posttoday
เทคโนเวิลด์

เทคโนเวิลด์

21 สิงหาคม 2559

วิเคราะห์พันธุกรรมบนเสื้อผ้ามนุษย์น้ำแข็ง

วิเคราะห์พันธุกรรมบนเสื้อผ้ามนุษย์น้ำแข็ง

ทีมวิจัยของสถาบันศึกษาแมมมอธและมนุษย์น้ำแข็ง มหาวิทยาลัยดับลิน เปิดเผยผลการวิเคราะห์รหัสพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) บนเสื้อผ้าและเครื่องใช้ของมนุษย์น้ำแข็งอายุกว่า 5,300 ปี พบว่า เสื้อผ้าและเครื่องใช้ดังกล่าวทำจากผิวหนังของสัตว์ที่แตกต่างกันอย่างน้อย 5 ชนิด เช่น หมวกที่ทำจากขนและหนังหมีสีน้ำตาล ที่บรรจุลูกธนูทำจากหนังกวาง เชือกรองเท้าทำจากหนังวัว ผ้าเตี่ยวทำจากหนังแกะ และยังมีหนังอีกหลายประเภทที่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นหนังของสัตว์ชนิดใด โดยผลการวิจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เสื้อผ้าของมนุษย์ยุคน้ำแข็ง 1 ตัว ใช้หนังสัตว์มาประกอบกันอย่างน้อย 4 ชนิด เช่น แพะและแกะ ซึ่งเย็บเข้าด้วยกันด้วย และแสดงให้เห็นว่า มนุษย์ยุคน้ำแข็งสามารถแยกแยะได้ว่า สัตว์ชนิดใดเป็นสัตว์สำหรับล่า และสัตว์ชนิดใดเป็นสัตว์เลี้ยง โดยวิเคราะห์จากวัตถุดิบที่ใช้ทำเสื้อผ้า เช่นเดียวกับอาหารการกินของมนุษย์ยุคน้ำแข็ง ทั้งนี้ ร่างของมนุษย์ยุคน้ำแข็งถูกพบครั้งแรกเมื่อปี 1991 ในเทือกเขาแอลป์ อิตาลี และเริ่มมีการวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมของมนุษย์น้ำแข็งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

นักวิจัยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมสำรวจพื้นที่ยากจน

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐ ประยุกต์ภาพถ่ายทางดาวเทียมเข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อสำรวจว่า พื้นที่หรือประเทศใดที่ประสบปัญหาความยากจน โดยวิเคราะห์บนฐานข้อมูลรายได้ประชากรของประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจน หรือการที่ประชากรมีรายได้ต่อหัวต่ำกว่า 1 เหรียญสหรัฐ/วัน (ราว 34.64 บาท) ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ปัญหาความยากจนในประเทศในทวีปแอฟริกา 5 ประเทศ ได้แก่ ไนจีเรีย แทนซาเนีย อูกันดา รวันดา และมาลาวี จากในอดีตที่ใช้วิธีสำรวจรายได้และการใช้จ่ายของแต่ละครัวเรือน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ไม่สม่ำเสมอ และบางครั้งไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่มีความขัดแย้งได้ ส่งผลให้ทีมวิจัยเลือกใช้ภาพถ่ายทางดาวเทียมในการศึกษาแทน ด้วยการใช้ข้อมูลจากแสงไฟตอนกลางคืนและกลางวัน รวมถึงแสงสะท้อนของหลังคาบ้าน ถนน เขตเมือง ผืนนา และทางน้ำไหล ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็ให้ภาพแตกต่างกันออกไป หลังจากนั้นจึงใช้เทคโนโลยีเอไอประมวลผล

“จระเข้น้ำเค็ม” ครองแชมป์สัตว์กัดหนักที่สุดในโลก

นักวิทยาศาสตร์จัดอันดับสัตว์ที่กัดเจ็บที่สุดในโลก 10 อันดับ โดยจระเข้น้ำเค็มครองอันดับ 1 ด้วยแรงกัดถึง 7,700 ปอนด์/ตารางนิ้ว (พีเอสไอ) ซึ่งจระเข้น้ำเค็มพบมากในอินเดีย เอเชียใต้ และออสเตรเลีย อีกทั้งยังเป็นนักล่าเลื้อยคลานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ขณะที่อันดับที่ 2 ได้แก่ จระเข้แม่น้ำไนล์ ด้วยแรงกัด 5,000 พีเอสไอ พบมากในทวีปแอฟริกาตามทะเลสาบและแม่น้ำต่างๆ ตามมาด้วยจระเข้อเมริกาที่มีแรงกัด 2,125 พีเอสไอ พบมากทางตอนใต้ของสหรัฐ คาดว่ามีจระเข้อเมริกากว่า 5 ล้านตัวในโลก โดย 1.2 ล้านตัว อาศัยอยู่ในรัฐฟลอริดา เทกซัส นอร์ธแคโรไลนา เซาท์แคโรไลนา และอลาบามา ขณะที่อันดับ 4 ได้แก่ ฮิปโปโปเตมัส แรงกัด 1,821 พีเอสไอ ส่วนเสือจากัวร์อยู่ในอันดับที่ 5 ด้วยแรงกัด 2,000 พีเอสไอ ซึ่งสามารถสังหารเหยื่อได้ด้วยการกัดเพียงครั้งเดียว ตามมาด้วยกอริลล่าหลังเงิน แรงกัด 1,300 พีเอสไอ ปลาฉลามหัวบาตรและหมีกริซลี่ แรงกัด 1,250 พีเอสไอ หมีขั้วโลก แรงกัด 1,235 พีเอสไอ และไฮยีน่า แรงกัด 1,100 พีเอสไอ

ผลการศึกษาชี้ ติดเชื้อไวรัสตอนเช้าอันตรายกว่า 10 เท่า

ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ พบว่า การติดเชื้อไวรัสในตอนเช้าส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าช่วงเวลาอื่นถึง 10 เท่า เช่นเดียวกับการติดเชื้อช่วงที่ร่างกายอ่อนแอและปรับตัวได้ไม่เต็มที่ เช่น อาการอ่อนเพลียจากการเดินทางโดยเครื่องบินเป็นเวลานาน (เจ็ตแล็ต) อาการอ่อนเพลียจากการทำงานเป็นกะ ซึ่งเป็นช่วงที่นาฬิกาชีวิตทำงานไม่เหมาะสม ทั้งนี้ อคิเลช เรดดี ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ระบุว่า ระบบร่างกายในช่วงเช้าเป็นช่วงที่เหมาะสมสำหรับไวรัสในการขยายเซลล์ เนื่องจากรหัสพันธุกรรมนาฬิกาชีวิตที่เรียกว่า Bmal1 ทำงานได้ไม่เต็มที่ในช่วงเช้าและฤดูหนาว แต่ทำงานเต็มที่ในช่วงกลางวัน อย่างไรก็ดี การทดลองดังกล่าวยังเป็นแค่การทดลองในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และสัตว์ทดลองเท่านั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่า การแพร่เชื้อไวรัสในมนุษย์มีลักษณะคล้ายคลึงกับสัตว์ทดลองมากแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69