posttoday
ธปท.ออกโรงการันตี พร้อมเพย์ปลอดภัย

ธปท.ออกโรงการันตี พร้อมเพย์ปลอดภัย

13 กรกฎาคม 2559

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

หลังจากเกิดความสับสนและนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในระบบพร้อมเพย์ หรือระบบชำระเงินแห่งชาติ โดยเฉพาะการนำเลขบัตรประชาชน 13 หลักไปผูกกับบัญชีเงินฝาก ทำให้เกิดความหวั่นเกรงว่าข้อมูลเลขบัตรประชาชนเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจรั่วไหลได้ จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกปากว่า ถ้าไม่อยากให้เกิดก็ยกเลิกทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมายืนยันว่า ยังคงเดินหน้าระบบพร้อมเพย์ ไม่มีล้ม และระบบมีความปลอดภัย มีกฎหมายดูแลข้อมูลส่วนตัวไม่ให้รั่วไหล พร้อมทั้งสำทับแบงก์ หากนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย จะมีโทษทั้งจำและปรับ

ฤชุกร สิริโยธิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท.ยังเดินหน้าผลักดันระบบพร้อมเพย์ต่อไป เนื่องจากเป็นระบบที่ให้ความสะดวกกับประชาชนในการรับเงินและโอนเงินในราคาค่าบริการที่ถูกลง และสามารถลดต้นทุนการใช้เงินสดในอนาคต ซึ่งระบบนี้ไม่ได้มีการบังคับให้ประชาชนทุกคนต้องมาลงทะเบียน เพราะเปิดให้ลงทะเบียนแบบสมัครใจ และจะเปิดต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีการปิด

อย่างไรก็ตาม ธปท.ได้ขอพบ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว หลังจากที่ บวรศักดิ์ ออกมาระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับระบบพร้อมเพย์ เพราะคิดว่าไม่มีความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy) โดยท่านเข้าใจสิ่งที่ ธปท.ชี้แจงแล้ว และบอกว่าถ้าระบบไม่บังคับ ก็ไม่ติดใจ เพราะระบบนี้เป็นเพียงทางเลือกในการรับโอนเงินและชำระเงิน รวมทั้งได้ชี้แจงถึงการรักษาข้อมูลความเป็นส่วนตัวแล้วว่า ธปท.มี พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน มาตรา 154 ในการกำกับดูแลไม่ให้สถาบันการเงินนำข้อมูลความลับของลูกค้าประชาชนไปเปิดเผย ซึ่งกำหนดบทลงโทษกรณีมีผู้ฝ่าฝืนทั้งจำและปรับด้วย

“ท่านได้ฝากให้ผลักดันกฎหมายการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลในระดับประเทศ (Data Privacy Law) ที่สามารถดูแลได้ในทุกภาคส่วนทั้งประเทศไทย เพราะห่วงว่าหากข้อมูลเหล่านี้ไปอยู่กับหน่วยงานราชการแล้วอาจจะมีการรั่วไหลหรือไม่” ฤชุกร กล่าว

สำหรับมาตรา 154 กำหนดว่า ผู้ใดล่วงรู้กิจการของสถาบันการเงินใดเนื่องจากการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ที่กําหนดในกฎหมาย หรือเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือที่ปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดอันเป็นกิจการตามปกติวิสัยจะพึงสงวนไว้ไม่&O3242;เปิดเผย แต่หากผู้นั้นนำไปเปิดเผยแก่บุคคลใด ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม&O3242;เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่การพิจารณาปรับหรือลงโทษจะมีคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้งก่อนตัดสินลงโทษอย่างใด ซึ่งที่ผ่านมา ธปท.ยังไม่เคยพิจารณาลงโทษใคร เนื่องจากไม่เคยมีใครฝ่าฝืนกฎหมายนี้มาก่อน

ธปท.ยืนยันถึงความปลอดภัยของระบบ ว่ามีความปลอดภัยในมาตรฐาน และการผูกบัญชีกับเบอร์มือถือและเลขที่บัตรประชาชน ไม่ทำให้ข้อมูลการเงินหายหรือจะถูกผู้อื่นนำไปใช้ได้ง่ายๆ เพราะก่อนจะโอนผ่านพร้อมเพย์ได้ ธนาคารจะมีระบบการยืนยัน OTP เพื่อยืนยันลูกค้าก่อนจะทำการสำเร็จอีกชั้นหนึ่ง เหมือนระบบโมบายแบงก์กิ้งและอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ในการให้บริการพร้อมเพย์ ธปท.ได้เน้นย้ำให้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐต้องทำตามแนวปฏิบัติในการพิสูจน์ตัวตน ทั้งเบอร์มือถือที่ กสทช. ได้พัฒนาระบบตรวจสอบ และบัตรประชาชน ว่าเป็นของลูกค้าจริงหรือไม่ ด้านบัญชีเงินฝากที่จะนำมาผูกธนาคารก็ต้องมีการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าเช่นกันว่าเป็นเจ้าของบัญชีจริงหรือไม่ ระบบพร้อมเพย์จึงปลอดภัยเหมือนระบบการโอนเงินที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ดังนั้น พร้อมเพย์เป็นทางเลือกการโอนที่ราคาถูกลง ไม่มีข้ามแบงก์ ข้ามเขต หรือข้ามจังหวัดใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหากวงเงินไม่เกิน 5,000 บาท ก็สามารถโอนได้ฟรี และจะโอนจำนวน มากๆ หลายหมื่น ด้วยการโอนหลายๆ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 5,000 บาทก็ได้ ค่าบริการฟรี แล้วแต่ประชาชนจะเลือก

ฤชุกร กล่าวว่า ในการใช้งานขอแนะนำว่าประชาชนไม่ควรตั้งรหัสที่จะเข้าทำธุรกรรมให้ง่ายๆ เช่น 1234 หรือ 9999 เป็นต้น เพราะเสี่ยงต่อการถูกคัดลอก (แฮ็ก) ข้อมูล และต้องระมัดระวังมือถือไม่ให้คนอื่นเอาไปใช้ได้ง่ายๆ เพราะต้องมีการรักษาความปลอดภัยของการใช้งานของตัวเราเองด้วย ส่วนที่ถามว่า คนที่จะโอนเงินไม่ต้องลงทะเบียน จะสามารถโอนเงินให้คนที่ลงทะเบียนผ่านพร้อมเพย์ได้หรือไม่นั้น ขอยืนยันว่าทำได้ แต่หากคนส่วนใหญ่ลงทะเบียนก็จะสะดวกมากขึ้นในการโอนเงินและรับเงินโอน เพราะพร้อมเพย์มีราคาถูกกว่า

ด้าน บุษกร ธีระปัญญาชัย ผู้อำนวยการ ฝ่ายตรวจสอบความเสี่ยงและเทคโนโลยีสารสนเทศ ธปท. กล่าวว่า หากจะให้ปลอดภัยขึ้นและให้ธนาคารรับผิดชอบความเสียหายที่อาจจะเกิดกับระบบ ประชาชนผู้ใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือไม่ควรไปทำเจลเบรก (Jailbreak) หรือการดัดแปลงระบบ iOS ของแอปเปิ้ลเพื่อให้ลงแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้ฟรี โดยไม่ผ่านแอพสโตร์ เพราะธนาคารอาจจะไม่รับผิดชอบความเสียหายจากการไม่มีระบบป้องกันไวรัสก็ได้ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ธนาคารหลายแห่งช่วยลูกค้าด้วยการให้บริการอัพเดทไวรัสให้ด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชาชนมาลงทะเบียนผ่านธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐในช่วงวันที่ 1 ก.ค.-11 ก.ค.ที่ผ่านมาแล้ว 9.7 ล้านราย แบ่งเป็นลงทะเบียนผูกบัญชีธนาคารกับเบอร์โทรศัพท์ 1.6 ล้านราย และผูกหมายเลขบัตรประชาชนอีก 8.1 ล้านราย โดยจะมีการตรวจสอบข้อมูลที่ซ้ำซ้อน ก่อนที่ธนาคารจะยืนยันกลับไปที่ลูกค้าว่าลงทะเบียนสำเร็จ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ