
อย่าให้ใครต้องอ่อนแอเพราะ รัก!
โดย...บีเซลบับ ภาพ จากภาพยนตร์ Revolutionary Road/อีพีเอ
โดย...บีเซลบับ ภาพ จากภาพยนตร์ Revolutionary Road/อีพีเอ
หนุ่มสาวที่คิดว่าตัวเองรักคนรักหรือแฟนมากๆ จะทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงแบบริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ตัดสินใจให้ทุกอย่าง ทุ่มเทให้ทุกอย่าง ทำอะไรให้ทำทุกอย่างให้ ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ มองได้หลายแง่ ซึ่งบางแง่ก็ทำให้บางคนต้องทนทุกข์กับความรัก หรือบางคนก็แทบจะเอาตัวไม่รอด
ไม่เฉพาะความรักของหนุ่มสาว หากความสัมพันธ์แบบใดก็ไม่ดีทั้งนั้น เพราะความรักที่มากเกิน ประคบประหงมเกิน พะเน้าพะนอเกิน บอกได้ว่าไม่ดีหรอก ดูอย่างเรื่องของเจน เจนถูกกลุ้มรุมด้วยความรักจากแฟนหนุ่ม นานไปเธอกลายเป็นพวกติดกับความรัก ไปไหนไม่รอด ไปไหนไม่เป็น เพราะคุ้นเคยกับความสะดวกสบาย ความเอาอกเอาใจ ทำอะไรไม่เป็น ทำอะไรไม่ผิด (เพราะอีกฝ่ายยอมให้ หรือยอมอ่อนข้อให้ คล้อยตามกันในสิ่งผิด) นานเข้าก็ตัวติดกัน ส่วนหนึ่งเพราะเข้ากับใครไม่ได้ คุยกันได้และคบกันได้อยู่แค่สองคน ส่วนกับคนอื่นกลายเป็นคนไม่น่าคบ
บางคนอาจแย้งว่าแล้วไง รักกันแล้วอยู่ด้วยกันก็ดีหรือมิใช่ ก็ใช่ แต่ก็ไม่ใช่ ประเด็นที่ต้องคิดคือมนุษย์อยู่ไม่ได้แค่คนสองคน มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่และอาศัยพึ่งพาประโยชน์ซึ่งกันกับหมู่คณะ มีบทบาทและหน้าที่ภายในกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มเล็ก เพื่อนฝูง ครอบครัวไปจนถึงประเทศชาติ
ความรักเป็นสิ่งดี แต่ถ้ามากเกินไป ความรักนั้นจะแว้งกลับมาทำร้ายคู่รักหรือคนทั้งคู่ได้อย่างนึกไม่ถึง ลองคิดดูว่า ถ้าตัวติดกันแบบตลอด 24 ชั่วโมง อย่างนี้ก็ไม่ดีแน่ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่มีอิสระในการทำกิจกรรมหรือไม่มีเวลาสำหรับตัวเองเลย ขาดอิสรภาพ ขาดความเป็นตัวของตัวเอง ขาดวุฒิภาวะทั้งอารมณ์และจิตใจ
ในที่สุดก็กลายเป็นคนแหยแฝ่น เจนตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ (ต้องรอให้อีกฝ่ายตัดสินใจให้) ตั้งแต่เรื่องใหญ่ๆ ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เช่น การเลือกสถานที่เรียน การเลือกสถานที่ทำงาน การตัดสินใจทางธุรกิจ หรือแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ เช่น การกินอาหาร จะกินอะไรร้านไหน สีของกระโปรงหรือเสื้อผ้าในแต่ละวัน เจนก็ยังต้องรอให้แฟนตัดสินใจให้
เรื่องของเจน ความรักได้ทำให้เธอกลายเป็นคนอ่อนแอ เนื่องจากกระบวนการของการตัดสินใจที่เว้าแหว่ง ยิ่งตัวเธอมีบุคลิกอ่อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ยิ่งมีส่วนทำให้ถูกทำร้ายด้วยความรัก ทุกวันนี้ไม่กล้าตัดสินใจอะไร จะทำอะไรก็ต้องคอยให้คู่หรือคนรักมาช่วยคิด ช่วยอนุมัติ ความเห็นความคิดบิดเบี้ยวหมด
ความรักที่มากเกินไป ไม่เฉพาะคู่รักคนรักหรือใครที่เป็นแฟนกันจะต้องระวัง หากพ่อแม่ที่มีลูกก็ต้องระวังตัวเอง อย่ารักตามใจลูกจนเกินควร ผลลัพธ์เดียวกันคือความอ่อนแอของลูกที่ได้รับความรักนั่นเอง ลูกสองคนโตขึ้นไม่เหมือนกัน ลูกคนแรกพ่อรักมาก ทะนุถนอมมาก ทำทุกอย่างให้เปิดตำราเลี้ยงลูกสมบูรณ์แบบ ลูกน่ารักสมใจแต่โตขึ้นแล้วกลายเป็นคนอ่อนแอ ออกแนวไม่กล้า
ลูกคนนี้ในวัย 6-7 ขวบ พ่อพาไปเรียนว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำ เมื่อครูบอกให้กระโดดลงสระ ลูกชายไม่กล้าโดด มองหน้าพ่อ ทั้งพ่อและครูไม่รู้จะทำยังไง เพราะเด็กยืนกรานไม่ยอมโดด ครูบอกเอางี้ คุณพ่อกลับไปก่อน ตกเย็นพ่อไปรับกลับ ถามลูกว่าตกลงได้โดดลงสระหรือเปล่า ลูกตอบว่าไม่ได้โดดหรอก แต่ครูผลักเขาลงสระไปเลย จึงได้เริ่มเรียนว่ายน้ำกับเพื่อนได้
พ่อโกรธหน่อยๆ อีกวันถัดมาจึงไปต่อว่าครู ทำไมถึงผลักลูกชายตกน้ำ ดูไม่เหมาะสมและรุนแรงเกินไป ครูตอบว่าเด็กที่พ่อแม่รักมากจะรู้สึกอบอุ่นมาก จนไม่กล้าตัดสินใจทำอะไร แค่จะโดดลงสระยังไม่กล้า ที่ครูผลักเด็กลงสระเพราะรู้ว่าไม่มีอันตราย เด็กจะได้เรียนรู้ประสบการณ์ของการตัดสินใจ และกล้าเริ่มลงมือทำในสิ่งใหม่ๆ
พ่อเข้าใจและกลับมาบ้าน ปรึกษาภรรยาว่า ลูกคนที่ 2 อย่าเลี้ยงแบบคนแรกเลย ไม่ทะนุถนอมมากแล้ว แต่หัดให้ตัดสินใจเอง ทำอะไรเอง ถึงวันนี้ลูกคนที่สองโตขึ้นกลายเป็นคนกล้าคิดกล้าทำ หาเงินได้มากกว่าลูกคนโต ซึ่งยังดูแหยๆ เวลาทำงานไม่กล้าตัดสินใจนัก ความรักที่มากเกินไปบางทีก็ให้ผลลัพธ์เป็นคนละเรื่อง
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า รัก(ที่)มากเกินไป ทำให้อ่อนแอ ช่วยตัวเองและคนที่รักด้วยการรักให้น้อยๆ หน่อย แต่รักให้เป็น...ก็พอ ถ้าคุณเป็นคนที่กำลังรักใครมากๆ จนอาจจะมากเกินไป เรื่องนี้อาจเป็นอุทาหรณ์ช่วยให้ฉุกคิดและได้สติ เช่นเดียวกันถ้าคุณเป็นฝ่ายที่กำลังถูกรัก หรือกำลังถูกทำร้ายด้วยความรักที่มากเกินพอดี ก็หวังว่าจะได้สติ หาเห็นหนทาง ออกจากความรักที่ล้นจนท่วมนี้ได้แล้ว







