
ดีไซน์ กับฮวงจุ้ยในแง่มุมของพื้นที่ (1)
เรื่อง : มิสไอรีน
ปัจจัยหลักประการหนึ่งในเรื่องของฮวงจุ้ยก็คือการทำความเข้าใจเรื่องคอนเซปต์ของพื้นที่ การใช้หลักการต่างๆ ทิศทาง และแผนผังทำให้เราสามารถระบุได้ว่าพื้นที่ไหนของบ้านบ้างที่เหมาะสำหรับแต่ละคน อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพในการใช้งานพื้นที่เหล่านี้ให้มากที่สุด เราจำเป็นต้องรู้จักสร้าง
“พื้นที่” อันจะนำมาซึ่งการตอบสนองทางอารมณ์ในทางที่เป็นบวก วิธีที่เรารู้สึก วิธีที่เราแสดงออก และแม้แต่การใช้ชีวิตล้วนมาจากสิ่งที่เราเห็น หรือมีประสบการณ์ผ่านทางสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรานั่นเองพื้นที่เปิดโล่ง
ในการใช้แง่มุมเรื่องพื้นที่ตามหลักฮวงจุ้ย เราจะเน้นการสร้างสรรค์พื้นที่ที่เอื้อต่อความรู้สึกของอิสระและความสอดคล้อง ปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งในหลักการเรื่องพื้นที่ก็คือคอนเซปต์พื้นที่แบบเปิดโล่ง ซึ่งช่วยให้เราสามารถจัดตำแหน่งพื้นที่ต่างๆ (ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร ห้องพักผ่อน หรือห้องอ่านหนังสือ) ของบ้านไว้ภายในพื้นที่เดียวกันได้ ดังนั้นก็จะทำให้แต่ละพื้นที่เป็นอิสระจากกัน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังอยู่ด้วยกันภายในพื้นที่โดยรวม
วิธีนี้ช่วยให้ห้องหนึ่งๆ
“ขยายใหญ่” ขึ้นได้อีกหลายเท่า ทำให้เกิดความรู้สึกว่าพื้นที่นั้นๆ กว้างขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ทำให้เราสามารถหายใจได้อย่างปลอดโปร่ง และสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของความอุดมสมบูรณ์และการเจริญเติบโตอย่างแท้จริง ทั้งยังช่วยยกระดับคุณค่าของความเป็นครอบครัว ในขณะที่สมาชิกแต่ละคนยังสามารถทำอะไรของตัวเองไปได้แต่ก็ยังมีการสื่อสารระหว่างคนในครอบครัวอยู่ ทำให้กิจวัตรประจำวันกลายเป็นเรื่องของครอบครัวข้อดีที่สำคัญอีกประการหนึ่งของพื้นที่แบบเปิดโล่งก็คือ ช่วยให้พลังงานภายในบ้านได้หมุนเวียนไปยังจุดต่างๆ อย่างเป็นอิสระและราบรื่น ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือจะต้องระบุว่าพื้นที่ไหนในบ้านที่เป็นมงคลตามผังดาวบินประจำบ้าน การจัดตำแหน่งพื้นที่เปิดโล่งอย่างถูกต้องจะช่วยให้พลังของกลุ่มดาวมงคลเพิ่มพูนยิ่งขึ้น และบ้านหลังนี้ก็จะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์มหาศาลจากพลังงานอันยอดเยี่ยมของมัน ยกตัวอย่างเช่น หาตำแหน่งภายในบ้านที่มีดาวแห่งสายน้ำหรือดาวแห่งขุนเขาหมายเลข 8 และจัดให้บริเวณเหล่านี้เป็นใจกลางของแปลนพื้นที่เปิดโล่ง วิธีนี้จะทำให้พลังงานของดาวหมายเลข 8 ไหลไปยังมุมอื่นๆ ของบ้าน ซึ่งจะยิ่งเสริมอิทธิพลของมันที่มีต่อกลุ่มดาวบินข้างเคียงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
อีกวิธีหนึ่งในการออกแบบพื้นที่เปิดโล่งก็คือ การแบ่งพื้นที่ต่างๆ ด้วยพาร์ติชัน เพื่อเน้นความรู้สึกของความเป็นส่วนตัวระหว่างห้องหนึ่งกับอีกห้องหนึ่ง แต่ก็ยังมีช่องเปิดพอที่จะให้กระแสการไหลเวียนของพลังงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ในตัวอย่างนี้ ห้องนั่งเล่นและห้องอาหารถูกแบ่งสัดส่วนไว้ด้วยชั้นวางของ เน้นความโดดเด่นของพื้นที่เปิดโล่งด้วยมุขหน้าต่างและแพตเทิร์นของพื้น ซึ่งเชื่อมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว
ใช้ความสูงของเพดาน
ในกรณีที่พื้นที่มีจำกัด อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือเล่นกับพื้นที่แนวดิ่ง การออกแบบบริเวณพื้นที่นั่งเล่นให้เหมาะกับระดับความสูงที่เพิ่มขึ้นของเพดาน จะช่วยให้คุณได้สัมผัสถึงพื้นที่ที่ขยายขึ้นในเชิงปริมาตร
ในตัวอย่างนี้ บริเวณพื้นที่นั่งเล่นชั้นบนให้สัมผัสถึงความเป็นส่วนตัว ในขณะที่ชั้นล่างดูโล่งและเป็นส่วนรวมมากกว่า การจัดวางรูปแบบพลังงานลักษณะนี้ จะทำให้ครอบครัวสามารถสื่อสารกันได้แม้จะอยู่คนละชั้น พร้อมๆ กันก็ยังสร้างเส้นแบ่งที่มองเห็นได้ระหว่างโซนที่เป็นส่วนตัวกับโซนที่ใช้ร่วมกัน โดยไม่ต้องใช้กำแพงหรือพาร์ติชันมาเป็นตัวกั้นเลย ดีไซน์ลักษณะนี้ทำให้พลังงานไหลเวียนได้อย่างต่อเนื่องไปทั่วทั้งบ้านอย่างเป็นอิสระ







