
วิปัสสนาญาณ...หลักธรรมในพระพุทธศาสนา (๓)
ปุจฉา : ๑.กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอารยะวังโส โยมมีข้อปุจฉาดังนี้ ด้วยโยมรักษาศีลแปดมาได้ ๕ ปีแล้ว แต่ภาวนาอยู่ที่บ้านเนื่องจากไม่ต้องการไปรบกวนพระสงฆ์ที่วัด จึงไม่ก้าวหน้าในการปฏิบัติ โยมเป็นลูกศิษย์พระป่าจึงภาวนาพุทโธ เมื่อโยมได้ฝึกอานาปานสติตามวิธีของพระคุณเจ้านั้น เพราะหวังความก้าวหน้า (โดยฝึกจาก MP๓ ที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต) โยมรู้สึกว่าเจ็บที่หน้าอก หายใจไม่สะดวก ควรแก้อย่างไร ขอพระคุณเจ้าโปรดเมตตาชี้แนะด้วย
ปุจฉา : ๑.กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอารยะวังโส โยมมีข้อปุจฉาดังนี้ ด้วยโยมรักษาศีลแปดมาได้ ๕ ปีแล้ว แต่ภาวนาอยู่ที่บ้านเนื่องจากไม่ต้องการไปรบกวนพระสงฆ์ที่วัด จึงไม่ก้าวหน้าในการปฏิบัติ โยมเป็นลูกศิษย์พระป่าจึงภาวนาพุทโธ เมื่อโยมได้ฝึกอานาปานสติตามวิธีของพระคุณเจ้านั้น เพราะหวังความก้าวหน้า (โดยฝึกจาก MP๓ ที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต) โยมรู้สึกว่าเจ็บที่หน้าอก หายใจไม่สะดวก ควรแก้อย่างไร ขอพระคุณเจ้าโปรดเมตตาชี้แนะด้วย
โดย....พระอาจารย์อารยะวังโส
๒.ปัจจุบันมีภิกษุณีและสามเณรีอยู่มาก ในพื้นที่ที่โยมอยู่ก็มีสำนักนี้อยู่ด้วย โยมไม่แน่ใจว่าควรจะไปศึกษาจากที่นี่หรือไม่ เพราะโยมได้ฟังพระธรรมเทศนามาว่า ฝ่ายเถรวาทไม่มีภิกษุณีอยู่แล้ว เพราะมีภิกษุณีทำให้อายุพระศาสนาสั้น
กราบนมัสการด้วยความเคารพ
โยมอัจฉรา แก้วใส
วิสัชนา : กลับมาพิจารณาวิสัชนาธรรมตามที่ปุจฉามาในข้อที่ ๑ ซึ่งกล่าวถึงความรู้สึกว่า เจ็บที่หน้าอก หายใจไม่สะดวกนั้น เข้าใจว่าคงเป็นวิธีการควบคุมลมหายใจเข้าหยุดลมและหายใจออก คงไม่ใช่วิธีการกำหนดตามดูรู้ลมหายใจเข้าหายใจออก ซึ่งเป็นอุบายวิธีเพื่อควบคุมจิตให้ตั้งมั่น โดยการควบคุมลมหายใจทั้งเข้าและออก ที่กล่าวเป็นนัยว่าตั้งจิตไว้ที่ลม อย่าให้หล่นลงมาจากลมที่หายใจเข้าออก ดังนั้นหากรู้สึกเจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก แสดงว่าการควบคุมลมหายใจหนักแน่นเกินไป ให้ผ่อนคลาย และเปลี่ยนแปลงมาเป็นการกำหนดรู้ลมเข้ายาวลมออกยาว หรือ เมื่อลมหายใจเข้าเปลี่ยนแปลงมาเป็นสั้นก็พึงตามรู้ ก็จะคลายจากลมที่อัดแน่นอยู่ที่หน้าอกจนหายใจไม่ค่อยสะดวก หรือปฏิบัติไปตามที่สอน แต่ให้รู้จักการผ่อนคลาย อย่าควบคุมจนกดแน่นเกินไป เพราะปัญหาสุขภาพร่างกายของโยมอัจฉราไม่เอื้อต่อการปฏิบัติอย่างเข้มแข็ง จึงต้องบรรเทาการกำกับควบคุมจิต อย่าบีบเค้นบีบคั้นจิตจนเกินไป แล้วจะคลายจากอาการจุกเจ็บที่หน้าอก
สำหรับการรักษาศีล ๘ มาห้าปีแล้วนั้นเป็นเรื่องที่ดี ขออนุโมทนาอย่างยิ่ง เพราะมีอานิสงส์อย่างยิ่ง เป็นการเข้าสู่การประพฤติพรหมจรรย์ ประพฤติเนกขัมมะนิสัย ด้วยเห็นโทษภัยในการเกี่ยวข้องกับกามคุณ...
ในการภาวนา “พุทโธ” นั้น ถือได้ว่าเป็นองค์ภาวนาที่ประเสริฐเลิศล้ำ โดยเฉพาะเมื่อพุทโธรวมลงเป็นหนึ่งเดียวกับจิต จนเกิดญาณรู้ในจิต สอดส่องเห็นความจริงในการเกิดดับ และตามพิจารณาอย่างลุ่มลึก อันเป็นไปตามลำดับของวิปัสสนาญาณ ในความจริงของสังขารทั้งหลาย จนประชุมความรู้ลงที่ความรู้แจ้งเห็นจริงว่า
สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยง
สังขารทั้งหลาย เป็นทุกข์
ธรรมทั้งหลาย เป็นอนัตตา
ดังที่ได้กล่าวมาในเบื้องต้นเมื่อไหร่... ก็ย่อมตรัสรู้ในธรรมอริยสัจได้อย่างแท้จริง ดังที่ครูบาอาจารย์ พระอริยสาวกท่านได้ถือประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา
การปฏิบัติธรรมตามแบบแผนในพระพุทธศาสนานั้น ต้องเรียนรู้หลักการหลักธรรมให้ถูกต้องตามแบบแผน และอุบายวิธีของแต่ละท่านที่นำมาสั่งสอน อันเป็นไปตามวิสัยของสัตว์ที่มีจริตแตกต่างกันไป จึงควรเข้าหาพระสงฆ์ที่สามารถในการสั่งสอน อย่าคิดว่า “ไปรบกวน” เรื่องการให้ธรรมะหรือการถามธรรมะ ไม่ถือว่าเป็นการรบกวน เป็นเรื่องควรสงเคราะห์ต่อกัน... หากไม่สงเคราะห์ตามฐานะที่ควรสงเคราะห์ได้ ถือได้ว่าไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
จากปุจฉาข้อที่ ๒ ปัจจุบันมีภิกษุณีและสามเณรีอยู่มาก ก็ให้ถือว่าเป็นเรื่องปกติของโลกยุคไร้พรมแดน ซึ่งมีการบรรพชาอุปสมบทของพุทธศาสนาในสายมหายาน ในส่วนของพุทธศาสนาเถรวาทของเรานั้นถือว่าได้ขาดตอนไปแล้ว จึงไม่มีภิกษุณีสามเณรี โดยมหาเถรสมาคมถือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดในเรื่องดังกล่าว อันเป็นไปตามแบบแผนของ “พุทธศาสนาเถรวาท” ดังที่ปรากฏมีอยู่ในประเทศไทย ก็สืบสายตามความเชื่อของมหายาน ซึ่งมักจะผ่านการบรรพชาอุปสมบทมาจากคณะสงฆ์มหายาน ประเทศไต้หวัน ดังเช่น ภิกษุณีวรมัย กบิลสิงห์ ซึ่งได้ละไปแล้ว อาตมาเคยพบและพูดคุยด้วยกับหลวงแม่วรมัย ที่วัดทรงธรรมกัลยาณี จ.นครปฐม
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







