
6 เหรียญทอง 6ดาวดวงใหม่
...
ปาริชาติ ชื่นชมจาก 205 ประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกสำหรับเยาวชนอายุ 1418 ปี ตารางเหรียญรางวัลรวมในกีฬายูธ โอลิมปิก ครั้งที่ 1 ณ เวลา 16.00 น. ของวันที่ 21 ส.ค. โชว์หราว่า ชื่อ
“ไทยแลนด์” ติดอันดับท็อป 10 จากผลงาน 3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงินวรวงษ์ พงษ์พานิช เหรียญทอง เทควันโดรุ่น 49 กก.หญิง
ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย เหรียญทอง แบดมินตันหญิงเดี่ยว
พิสิษฐ์ พูดฉลาด เหรียญทอง แบดมินตันชายเดี่ยว
สิริวิมล ประมงคล เหรียญเงิน ยกน้ำหนักรุ่น 48 กก.หญิง
ชิดชนก พูลทรัพย์สกุล เหรียญเงิน ยกน้ำหนักรุ่น 63+ กก.หญิง
จตุภูมิ ชินวงศ์ เหรียญเงิน ยกน้ำหนักรุ่น 77 กก. ชาย
ในวันนี้ พวกเขาเหล่านี้คือฮีโร่ของวงการกีฬาไทย
จิ๋วจริงเจ๋งจริง
แม้จะเล่นกีฬาคนละชนิด แต่จอมพลังรุ่นจิ๋ว
“น้องมายด์” สิริวิมล ประมงคล กับ สาวน้อยจอมเตะ “น้องจูน” วรวงษ์ พงษ์พานิช มีอะไรคล้ายกันหลายอย่างทั้งคู่เป็นเพียงสาวน้อยตัวเล็กๆ ในวัยยังไม่ครบ 16 ปี น้ำหนักตัวไม่เกิน 49 กิโลกรัม
ฝ่ายแรกคว้าเหรียญรางวัลแรกให้กับทีมชาติไทยจากเหรียญเงินการแข่งขันยกน้ำหนักรุ่นไม่เกิน 48 กก. ขณะที่ฝ่ายหลังคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันเทควันโดรุ่นไม่เกิน 49 กก. เป็นเหรียญทองแรกของทัพนักกีฬาจากแดนสยาม
น้องมายด์ใช้ชีวิตอยู่กับคุณพ่อ น้องสาว และคุณปู่ หลังจากที่คุณแม่ล้มป่วยและเสียชีวิตลงเมื่อเธออยู่ชั้น ป.4 ขณะที่น้องจูนเสียคุณพ่อไปด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเมื่อเธออยู่เพียงชั้น ป.4 เช่นกัน ในบ้านของเธอจึงมีเพียงคุณแม่ พี่ชาย และตัวเธอเอง
“
คุณแม่ดีใจมาก บอกว่าจะซื้อแบล็คเบอร์รี่เป็นของขวัญ เพราะว่าหนูอยากได้เอาไว้คุยกับเพื่อน แต่ว่าพี่ชายไม่ให้อะไรหรอกค่ะ” น้องจูนกล่าวขำๆ ก่อนที่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จะประกาศแจกแบล็คเบอร์รี่เป็นรางวัลให้กับเธอในเวลาต่อมากว่าจะมาถึงวันนี้ได้ น้องจูน ซึ่งกัดฟันฝืนอาการบาดเจ็บที่เป็นมาตั้งแต่รอบแรก เอาชนะคู่ต่อสู้ 4 คนในวันเดียวกัน เล่าให้ฟังว่า เธอต้องตื่นแต่เช้าเพื่อซ้อมรอบแรกของวันตอน 06.0008.00 น. โดยเป็นการเล่นเวตและวิ่ง
จากนั้นเธอจึงจะได้ไปโรงเรียน ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 แห่งคือ โรงเรียนสตรีพัทลุง และโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เวลาที่เดินทางมาเก็บตัวในกรุงเทพฯ ก่อนที่การซ้อมรอบเย็นจะมีขึ้นเวลา 17.0020.00 น.
“
หนูไปสายค่ะ หนูเข้าเรียนสาย ซึ่งก็มีเรียนไม่ทันเพื่อนบ้างนิดหน่อย แต่โรงเรียนก็จะจัดติวให้หนูเป็นการพิเศษ” นักเรียนชั้น ม. 4 สายศิลป์ภาษาจีน กล่าวก่อนลงสนามคุณแม่และกองเชียร์รวม 12 ชีวิตลงทุนนั่งรถตู้มาจาก จ.พัทลุง เข้าสู่ประเทศสิงคโปร์ กินเวลารวมถึง 15 ชั่วโมง แต่เหรียญทองนี้จะทำให้ด้านหนึ่งของชีวิตเธอเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
เงินรางวัล 5 แสนบาทจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติที่เธอจะยกให้คุณแม่ทั้งหมด สวัสดิการเดือนละ 8,000 บาทไปจนถึงอายุ 35 ปี และทุนการศึกษาจนถึงระดับชั้นปริญญาเอกน่าจะทำให้ชีวิตหนักๆ ของเธอเบาสบายขึ้นมาไม่น้อย แต่เธอยืนยันว่าเธอจะยังคงเป็นจูนคนเดิมที่ชอบเฮฮากับเพื่อนๆ เหมือนเดิม
ขณะที่น้องมายด์ แม้จะเคยปรากฏตัวตามหน้าสื่อหลายครั้ง บอกว่า ยังมีคนรู้จักเธอไม่มากนัก และคิดว่าต่อไปนี้อาจจะมีคนรู้จักมากขึ้น
นอกจากนี้ ชีวิตอาจจะสบายขึ้นมาบ้าง เพราะรางวัลสำหรับเหรียญเงินคือ 3 แสนบาท กับสวัสดิการเดือนละ 5,000 บาท พร้อมทุนการศึกษาจนจบปริญญาเอก
“
ก็อาจจะมีชื่อเสียงมากขึ้น หนูก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนน่ะค่ะ” เจ้าของส่วนสูง 142 ซม.ที่สวมคอนแทคเลนส์บิ๊กอายที่เธอบอกว่า “ใส่เล่นๆ” กล่าวอย่างร่าเริงบทเรียนและประสบการณ์
เหรียญเงินของน้องมายด์ทำให้เธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ แต่ไม่ใช่เหรียญเงินของ
“น้องนก” ชิดชนก พูลทรัพย์สกุล จอมพลังหญิงในรุ่น 63+ กก.เธอคือเป้าหมายเหรียญทองเดียวของทัพนักกีฬาไทยในยูธ โอลิมปิก ครั้งนี้ และเธอก็ตั้งความหวังกับตัวเองไว้สูงไม่น้อย ซึ่งมันก็เกือบจะสำเร็จ
ด้วยน้ำหนักตัวกว่า 119 กก. ทำให้น้องนก ซึ่งต้องฝืนอาการบาดเจ็บเท้าในรองเท้าคู่ใหม่และอาการหน้ามืดขณะยกท่าคลีนแอนด์เจิร์ก เสียเหรียญทองให้กับ โอลกา ซูโบวา คู่แข่งจากรัสเซีย ที่แม้จะยกน้ำหนักรวมได้เท่ากัน แต่ซูโบวาหนักเพียง 71.59 กก.
นั่นทำให้เธอร้องไห้อย่างหนักและบอกสั้นๆ ว่า
“ต่อไปนี้จะกลับไปซ้อมต่อเพื่อทำให้ได้สูงที่สุด”อย่างไรก็ตาม ปวีณา ทองสุก รุ่นพี่ที่เคยคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2004 มองโลกในแง่ดีว่า
“
มันเป็นแมตช์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับเด็กอายุ 17 ปี ทุกคนคาดหวัง ทุกคนคาดว่าจะได้เหรียญ แต่มันไม่ได้ตามความคาดหวัง แต่จริงๆ แล้วน้องเขายกได้ตามเกม ตอนซ้อมก็ยกได้เท่านี้ แต่เขามั่นใจทุกครั้ง เขามั่นใจ ต่อไปในอนาคตเขาจะมีความมั่นใจในการขึ้นไปบนเวที”ยกเหล็กเปลี่ยนความฝัน
อีก 1 เหรียญเงินของทีมจอมพลังเยาวชนไทยมาจาก
“น้องก๊อด” จตุภูมิ ชินวงศ์ ในรุ่น 77 กก.ชาย ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณดีสำหรับทีมยกน้ำหนักชายในเวทีนานาชาติรายการใหญ่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผลงานในเวทีโอลิมปิกเป็นของฝ่ายหญิงเสียทั้งหมดแต่จริงๆ แล้ว น้องก๊อดอยากเป็นนักฟุตบอล
“
ตอนแรกผมมาสอบฟุตบอลที่โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครราชสีมา แต่ฟุตบอลมันสอบยาก แต่ว่าผมตัวใหญ่เลยจับมายกน้ำหนัก” น้องก๊อด ซึ่งเล่นฟุตบอลในตำแหน่งแบ็กซ้ายและเป็นแฟนบอลตัวยงของบาร์เซโลนา กล่าวข้อดีของการยกน้ำหนักคือ เขาดูแลสภาพร่างกายของตัวเอง แตกต่างจากฟุตบอลที่เล่นเป็นทีม และโอกาสคว้าเหรียญรางวัลในเวทีใหญ่น้อยนิดนัก แต่ข้อเสียคือ
“มันหนักครับ”หลังจากเสียน้ำหนักไปมากมายจากการโดนดุ โดนตี โดนเคี่ยวเข็ญอย่างหนัก ดูเหมือนว่าทีมยกน้ำหนักชายไทยจะได้ดาวดวงใหม่
ยูธ โอลิมปิก เป็นการติดทีมชาติครั้งแรกของน้องก๊อดเท่านั้น และเขาทำได้ถึงเหรียญเงินเมื่อเทียบกับนักกีฬาในวัยเดียวกัน แน่นอนว่า เขาจะไม่หยุดอยู่เท่านั้น
นอกจากจะยกน้ำหนักเพื่อพ่อกับแม่แล้ว เขาบอกว่า
“
ผมตั้งใจว่าจะซ้อมเพื่อทำสถิติให้ขึ้นได้มากกว่านี้ เพราะผมอยากไปเอเชียนเกมส์ ผมอยากไปโอลิมปิก แต่ว่าสถิติจะต้องดีกว่านี้ จะต้องมี 50 ถึงจะได้” น้องก๊อด กล่าว โดยหมายถึงการยกท่าสแนตช์ให้ได้ถึง 150 กก. จากปัจจุบันที่ยกได้เต็มที่ 142 กก.แบดมินตันไทยไร้เทียมทาน
หลังจากที่เผชิญกับข่าวคราวไม่ค่อยจะสู้ดีนักในระยะหลังๆ วงการแบดมินตันได้ผงาดอย่างเต็มตัวในเวทียูธ โอลิมปิก
การขาด
“น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ ดีกรีแชมป์เยาวชนโลก ทำให้ทีมขนไก่ไทยไม่ได้ตั้งความหวังถึงเหรียญรางวัลใดๆ ในการเดินทางมาแข่งขันครั้งนี้ แต่ “น้องปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย และ “น้องพี” พิสิษฐ์ พูดฉลาด ลบคำสบประมาทลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิง“
เป็นอย่างนี้ดีแล้วค่ะ ที่ไม่โดนจับวางเป็นตัวเต็ง มาๆๆ ตีๆๆ ไม่เครียด ไม่กดดัน พอได้แล้วเราก็สบายใจ คิดว่าเราก็ทำได้เหมือนกัน” น้องปอป้อ สาวนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว หลังคว้าเหรียญทองประเภทหญิงเดี่ยว แต่เธอยังซูฮกว่ารัชนกคือมือ 1 ของเยาวชนไทยซึ่งเล่นดีกว่าจริงๆเช่นเดียวกับน้องพีที่ยอมรับว่า คิดว่าตัวเองจะตกรอบแรกแน่แท้ ก่อนจะคว้าเหรียญทองชายเดี่ยวมาครอง
“
ตอนแรกคิดว่าจะตกรอบแรกด้วยซ้ำ เพราะคู่แข่งแข็งแกร่งทั้งหมด แต่พอเล่นได้ดีก็มีกำลังใจ”น้องปอป้อและน้องพีปรากฏในข่าวใหญ่ของสื่อมวลชนที่สิงคโปร์ตั้งแต่การผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในประเภทหญิงเดี่ยวและชายเดี่ยว ก่อนจะสร้างผลงานคว้าเหรียญทองต่อหน้าคอกีฬาที่เข้ามาชมการแข่งขันในรอบชิงกันแน่นสิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม
สิ่งที่ผู้ชมในสนามได้เห็นตลอดการแข่งขันคือเสียงตะโกนของเด็กไทย ซึ่งน้องปอป้อบอกว่าไม่ได้มีความหมายอะไร เธอเพียงแต่ต้องการจะกระตุ้นตัวเอง ขณะที่น้องพีบอกว่า หากไม่กระตุ้นหรือว่าเร่งตัวเองจะตีไม่ออกเอาเสียเลย
หลังคว้าชัยชนะเหนือ ฮาซีนา ซูนิล กูมาร์ ปรานนอย (อินเดีย) น้องพีถึงกับออกอาการยึกยักตามจังหวะเพลง ก่อนจะวิ่งไปยกมือไหว้ขอบคุณผู้ชมบนอัฒจันทร์
อาการ
“บ้าพลัง” ทั้งขณะแข่งขันและหลังจากแข่งเสร็จนี้ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนๆ ที่สิงคโปร์ไปโดยทันที“
ในสนามผมเป็นอย่างนี้ เป็นเอกลักษณ์ของผม แต่นอกสนามเป็นคนละคน ถ้ามีจังหวะเล่นผมก็เล่น ถ้ามีจังหวะตลกผมก็ตลกครับ คือ ผมเป็นคนจริงจัง”






