
ระทึก ‘ผักตบชวา’ ขยายพันธุ์พรึ่บ กรมชลฯ มั่นใจ ‘กอสวะ’ ไม่ป่วนกรุง
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
เท่าที่พอสืบทราบได้ พบว่า “ผักตบชวา” ปรากฏในประเทศไทยครั้งแรกราวๆ ปี 2444 หรือร่วมๆ 115 ปีที่ผ่านมา
ระยะเวลากว่า 100 ปี ที่ผักตบชวาดำรงอยู่ เต็มไปด้วยปัญหาจากการขยายพันธุ์อย่างทวีคูณไม่จบสิ้น โดยธรรมชาติของผักตบชวาเพียง 1 ต้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะขยายพันธุ์เพิ่มเป็น 1,000 ต้น ภายในระยะเวลา 1 เดือน
มากไปกว่านั้นก็คือ ถึงแม้ว่าน้ำในแหล่งน้ำจะแห้งขอดจนกระทั่งผักตบชวาแห้งตาย ทว่าเมล็ดของผักตบชวากลับมีชีวิตยืนยาวต่อไปได้อีก 15 ปี
เมล็ดเหล่านั้นพร้อมจะแตกหน่อเกิดเป็นต้นใหม่ทันทีที่ได้รับน้ำเพียงพอ
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา การขยายพันธุ์ของผักตบชวาในแม่น้ำสายหลัก แม่น้ำสาขา และลำคลองย่อยๆ ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง และได้รับการผลักดันให้กลายเป็น “วาระแห่งชาติ”
ถึงขั้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องออกมากำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะส่วนราชการและหน่วยงานทางทหารต้องกำจัดผักตบชวา รวมถึงขุดลอกคูคลองให้น้ำไหลได้อย่างสะดวก
นั่นเพราะไม่อาจไว้วางใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ภายหลังพบว่าผักตบชวาจำนวนมหาศาลสะสมบริเวณ “เหนือเขื่อนเจ้าพระยา” ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เป็นระยะทางยาวกว่า 3-5 กิโลเมตร ด้วยปริมาณไม่น้อยกว่า 5 หมื่นตัน
นอกจากคุณภาพน้ำที่ต่ำกว่าเกณฑ์และส่งกลิ่นเหม็นเน่าแล้ว ยังพบว่าจุดที่มีผักตบชวาสะสมหนาแน่นนั้น ห่างจากจุดเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำป่าสักและเจ้าพระยาเพียง 20 กิโลเมตร เท่านั้น
หากเปิดประตูเขื่อนเจ้าพระยา ย่อมมีความเป็นไปได้สูงที่กอผักตบชวาจะเล็ดลอดเข้าไปสู่แม่น้ำป่าสัก ไหลเข้าคลองและลำน้ำสาขา รวมทั้งไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามายังพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จนหลายฝ่ายกังวลว่า “ผักตบชวาจะบุกกรุง”
แม้ว่ากองทัพบก กองทัพอากาศ กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และจังหวัด ต่างขานรับและร่วมระดมกำลังเพื่อช่วยกันยับยั้งปัญหา รวมทั้งจัดตั้ง “ศูนย์อำนวยการจัดเก็บผักตบชวาที่เขื่อนเจ้าพระยา” ขึ้นที่ จ.ชัยนาท และระดมเครื่องมืออุปกรณ์เต็มรูปแบบ แต่ทว่าการดำเนินการต้องใช้ระยะเวลาอีกสักระยะ
“ผักตบชวาที่พบเห็นตั้งแต่ จ.ปทุมธานี นนทบุรี จนถึง กทม. น่าจะเป็นผักตบชวาที่มาจาก จ.อยุธยา ลงมาตามลำคลองสาขาต่างๆ เนื่องจากขณะนี้ไม่มีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา” ณัฐชัย พลกล้า ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำ กรมเจ้าท่า อธิบาย
ข้อมูลจากสำนักข่าวสิ่งแวดล้อมกรีนนิวส์ ซึ่งเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ สุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า ปัญหาผักตบชวาจะไม่ส่งผลกระทบต่อ กทม. เนื่องจากทางเขื่อนเจ้าพระยายังไม่มีการเปิดบานระบายน้ำในช่วงนี้ ส่วนที่พบเห็นในบริเวณพื้นที่ล่างเขื่อนลงไป คือผักตบชวาที่เจริญเติบโตอยู่ตามพื้นที่ตอนล่างลงมาอยู่แล้ว
“ผักตบชวาเป็นวัชพืชน้ำที่เจริญเติบโตรวดเร็ว กำจัดอย่างไรก็ไม่หมด ปกติเราก็จะทยอยเก็บมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. เนื่องจากเดือน ส.ค.จะเป็นช่วงน้ำไหลหลาก เป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดทุกปี เราจึงมีงบประมาณเตรียมไว้กำจัดอยู่แล้ว และช่วงนี้ก็พอดีที่น้ำเพิ่งมา ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย” อธิบดีกรมชลประทานให้ความเชื่อมั่น
สุเทพ บอกว่า ก่อนหน้านี้ทางกรมได้ดำเนินการเก็บผักตบชวาบริเวณนี้เสร็จสิ้นไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากฝนที่ตกและปริมาณน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ผักที่ยังค้างอยู่ตามตลิ่งก็งอกงามใหม่อีกครั้ง จนกลายเป็นสภาพดังกล่าวภายในระยะเวลาเพียงราว 2 สัปดาห์
“หลังจากบูรณาการกันในรอบนี้ ต่อไปทางกรมจะต้องมีเครื่องจักรประจำอยู่ที่นี่อย่างน้อย 1-2 ชุด จากเดิมที่จะต้องย้ายไปมาเพื่อปฏิบัติการที่อื่น หลังจากนี้เมื่อมีผักตบชวาลอยมาเราก็เก็บเลย ไม่ให้มีการสะสม หรือหากยังไม่เพียงพอก็ต้องเสริมเครื่องจักรเพิ่มตามความเหมาะสม” สุเทพ ระบุ
ภาวนาขอให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมชลประทานพยากรณ์ ขอให้กอผักตบชวาไม่สร้างปัญหากระทบเมืองกรุง







