
เตรียมตัวเตรียมใจ กับ 4 โรค ผู้สูงอายุ
แรงงานสูงวัยที่กำลังจะเป็นคลื่นลูกใหม่ขับเคลื่อนสังคมไทยในทศวรรษหน้าจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ คือ โรคภัยไข้เจ็บที่มักเกิดในผู้สูงวัย ไม่ว่าตอนนี้จะเป็นผู้สูงวัยแล้วหรือไม่ก็ตาม แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเดินหน้าสู่สังคมผู้สูงอายุด้วยกันทั้งสิ้น อย่างไรก็ต้อง “แก่” และเพิ่มโอกาสตัวเองในการเป็นโรคใดโรคหนึ่งในกลุ่มโรคผู้สูงอายุ ระวังตัวไว้ก่อนดีกว่า
แรงงานสูงวัยที่กำลังจะเป็นคลื่นลูกใหม่ขับเคลื่อนสังคมไทยในทศวรรษหน้าจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ คือ โรคภัยไข้เจ็บที่มักเกิดในผู้สูงวัย ไม่ว่าตอนนี้จะเป็นผู้สูงวัยแล้วหรือไม่ก็ตาม แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเดินหน้าสู่สังคมผู้สูงอายุด้วยกันทั้งสิ้น อย่างไรก็ต้อง “แก่” และเพิ่มโอกาสตัวเองในการเป็นโรคใดโรคหนึ่งในกลุ่มโรคผู้สูงอายุ ระวังตัวไว้ก่อนดีกว่า
1.โรคหัวใจ
โรคหัวใจที่พบมากในผู้สูงอายุ คือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือโรคหัวใจโคโรนารี อันเกิดจากการตีบแคบลงของรูหลอดเลือด ทำให้ปริมาณเลือดที่ไหลผ่านเข้าไปในหลอดเลือดน้อยลงกว่าปกติ การตีบของหลอดเลือดเกิดขึ้นบริเวณผนังชั้นในสุดของหลอดเลือด เนื่องจากมีการสะสมของไขมัน คอเลสเตอรอล แคลเซียม หรือมีการเพิ่มเซลล์พังผืดในหลอดเลือด จึงทำให้รูของหลอดเลือดเล็กลง ปริมาณเลือดที่จะไหลผ่านเข้าไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจจึงลดลงนั่นเอง
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดแข็ง ได้แก่
- การสูบบุหรี่ คนที่สูบบุหรี่มากกว่า 20 มวน/วัน มีโอกาสเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้มากกว่าคนไม่สูบบุหรี่เกือบ 2 เท่าตัว
- ผู้ที่มีคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
- ผู้สูงอายุแม้ไม่ได้สูบบุหรี่ มีความดันโลหิตปกติ และไขมันในเลือดไม่สูง ก็มีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้ เพราะโดยปกติจะมีไขมันในกระแสเลือดไปเกาะหรือสะสมที่ผนังหลอดเลือดโคโรนารีอยู่แล้ว
- คนอ้วนจะมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนผอม
- คนที่เป็นโรคเบาหวานจะเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งมากกว่าคนปกติ
- คนที่มีความเครียดจะเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนไม่เครียด
- คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย จะมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนที่ออกแรงหรือออกกำลังกาย
วิธีป้องกันการเป็นโรคหัวใจคือแก้ไขตามปัจจัยเสี่ยงข้างต้น เช่น หากสูบบุหรี่ ก็ให้ลดหรือเลิกสูบ ควบคุมระดับความดันโลหิต ควบคุมระดับไขมันในเลือด ใส่ใจเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และต้องไม่ลืมปรึกษาแพทย์ก่อนว่า ควรออกกำลังกายแบบใด ระยะเวลานานเท่าใด
2.โรคความดันโลหิต
ผู้สูงอายุจะมีความดันโลหิตสูงกว่าผู้มีอายุน้อยกว่า โดยเมื่อร่างกายมีความดันโลหิตสูงจะส่งผลให้เส้นเลือดแข็งตัว เพราะมีไขมันไปจับเส้นเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย หลอดเลือดหัวใจและสมองอุดตัน ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ การควบคุมความดันโลหิตทำได้โดยการวัดความดันโลหิตเป็นประจำ ลดอาหารรสเค็ม ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ ควรตรวจสุขภาพทุกปี เพื่ออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
3.โรคข้อเสื่อม
การเกิดข้อเสื่อมเกิดจากการเสื่อมสภาพของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น หรือเพราะข้อแบกรับน้ำหนักมากเกินไปเพราะอ้วน รวมทั้งการผ่าตัดข้อที่เกิดขึ้นนานกว่า 10 ปี มักพบในข้อต่อสะโพก เข่า กระดูกสันหลังและข้อนิ้ว
ป้องกันตัวเองได้โดยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ออกกำลังกายที่ยืดคลายกล้ามเนื้อรอบข้อและบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อให้แข็งแรง อยู่ในอิริยาบถที่ถูกต้อง เช่น การยืนหลังตรง การไม่นั่งยองๆ การยกของในท่าที่ถูกต้อง ไม่ควรยกของหนักเกินไป รวมทั้งสังเกตอาการของตัวเองว่ามีการปวดผิดปกติในระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ หรือไม่ ถ้ามีอาการต้องรีบพบแพทย์
4.โรคเบาหวาน
คนที่เป็นเบาหวานต้องคอยสังเกตตัวเองว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ หากมีอาการกระหายน้ำมาก ปัสสาวะทั้งกลางวันกลางคืน รู้สึกซึมแสดงว่ามีน้ำตาลในเลือดสูง ให้รีบไปพบแพทย์ เพราะอาจหมดสติหรือช็อกจากการขาดน้ำอย่างรุนแรง ทำให้เสียชีวิตได้ แต่ถ้ามีอาการใจสั่น รู้สึกหวิวเหมือนจะเป็นลม เวียนศีรษะตัวเย็น แสดงว่าน้ำตาลในเลือดต่ำ ให้รีบดื่มน้ำหวานหรือกินขนมหวานทันที จะดีขึ้น
วิธีปฏิบัติตนเมื่อเป็นเบาหวาน
- กินอาหารให้ตรงตามมื้ออาหาร เพื่อไม่ให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ อาหารที่ควรกินเป็นประจำคืออาหารประเภทผัก ผลไม้รสไม่หวานจัด นมรสจืด ไข่ ส่วนอาหารที่ต้องหลีกเลี่ยงคือขนมหวานทุกชนิด เครื่องในสัตว์ อาหารที่ปรุงด้วยไขมันสัตว์ อาหารที่มีหนังสัตว์ กะทิ
- กินยาหรือใช้อินซูลินให้ถูกต้อง
- ตรวจน้ำตาลในปัสสาวะเป็นประจำ ระดับน้ำตาลปกติคือ 60-120 มก./เลือด 100 มล.
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ระวังอย่าให้เกิดบาดแผล
- รักษาสุขภาพให้ดี ควบคุมน้ำหนักตัวอย่าให้อ้วน







