางใจยื่นมือถือให้คนแปลกหน้าอีกเล่า

การวิจัยข้อมูลเน้นชัดถึงอันตรายที่มาจากอุปนิสัยของนักเดินทางเอง โดย 42% ยอมรับว่าไม่ค่อยระมัดระวังเรื่องการต่อเชื่อมเท่าใดนักเวลาเดินทางระหว่างวันหยุด เทียบกับตอนที่เดินทางเพื่อธุรกิจ

ทั้งนี้ จากการสำรวจผู้ใช้จำนวน 11,850 คนทั่วโลก แคสเปอร์สกี้ แลปพบความลับอันน่าสะพรึงว่า เหล่านักเดินทางช่วงวันหยุดทั้งหลายมักจะต้องการที่จะต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตมากเกินกว่าที่จะคิดห่วงเรื่องความปลอดภัยข้อมูล และมักที่จะเอนเอียงไปทางพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยง จึงทำให้พวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงจริงๆ จากภัยอันตรายที่มาจากไซเบอร์

การวิจัยแสดงว่าหลายคนละเลยเรื่องความปลอดภัยเมื่อต่อเชื่อมอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เมื่ออยู่ต่างประเทศ โดยพบว่า 28% ถึงกับปล่อยปละละเลยวางทิ้งไว้โดยไม่มีคนเฝ้าดู (เช่น วางทิ้งไว้บนโต๊ะหรือในห้องประชุม) และ 19% ทิ้งไว้กับพนักงานขนของของโรงแรม และหากในอเมริกาจำนวนคนที่ทำแบบนี้ก็เพิ่มเป็น 2 ใน 5 เลยทีเดียว

อีกโอกาสเสี่ยงหนึ่งคือการส่งมือถือให้คนแปลกหน้าช่วยถ่ายรูปให้หน่อยที่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงอย่างมาก คิดเป็น 18% ของในหมู่พวกเราๆ และหนึ่งในสี่ของกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 25 ปี ที่มักจะมีพฤติกรรมเช่นนี้

จากรายงานแนะว่าเมื่อเราอยู่ใน “อารมณ์วันหยุด” เรามักจะมีพฤติกรรมที่เอ๋อๆ และทำตัวเสี่ยง เช่น 18% บอกว่า ตนติดต่อกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อน และ 6% ถึงกับส่งข้อความเรื่องเซ็กซ์ขณะเดินทางอยู่ต่างประเทศ

นอกจากนี้ รายงานยังพบด้วยว่า 15% มักจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของมึนเมามากกว่าตอนอยู่บ้านตนเอง และตัวเลขก็เพิ่มขึ้นเป็น 29% เลยทีเดียวหากเป็นชาวอังกฤษ

พวกเราหลายคนไม่ค่อยคำนึงถึงวิธีการเชื่อมต่อเท่าใดนักเมื่ออยู่ต่างประเทศ หรือว่าอาจมีใครแอบดักฟังอยู่ก็เป็นได้ ส่วนมาก หรือ 82% เลือกที่จะใช้ Wi-Fi สาธารณะเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น ตามสนามบิน โรงแรมและร้านกาแฟ จะว่าไปแล้วหลายคนก็ติดเป็นนิสัยเลยทีเดียว จะเห็นว่า 28% ใช้ Wi-Fi สาธารณะเวลาอยู่ต่างประเทศมากกว่าตอนอยู่ในบ้านเมืองตนเอง และอีก 18% ก็มิได้ระมัดระวังอะไรเอาเสียเลย

ขณะที่ 33% ยอมรับว่าเข้าเว็บไซต์เนื้อหาล่อแหลมโดยใช้ Wi-Fi ทั่วไป และ 48% ทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ แม้แต่ช็อปปิ้ง 46% ตอนอยู่ต่างประเทศ ที่น่าตระหนกยิ่งไปกว่านั้น คือ 35% ยอมรับว่าคุยโทรศัพท์ที่มีข้อมูลสำคัญในที่สาธารณะ โดยสื่อสารกันคนละภาษาหรือพูดกันแทบจะไม่รู้เรื่องอีกด้วย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แย่ต่อความปลอดภัยของข้อมูลของคุณ

พฤติกรรมดังที่ว่ามานี้เป็นของกลุ่มคนที่มักจะถูกโจมตีฉกข้อมูลไปขณะเดินทาง และ 20% ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่าโดนได้อย่างไร มาจากไหนกัน

“แน่นอนที่เราต้องการจะพักผ่อนทำตัวสบายๆ ในวันหยุดของเรา แต่เป็นช่วงจังหวะเวลาที่เรามักเผลอตัวไม่ได้ระมัดระวังตามที่ควรเป็นเวลาต่ออินเทอร์เน็ต และมักจะต้องมาทนทรมานจากผลกรรมภายหลัง เราควรจะต่ออินเทอร์เน็ตหรือไม่ เราจะโพสต์บนโซเชียลมีเดียได้ไหม ได้สิ ได้แน่นอน แต่เราแนะนำให้ระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อยามเดินทางท่องเที่ยว รู้ทันโลกไซเบอร์ และมีมาตรการที่จะป้องกันตัวเองและข้อมูลอันมีค่าของคุณ” เอเลน่า คาร์เชนโก้ หัวหน้าฝ่ายบริหารคอนซูมเมอร์โปรดักต์ แคสเปอร์สกี้ แลป กล่าว

ดังนั้น เมื่ออยู่ห่างไกลจากระบบความปลอดภัยไซเบอร์ในบ้านเมืองของตัวเอง ควรต้องใช้โซลูชั่นความปลอดภัยไอทีที่แข็งแกร่ง และเชื่อมต่อเข้าเครือข่ายผ่าน VPN เพื่อเป็นการป้องกันตนเองขณะเดินทาง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก