posttoday
ถึงเวลา ล้างพิษทางอารมณ์

ถึงเวลา ล้างพิษทางอารมณ์

23 มิถุนายน 2559

คนที่ย่างเข้าวัยชราจะประสบความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ชัดเจนขึ้น เช่น สุขภาพไม่แข็งแรง

โดย...บีเซลบับ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

คนที่ย่างเข้าวัยชราจะประสบความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ชัดเจนขึ้น เช่น สุขภาพไม่แข็งแรง เจ็บป่วยง่าย บางคนไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง ต้องพึ่งพาผู้อื่น ส่วนมากคนในวัยชรามักไม่ได้ทำงาน จึงกังวลเรื่องการไม่มีทรัพย์ไว้ใช้จ่าย บางคนสูญเสียคู่ชีวิต เพื่อนสนิท หรือญาติในวัยรุ่นราวคราวเดียวกัน ทำให้รู้สึกหดหู่ท้อแท้ในชีวิต ซึ่งหากผู้สูงอายุจมอยู่กับความคิดเช่นนี้ก็ไม่ค่อยดีนัก หดหู่ซึมเศร้าถึงขั้นตัวตายก็เคยมี

นี่เป็นคำตอบว่า ทำไมการล้างพิษทางจิตใจในผู้สูงวัยจึงเป็นเรื่องจำเป็น ในวัยนี้คือการมองโลกตรงตามความเป็นจริง และทำใจยอมรับว่าชีวิตของคนมีทั้งสมหวังและผิดหวัง เรื่องเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องประสบพบเจอ แม้ว่าสถานภาพของเราอาจจะเปลี่ยนไป แต่ใช่ว่าชีวิตจะไม่มีประโยชน์ เพราะความรู้และประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมาทั้งชีวิตนั้น เป็นสิ่งที่ประมาณค่ามิได้สำหรับคนรุ่นหลัง นอกเหนือจากการทำใจให้ยอมรับความเป็นจริง คือ การศึกษาข้อธรรมคำสั่งสอนของศาสนาที่นับถือ ทุกศาสนาล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยความรักและมีสันติสุข

หลากวิธีล้างพิษที่คุณเลือกได้

1.การฟังดนตรี

การฟังดนตรีที่ไพเราะ นอกจากจะสร้างความเพลิดเพลินใจให้กับคนฟังแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้ฟังอีกด้วย เพราะในขณะที่ฟังดนตรี สมองจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้ระบบหัวใจทำงานได้ดีและยังช่วยให้เกิดสมาธิและจิตใจสงบ ดนตรีจึงช่วยล้างพิษให้จิตใจเราได้

ดนตรีที่จะเลือกมาฟังนั้น ควรเป็นดนตรีที่ได้ฟังแล้วผ่อนคลาย จะเป็นเพลงที่มีคนร้องหรือเป็นเพลงบรรเลงก็ได้ ขอแต่เป็นเพลงที่ไม่กระตุ้นให้หัวใจเต้นโครมคราม หรือเกิดความเครียดแทนการผ่อนคลาย

2.การทำสมาธิ

โดยธรรมชาติของใจคนเรา มักมีเรื่องให้คิดให้กังวลมากมาย คิดเรื่องแรกจบก็มีเรื่องใหม่ตามมาไม่มีวันจบ เป็นนักเรียนก็คิดเรื่องการเรียนการสอบ เป็นคนทำงานก็คิดเรื่องความก้าวหน้าในงาน เป็นพ่อแม่ก็ห่วงคิดถึงอนาคตของลูก เป็นหัวหน้าก็คิดเรื่องความสำเร็จของทีม เป็นลูกน้องก็คิดถึงเรื่องการทำงาน ถึงวันนี้เกษียณแล้วยังมีเรื่องให้คิด ทั้งเรื่องสุขภาพ ค่าใช้จ่าย เป็นห่วงลูกหลานฯลฯ

เมื่อคิดมากๆ ใจจะมีอาการป่วย เมื่อใจป่วยกายก็ป่วยตาม วิธีหนึ่งที่จะช่วยชำระให้จิตใจหายเหนื่อยจากกองความคิดก็คือ การทำสมาธิ เพราะสมาธิทำให้จิตใจตั้งมั่น ไม่ฟุ้งซ่านด้วยกองกิเลส ความคิดความกังวล ส่งผลให้เกิดความสงบเย็นในจิตใจ วิธีการทำสมาธิมีหลากหลายวิธี อาจเริ่มต้นจากการกำหนดลมหายใจ บางคนใช้คำบริกรรม เช่น พุทโธ (หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ) บางคนใช้วิธีนับลมหายใจ คือ หายใจเข้าครั้งที่ 1 นับ 1 หายใจออกครั้งที่ 1 นับ 1 นับเช่นนี้จนครบ 5 จากนั้นจึงนับถอยหลัง 5-4-3-2-1 สลับกันไปจนจิตใจเริ่มสงบ

เวลานั่งสมาธิให้สังเกตเวลาหายใจเข้า หน้าท้องและกระบังลมจะพองออก และเมื่อหายใจออก หน้าท้องและกระบังลมจะแฟบ การนั่งสมาธิในระยะแรกๆ จิตใจมักวอกแวก ซึ่งเป็นธรรมดาของผู้เริ่มต้น แต่หากเราพยายามวันละเล็กละน้อยใจของเราจะค่อยๆ ตั้งมั่นได้ดีขึ้น เป็นจิตนิ่งและสงบ จนรู้สึกปลอดโปร่ง ผ่อนคลาย มีพลัง

3.ล้างพิษด้วยการหายใจ

การล้างพิษแบบนี้จะช่วยเติมออกซิเจนให้กับร่างกายและทำให้ใจสงบ การแพทย์ตะวันออกเชื่อว่า การหายใจเข้าลึกๆ เป็นการประสานการทำงานร่วมกันระหว่างร่างกายและจิตใจ ปอดและกระบังลมที่ขยายขึ้นจะช่วยนวดอวัยวะภายใน ทำให้ออกซิเจนหมุนเวียนดีขึ้น

การหายใจเป็นการกำจัดของเสียออกจากร่างกายวิธีหนึ่ง การหายใจตื้นจึงทำให้เกิดพิษสะสมภายในที่เกิดจากการขับคาร์บอนไดออกไซด์ออกไม่หมด ดังนั้นเราจึงควรฝึกการหายใจให้ถูกวิธี ระหว่างการฝึกควรสวมเสื้อผ้าที่ใส่สบายไม่อึดอัด โดยเริ่มต้นจากการนั่งในท่าสบาย หลังตรง (อาจขัดสมาธิหลวมๆ ก็ได้) วางมือขวาบนหน้าอก มื้อซ้ายอยู่บนหน้าท้อง หายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ โดยให้มือที่วางอยู่บนหน้าท้องยกขึ้นในขณะที่มือบนหน้าอกอยู่นิ่งๆ

กลั้นหายใจชั่วครู่ แล้วผ่อนลมหายใจออกด้วยความเร็วสม่ำเสมอ จนรู้สึกว่าปอดและท้องแฟบ หายใจเข้าอีกครั้ง โดยให้มือบนหน้าอกอยู่นิ่ง กลั้นหายใจ 2-3 วินาที แล้วหายใจออกให้ท้องแฟบ มากที่สุด ทำวันละ 5 นาที จะช่วยขับพิษออกจากร่างกายได้ทางหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ