
คิดอย่างไรกับนโยบายรัฐแก้ปัญหานายทุนบุกรุกพื้นที่ป่า
เห็นด้วย เพราะประเทศมีความจำเป็นที่ต้องใช้ทรัพยากรป่าไม้จำนวนมาก แต่ปัจจุบันพื้นที่ป่านั้น
วีรวัฒน์ ช้างอุไร อายุ 26 ปี ทนายความ
“เห็นด้วย เพราะประเทศมีความจำเป็นที่ต้องใช้ทรัพยากรป่าไม้จำนวนมาก แต่ปัจจุบันพื้นที่ป่านั้นลดน้อยลงกว่าในอดีต จึงทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น ขาดแคลนน้ำใช้ น้ำท่วม ไฟป่า เนื่องจากการเสียสมดุลทางธรรมชาติ ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เจ้าหน้าที่รัฐควรจะบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้องเสียก่อน”
ธีรวัฒน์ สิทธิเกรียงไกร อายุ 24 ปี พนักงานบริษัท
“ผมเห็นด้วย เพราะเชื่อว่าจะช่วยกำจัดนายทุน และฟื้นคืนป่าได้จริงซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดี ปัญหาดังกล่าวเรื้อรังมานาน ยังไม่ได้รับการแก้ไขจริงจัง ส่วนการดำเนินคดีคิดว่าเจ้าหน้าที่รัฐต้องดำเนินการอย่างจริงจังต่อเนื่อง และดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายเพื่อไม่ให้นายทุนหวนคืนกลับมาลักลอบบุกรุกอีก”
มณีรัตน์ มีนา อายุ 39 ปี พนักงานอิสระ
“ปัญหานี้มีมานานและทำเป็นขบวนการตั้งแต่ชาวบ้าน นายทุน เจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีเรื่องเงิน อิทธิพลที่ยากจะเอาผิดได้ และมองว่าการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องยังใช้ได้ไม่เต็มที่ เพราะส่วนใหญ่จะจับได้เฉพาะชาวบ้านที่รับจ้างตัดไม้ แต่ไม่ถึงผู้บงการใหญ่ซึ่งเป็นนายทุนที่แท้จริงได้ ดังนั้นควรเพิ่มบทลงโทษอย่างเข้มงวดครอบคลุม ไม่เลือกปฏิบัติเพื่อให้สาวถึงนายทุน”
สมจิตร์ พูลสุข อายุ 24 ปี พนักงานบริษัท
“เห็นด้วยกับรัฐบาล ปัญหานี้เกิดขึ้นมานาน และยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้เป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาไม่สามารถจัดการกับนายทุนใหญ่ได้เลย ดังนั้นเจ้าหน้าที่รัฐควรประกาศนโยบายการป้องกัน แก้ปัญหาให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม เช่น ดำเนินการกับกลุ่มนายทุน บุคคลที่มีชื่อเสียง ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ โดยไม่มีข้อยกเว้น”
อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์ อายุ 26 ปี พนักงานบริษัท
“เห็นด้วยกับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ เพราะป่าเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นได้ยากและต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ แต่การบุกรุกทำลายสามารถทำได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะถ้าจริงจังที่จะแก้ เชื่อว่านายทุนก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาบุกรุกป่า”







