
ชรากถา
โดย...โยโมทาโร่
โดย...โยโมทาโร่
ช่วงนี้ผมเห็นหลายคนแชร์เรื่องการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมต้องลงทุนกู้บ้านกู้ซื้อรถ ทำไมต้องแต่งงานมีลูก สร้างภาระหนักให้ชีวิตขนาดนั้น สู้เอาเงินมาลงทุนเที่ยวเก็บประสบการณ์ชีวิต เพราะเดี๋ยวแก่แล้วก็ไม่มีแรงเที่ยว ถามว่าคิดแบบนี้ถูกไหม ก็เป็นเรื่องของแนวคิดของแต่ละคนว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข ชีวิตใครก็เลือกทางเดินของตัวเอง
แต่วันนี้ผมจะขยายความกฎ 10 ข้อ ของการใช้ชีวิตในวัยทองอย่างมีความสุขของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษที่น่าเคารพนับถือและทรงอิทธิพลทางความคิดของผู้คนเสมอมา ครั้งหนึ่งท่านได้เขียน ชรากถา (แก่) พิมพ์แจกในงาน วันเกิดครบรอบ ปีที่ 74 วันที่ 20 เม.ย. 2528 เป็นเรื่องของชีวิตในยามชรา
1.อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างเป็นส่วนตัวและเป็นอิสระ
เพราะถ้าคุณไม่มีบ้านเป็นของตัวเองอาศัยอยู่กับพี่น้องพ่อแม่ วันหนึ่งคุณอาจจะไม่มีบ้านอยู่หรืออยู่อย่างลำบากใจในบ้านที่ไม่ใช่ของคุณเอง
2.ถือครองเงินฝากธนาคารและทรัพย์ไว้กับตัวเอง
ไม่มีใครดูแลทรัพย์สินได้ดีไปกว่าตัวเราดูแลตัวเอง หากวันหนึ่งคุณมอบมรดกให้ลูกหลานก่อนตายวันนั้นปัญหาการเงินจะมาถึง
3.อย่าไปคาดหวังว่าลูกเต้าจะดูแลตอนแก่
ลูกไม่ใช่การลงทุน นอกจากจะลงทุนกับลูกแล้วต้องลงทุนเผื่อการดูแลตัวเองไว้ด้วย
4.หาเพื่อนเพิ่มคบทุกวัย
ช่วยให้คุณมีมิตรใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ ที่ทำให้คุณมีสังคมชีวิตที่ดีขึ้น
5.อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น
การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะเราสามารถมีความสุขกับชีวิตในแบบของเราเองได้
6.อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตลูก
ลูกจะมีชีวิตและทางเดินของเขาเอง พ่อแม่ทำหน้าที่เพียงแค่ช่วยชี้นำประคับประคองและช่วยตัดสินใจในบางเรื่องที่ลูกถามเท่านั้นก็พอ
7.อย่าเอาความชรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเรียกร้องความเคารพนับถือและความสนใจ
ความแก่ไม่ใช่เครื่องการันตีว่าผู้คนจะนับถือ แต่จงใช้ประสบการณ์และความฉลาดชี้นำทางสว่างเพื่อสร้างความนับถือแก่ตัวเอง
8.ให้ฟังเสียงผู้อื่น แต่ให้วิเคราะห์และปฎิบัติตามที่คิดอย่างอิสระ
รู้จักฟังผู้อื่น แต่ต้องรู้จักการคิดว่าสิ่งใดที่ทำได้และเหมาะกับเรา
9.ให้สวดมนต์แต่อย่าร้องขอจากพระ
เราสวดมนต์เพื่อความสงบในจิตใจ แต่พระไม่เคยให้สิ่งใดนอกจากเราจะหามาได้ด้วยตัวเอง
10.ข้อสุดท้าย "อย่าเพิ่งตาย"
ชีวิตนั้นสวยงามและจะดีกว่านั้น หากเรารู้จักดูแลตัวเองให้มีชีวิตที่ยืนยาวดูโลกที่แปรเปลี่ยนเป็นร่มไทรให้ลูกหลานต่อไป
มือใหม่ลงทุนอะไรดี
ย้อนกลับไปประมาณ 30 ปีที่แล้ว เรายังคงเห็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 5-10 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้ดอกเบี้ยเงินฝากใกล้จะแตะที่ 0 เปอร์เซ็นต์ หรือจะบอกว่าติดลบจากอัตราเงินเฟ้อก็ว่าได้ ซึ่งเท่ากับว่าธนาคารกำลังบังคับให้เรานำเงินที่มีอยู่ไปลงทุนในทางเลือกอื่น
แต่นั่นคือเรื่องยากสำหรับผู้ลงทุนมือใหม่ๆ ที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะลงทุนอย่างไร เริ่มต้นตรงไหน วิธีง่ายๆ ที่จะย้ายเงินฝากออมทรัพย์คือถามตัวเองว่าจะเก็บเงินไปใช้อะไรบ้าง เรารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน ต้องการผลตอบแทนเท่าไหร่ มีเงินลงทุนมากหรือน้อย ถามใจตัวเองให้ดีแล้วไปศึกษาเครื่องมือเพิ่มมูลค่าของเงินฝากหรือการลงทุนนั่นเอง
ทุกวันนี้มีทางเลือกการลงทุนหลากประเภททั้งหุ้นสามัญ พันธบัตร หุ้นกู้ กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ และอื่นๆ อีกมากมาย ถามว่ารู้จักหมดไหม บอกได้เลยว่ามือใหม่ไม่รู้จักแน่นอน แต่ละประเภทยังมีรายละเอียดและความซับซ้อนที่แตกต่างกันออกไป ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณสมบัติเฉพาะตัว ความเสี่ยง และผลตอบแทน ตลอดจนข้อดีข้อเสียของทางเลือกต่างๆ
แต่ถ้าคุณอายุไม่เกิน 30 ปี สามารถรับความเสี่ยงได้สูง การลงทุนใน “หุ้น” คือคำตอบของคุณ แต่ถ้าคุณบอกว่ารับความเสี่ยงสูงไม่ได้ การซื้อ “พันธบัตร” หรือ “หุ้นกู้” ก็อาจจะเหมาะกับคุณมากกว่า แต่ถ้าอยากจะได้คืนภาษีปลายปีการลงทุน “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” และ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” รับรองช่วยประหยัดภาษีได้แน่นอน
สุดท้ายเราต้องรู้จักจังหวะลงทุนด้วย เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภาพตามเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อทิศทางการลงทุน จะทำให้คุณสามารถกำหนดกลยุทธ์การลงทุนในภาวะตลาดที่แตกต่างกัน นักการเงินให้พิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนทุกปี ไปตามความเปลี่ยนแปลงของโลกเพื่อให้เราได้ผลตอบแทนสูงที่สุด และสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออย่าฝากเงินไว้ที่ใดที่หนึ่งทั้งหมด ต้องแบ่งสัดส่วนไปตามความเหมาะสม เผื่อว่าวันใดวันหนึ่งผลตอบแทนในจุดนั้นไม่เป็นอย่างที่คิดก็ยังมีเงินในการลงทุนอื่นเข้ามาประคับประคองไว้ได้นั่นเอง







