posttoday
6 เหรียญทอง 6ดาวดวงใหม่

6 เหรียญทอง 6ดาวดวงใหม่

22 สิงหาคม 2553

...ปาริชาติ ชื่นชม

จาก 205 ประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกสำหรับเยาวชนอายุ 1418 ปี ตารางเหรียญรางวัลรวมในกีฬายูธ โอลิมปิก ครั้งที่ 1 ณ เวลา 16.00 น. ของวันที่ 21 ส.ค. โชว์หราว่า ชื่อ “ไทยแลนด์” ติดอันดับท็อป 10 จากผลงาน 3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน

วรวงษ์ พงษ์พานิช เหรียญทอง เทควันโดรุ่น 49 กก.หญิง

ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย เหรียญทอง แบดมินตันหญิงเดี่ยว

พิสิษฐ์ พูดฉลาด เหรียญทอง แบดมินตันชายเดี่ยว

สิริวิมล ประมงคล เหรียญเงิน ยกน้ำหนักรุ่น 48 กก.หญิง

ชิดชนก พูลทรัพย์สกุล เหรียญเงิน ยกน้ำหนักรุ่น 63+ กก.หญิง

จตุภูมิ ชินวงศ์ เหรียญเงิน ยกน้ำหนักรุ่น 77 กก. ชาย

ในวันนี้ พวกเขาเหล่านี้คือฮีโร่ของวงการกีฬาไทย

จิ๋วจริงเจ๋งจริง

แม้จะเล่นกีฬาคนละชนิด แต่จอมพลังรุ่นจิ๋ว “น้องมายด์” สิริวิมล ประมงคล กับ สาวน้อยจอมเตะ “น้องจูน” วรวงษ์ พงษ์พานิช มีอะไรคล้ายกันหลายอย่าง

ทั้งคู่เป็นเพียงสาวน้อยตัวเล็กๆ ในวัยยังไม่ครบ 16 ปี น้ำหนักตัวไม่เกิน 49 กิโลกรัม

ฝ่ายแรกคว้าเหรียญรางวัลแรกให้กับทีมชาติไทยจากเหรียญเงินการแข่งขันยกน้ำหนักรุ่นไม่เกิน 48 กก. ขณะที่ฝ่ายหลังคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันเทควันโดรุ่นไม่เกิน 49 กก. เป็นเหรียญทองแรกของทัพนักกีฬาจากแดนสยาม

น้องมายด์ใช้ชีวิตอยู่กับคุณพ่อ น้องสาว และคุณปู่ หลังจากที่คุณแม่ล้มป่วยและเสียชีวิตลงเมื่อเธออยู่ชั้น ป.4 ขณะที่น้องจูนเสียคุณพ่อไปด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเมื่อเธออยู่เพียงชั้น ป.4 เช่นกัน ในบ้านของเธอจึงมีเพียงคุณแม่ พี่ชาย และตัวเธอเอง

“คุณแม่ดีใจมาก บอกว่าจะซื้อแบล็คเบอร์รี่เป็นของขวัญ เพราะว่าหนูอยากได้เอาไว้คุยกับเพื่อน แต่ว่าพี่ชายไม่ให้อะไรหรอกค่ะ” น้องจูนกล่าวขำๆ ก่อนที่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จะประกาศแจกแบล็คเบอร์รี่เป็นรางวัลให้กับเธอในเวลาต่อมา

กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ น้องจูน ซึ่งกัดฟันฝืนอาการบาดเจ็บที่เป็นมาตั้งแต่รอบแรก เอาชนะคู่ต่อสู้ 4 คนในวันเดียวกัน เล่าให้ฟังว่า เธอต้องตื่นแต่เช้าเพื่อซ้อมรอบแรกของวันตอน 06.0008.00 น. โดยเป็นการเล่นเวตและวิ่ง

จากนั้นเธอจึงจะได้ไปโรงเรียน ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 แห่งคือ โรงเรียนสตรีพัทลุง และโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เวลาที่เดินทางมาเก็บตัวในกรุงเทพฯ ก่อนที่การซ้อมรอบเย็นจะมีขึ้นเวลา 17.0020.00 น.

“หนูไปสายค่ะ หนูเข้าเรียนสาย ซึ่งก็มีเรียนไม่ทันเพื่อนบ้างนิดหน่อย แต่โรงเรียนก็จะจัดติวให้หนูเป็นการพิเศษ” นักเรียนชั้น ม. 4 สายศิลป์ภาษาจีน กล่าว

ก่อนลงสนามคุณแม่และกองเชียร์รวม 12 ชีวิตลงทุนนั่งรถตู้มาจาก จ.พัทลุง เข้าสู่ประเทศสิงคโปร์ กินเวลารวมถึง 15 ชั่วโมง แต่เหรียญทองนี้จะทำให้ด้านหนึ่งของชีวิตเธอเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

เงินรางวัล 5 แสนบาทจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติที่เธอจะยกให้คุณแม่ทั้งหมด สวัสดิการเดือนละ 8,000 บาทไปจนถึงอายุ 35 ปี และทุนการศึกษาจนถึงระดับชั้นปริญญาเอกน่าจะทำให้ชีวิตหนักๆ ของเธอเบาสบายขึ้นมาไม่น้อย แต่เธอยืนยันว่าเธอจะยังคงเป็นจูนคนเดิมที่ชอบเฮฮากับเพื่อนๆ เหมือนเดิม

ขณะที่น้องมายด์ แม้จะเคยปรากฏตัวตามหน้าสื่อหลายครั้ง บอกว่า ยังมีคนรู้จักเธอไม่มากนัก และคิดว่าต่อไปนี้อาจจะมีคนรู้จักมากขึ้น

นอกจากนี้ ชีวิตอาจจะสบายขึ้นมาบ้าง เพราะรางวัลสำหรับเหรียญเงินคือ 3 แสนบาท กับสวัสดิการเดือนละ 5,000 บาท พร้อมทุนการศึกษาจนจบปริญญาเอก

“ก็อาจจะมีชื่อเสียงมากขึ้น หนูก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนน่ะค่ะ” เจ้าของส่วนสูง 142 ซม.ที่สวมคอนแทคเลนส์บิ๊กอายที่เธอบอกว่า “ใส่เล่นๆ” กล่าวอย่างร่าเริง

บทเรียนและประสบการณ์

เหรียญเงินของน้องมายด์ทำให้เธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ แต่ไม่ใช่เหรียญเงินของ “น้องนก” ชิดชนก พูลทรัพย์สกุล จอมพลังหญิงในรุ่น 63+ กก.

เธอคือเป้าหมายเหรียญทองเดียวของทัพนักกีฬาไทยในยูธ โอลิมปิก ครั้งนี้ และเธอก็ตั้งความหวังกับตัวเองไว้สูงไม่น้อย ซึ่งมันก็เกือบจะสำเร็จ

ด้วยน้ำหนักตัวกว่า 119 กก. ทำให้น้องนก ซึ่งต้องฝืนอาการบาดเจ็บเท้าในรองเท้าคู่ใหม่และอาการหน้ามืดขณะยกท่าคลีนแอนด์เจิร์ก เสียเหรียญทองให้กับ โอลกา ซูโบวา คู่แข่งจากรัสเซีย ที่แม้จะยกน้ำหนักรวมได้เท่ากัน แต่ซูโบวาหนักเพียง 71.59 กก.

นั่นทำให้เธอร้องไห้อย่างหนักและบอกสั้นๆ ว่า “ต่อไปนี้จะกลับไปซ้อมต่อเพื่อทำให้ได้สูงที่สุด”

อย่างไรก็ตาม ปวีณา ทองสุก รุ่นพี่ที่เคยคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2004 มองโลกในแง่ดีว่า

“มันเป็นแมตช์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับเด็กอายุ 17 ปี ทุกคนคาดหวัง ทุกคนคาดว่าจะได้เหรียญ แต่มันไม่ได้ตามความคาดหวัง แต่จริงๆ แล้วน้องเขายกได้ตามเกม ตอนซ้อมก็ยกได้เท่านี้ แต่เขามั่นใจทุกครั้ง เขามั่นใจ ต่อไปในอนาคตเขาจะมีความมั่นใจในการขึ้นไปบนเวที”

ยกเหล็กเปลี่ยนความฝัน

อีก 1 เหรียญเงินของทีมจอมพลังเยาวชนไทยมาจาก “น้องก๊อด” จตุภูมิ ชินวงศ์ ในรุ่น 77 กก.ชาย ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณดีสำหรับทีมยกน้ำหนักชายในเวทีนานาชาติรายการใหญ่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผลงานในเวทีโอลิมปิกเป็นของฝ่ายหญิงเสียทั้งหมด

แต่จริงๆ แล้ว น้องก๊อดอยากเป็นนักฟุตบอล

“ตอนแรกผมมาสอบฟุตบอลที่โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครราชสีมา แต่ฟุตบอลมันสอบยาก แต่ว่าผมตัวใหญ่เลยจับมายกน้ำหนัก” น้องก๊อด ซึ่งเล่นฟุตบอลในตำแหน่งแบ็กซ้ายและเป็นแฟนบอลตัวยงของบาร์เซโลนา กล่าว

ข้อดีของการยกน้ำหนักคือ เขาดูแลสภาพร่างกายของตัวเอง แตกต่างจากฟุตบอลที่เล่นเป็นทีม และโอกาสคว้าเหรียญรางวัลในเวทีใหญ่น้อยนิดนัก แต่ข้อเสียคือ “มันหนักครับ”

หลังจากเสียน้ำหนักไปมากมายจากการโดนดุ โดนตี โดนเคี่ยวเข็ญอย่างหนัก ดูเหมือนว่าทีมยกน้ำหนักชายไทยจะได้ดาวดวงใหม่

ยูธ โอลิมปิก เป็นการติดทีมชาติครั้งแรกของน้องก๊อดเท่านั้น และเขาทำได้ถึงเหรียญเงินเมื่อเทียบกับนักกีฬาในวัยเดียวกัน แน่นอนว่า เขาจะไม่หยุดอยู่เท่านั้น

นอกจากจะยกน้ำหนักเพื่อพ่อกับแม่แล้ว เขาบอกว่า

“ผมตั้งใจว่าจะซ้อมเพื่อทำสถิติให้ขึ้นได้มากกว่านี้ เพราะผมอยากไปเอเชียนเกมส์ ผมอยากไปโอลิมปิก แต่ว่าสถิติจะต้องดีกว่านี้ จะต้องมี 50 ถึงจะได้” น้องก๊อด กล่าว โดยหมายถึงการยกท่าสแนตช์ให้ได้ถึง 150 กก. จากปัจจุบันที่ยกได้เต็มที่ 142 กก.

แบดมินตันไทยไร้เทียมทาน

หลังจากที่เผชิญกับข่าวคราวไม่ค่อยจะสู้ดีนักในระยะหลังๆ วงการแบดมินตันได้ผงาดอย่างเต็มตัวในเวทียูธ โอลิมปิก

การขาด “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ ดีกรีแชมป์เยาวชนโลก ทำให้ทีมขนไก่ไทยไม่ได้ตั้งความหวังถึงเหรียญรางวัลใดๆ ในการเดินทางมาแข่งขันครั้งนี้ แต่ “น้องปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย และ “น้องพี” พิสิษฐ์ พูดฉลาด ลบคำสบประมาทลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

“เป็นอย่างนี้ดีแล้วค่ะ ที่ไม่โดนจับวางเป็นตัวเต็ง มาๆๆ ตีๆๆ ไม่เครียด ไม่กดดัน พอได้แล้วเราก็สบายใจ คิดว่าเราก็ทำได้เหมือนกัน” น้องปอป้อ สาวนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว หลังคว้าเหรียญทองประเภทหญิงเดี่ยว แต่เธอยังซูฮกว่ารัชนกคือมือ 1 ของเยาวชนไทยซึ่งเล่นดีกว่าจริงๆ

เช่นเดียวกับน้องพีที่ยอมรับว่า คิดว่าตัวเองจะตกรอบแรกแน่แท้ ก่อนจะคว้าเหรียญทองชายเดี่ยวมาครอง

“ตอนแรกคิดว่าจะตกรอบแรกด้วยซ้ำ เพราะคู่แข่งแข็งแกร่งทั้งหมด แต่พอเล่นได้ดีก็มีกำลังใจ”

น้องปอป้อและน้องพีปรากฏในข่าวใหญ่ของสื่อมวลชนที่สิงคโปร์ตั้งแต่การผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในประเภทหญิงเดี่ยวและชายเดี่ยว ก่อนจะสร้างผลงานคว้าเหรียญทองต่อหน้าคอกีฬาที่เข้ามาชมการแข่งขันในรอบชิงกันแน่นสิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม

สิ่งที่ผู้ชมในสนามได้เห็นตลอดการแข่งขันคือเสียงตะโกนของเด็กไทย ซึ่งน้องปอป้อบอกว่าไม่ได้มีความหมายอะไร เธอเพียงแต่ต้องการจะกระตุ้นตัวเอง ขณะที่น้องพีบอกว่า หากไม่กระตุ้นหรือว่าเร่งตัวเองจะตีไม่ออกเอาเสียเลย

หลังคว้าชัยชนะเหนือ ฮาซีนา ซูนิล กูมาร์ ปรานนอย (อินเดีย) น้องพีถึงกับออกอาการยึกยักตามจังหวะเพลง ก่อนจะวิ่งไปยกมือไหว้ขอบคุณผู้ชมบนอัฒจันทร์

อาการ “บ้าพลัง” ทั้งขณะแข่งขันและหลังจากแข่งเสร็จนี้ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนๆ ที่สิงคโปร์ไปโดยทันที

“ในสนามผมเป็นอย่างนี้ เป็นเอกลักษณ์ของผม แต่นอกสนามเป็นคนละคน ถ้ามีจังหวะเล่นผมก็เล่น ถ้ามีจังหวะตลกผมก็ตลกครับ คือ ผมเป็นคนจริงจัง”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ